5 มิ.ย. เวลา 11:33 • ท่องเที่ยว

Chapter 10: Learning Hard — From Return to Sport to a Perfect Ending

3 ตุลาคม 2025
เช้านี้เริ่มต้นวันใหม่เหมือนทุกวันที่ผ่านมา 
ตื่น ทานมื้อเช้า เดินทางไปเรียนตามกิจวัตรเดิม 
แต่ความรู้สึกข้างในต่างออกไปเล็กน้อย 
เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเรียนในคอร์สนี้แล้ว
เรียนวันสุดท้ายแล้วครับ
08.00–09.30 น.
Return to Sports 
Trevor Schongalla, DPT
ช่วงเช้าเริ่มด้วยหัวข้อสำคัญมาก 
เรื่อง การกลับไปเล่นกีฬาอีกครั้งหลังการบาดเจ็บ (Return to Sport / Return to Play)
อาจารย์ Trevor Schongalla 
เป็น orthopaedic physical therapist ของ OHSU
ชั่วโมงนี้พูดถึงกระบวนการพานักกีฬากลับสู่สนามอย่างเป็นระบบ

ตั้งแต่การประเมิน การวางแผน progressive loading

ไปจนถึงการตัดสินใจว่า “เมื่อไหร่ถึงพร้อม”
อาจารย์อธิบายด้วยหลักฐานเชิง evidence‑based 

พร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริง 
ฟังแล้วรู้สึกว่าเป็น framework ที่เอาไปใช้กับงานของเราได้ทันที เป็นหนึ่งใน lecture ที่ผมชอบมากของคอร์สนี้
Trevor Schongalla
09.30–11.00 น.
Hands‑on Exercise Progression: Knee 
Trevor Schongalla, DPT
ต่อด้วยเวิร์กช็อปที่ต้อง “ลงมือจริง” 
อาจารย์เริ่มจากสาธิต exercise progression 
แล้วให้พวกเราทำตาม ไล่ไปทีละระดับ
เป็นการออกกำลังกายที่ครอบคลุมแทบทั้งตัว 
ตั้งแต่ basic control ไปจนถึง functional movement

ทำเอาหอบกันพอสมควร 
แต่บอกตรง ๆ ว่าสนุกมาก 
เพราะได้เข้าใจเหตุผลของแต่ละท่า ไม่ใช่แค่จำท่าออกกำลังกาย
Hands‑on Exercise Progression
11.00–12.00 น.
Shoulder Exercise Progression 
Sarah Manning, DPT
ช่วงนี้ได้พบกับคุณ Sarah อีกครั้ง 
อาจารย์มาเน้นย้ำเรื่องการออกกำลังกายหลังผ่าตัด 
โดยเฉพาะเคส rotator cuff repair
มีการทบทวนความสำคัญของกล้ามเนื้อ shoulder stabilizers
และการจัดลำดับการฟื้นฟูอย่างเหมาะสม เป็นช่วงที่ช่วยปิด gap ระหว่าง surgery กับ rehab ได้ดีมาก
Shoulder Exercise Progression 
Sarah Manning, DPT
12.00 น. – Lunch
มื้อกลางวันวันนี้เป็นข้าวผัดกะเพราไข่ดาว 
จากร้านอาหารไทยเจ้าเดิม
คุณคอนนี่เลี้ยงเหมือนทุกครั้ง 
อร่อยเหมือนเดิม และเหมือนเป็นการฉลองเล็ก ๆ 
ก่อนจะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของคอร์ส
ข้าวผัดกะเพราไข่ดาว
13.00–14.00 น.
ช่วงบ่ายต้นเป็นเวลาสำหรับเก็บตก 
ผู้ที่ยังไม่ได้พรีเซนต์เคสจากเมื่อวานก็ได้นำเสนอจนจบ
ปิดทุกหัวข้ออย่างครบถ้วน
เก็บตก 
ผู้ที่ยังไม่ได้พรีเซนต์เคส
14.00–16.00 น.
Testing
เข้าสู่ช่วง สอบข้อเขียน 
บรรยากาศจริงจังพอสมควร 
เพราะเนื้อหาที่สอบครอบคลุมตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย
จากนั้นเป็นการสอบสัมภาษณ์แบบ station‑based

อาจารย์สามท่าน คนละ 20 นาที 
หมุนเวียนไปเรื่อย ๆ
จับคู่เป็นแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูกับนักกายภาพบำบัดแบบสุ่ม
เข้าไปตอบคำถามทีละสองคน 
เนื้อหาทั้งหมดเป็นสิ่งที่เรียนมาตลอดคอร์ส 

อาจารย์ให้คะแนนจริงจัง แต่บรรยากาศไม่กดดันเกินไป
ยอมรับเลยว่า ไม่ได้สอบอะไรแบบนี้มานาน 
ตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ก็สนุกดี 
ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี
Testing
16.00–17.00 น.
Certification Ceremony
ช่วงท้ายของวันเป็นพิธีรับใบประกาศนียบัตร 
ถือเป็นการปิดคอร์สอย่างเป็นทางการ
แม้จะจบการเรียนแล้ว 
แต่ยังมี “การบ้านสุดท้าย” 
คือการระดมสมองร่วมกัน 
เขียน Action Plan ส่งให้คุณคอนนี่ในวันถัดไป 
ก่อนที่ทุกคนจะเดินทางกลับและนำความรู้กลับไปพัฒนาการทำงานของตัวเอง
Certification Ceremony
ช่วงเย็น
หลังรับใบประกาศเสร็จ 
พวกเราขึ้นรถแทรมไปยังโรงพยาบาลบนเขา 
เพื่อถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับบรรยากาศของ OHSU 
แวะร้านขายของที่ระลึกที่คุณคอนนี่เคยพามา 
ได้ของติดไม้ติดมือกลับมาเล็กน้อย ผมได้หมวก OHSU มาหนึ่งใบ
บรรยากาศของ OHSU
จากนั้นก็ถึงช่วงดื่มด่ำเมืองพอร์ตแลนด์ 
เย็นนี้เราไป Powell’s Books 
ร้านหนังสือที่ได้ชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก 
นั่ง streetcar ไป แล้วเดินต่ออีกนิดก็ถึง
ร้านใหญ่มากจริง ๆ มีทั้งหนังสือใหม่ หนังสือมือสอง
เดินอยู่นานมากก็ยังไม่ทั่ว 
เลือกหนังสือและของที่ระลึกเพลินจนลืมเวลา
ขอเล่าประวัติร้านหนังสือสักเล็กน้อยนะครับ
Powell’s Books เริ่มต้นจากเรื่องเล็ก ๆ ที่อบอุ่นมาก เหมือนนิยายบทหนึ่งในชีวิตจริง—พ่อกับลูกที่รักหนังสือเหมือนกัน ลูกชายชื่อไมเคิลเปิดร้านหนังสือเล็ก ๆ ที่ชิคาโกก่อน
พอคุณพ่อวอลเตอร์ได้มาช่วยงานแล้วหลงรักบรรยากาศร้านหนังสือเข้าเต็มหัวใจ ก็กลับมาเปิดร้านของตัวเองที่พอร์ตแลนด์ในปี 1971 จากร้านมือสองเล็ก ๆ ค่อย ๆ เติบโต ย้ายมาอยู่ในอาคารเก่าแถว Burnside จนกลายเป็นร้านหนังสือที่กินพื้นที่ทั้งบล็อกของเมือง
สิ่งที่น่ารักที่สุดคือแนวคิดที่เอาหนังสือใหม่กับมือสองมาวางปะปนกันบนชั้นเดียว เหมือนบอกเราว่า “ทุกเล่มมีคุณค่าเท่ากัน” ร้านนี้ผ่านเวลามาหลายสิบปี เปลี่ยนมือจากพ่อสู่ลูก และตอนนี้อยู่ในมือหลานสาว แต่หัวใจยังเหมือนเดิม
เป็นร้านที่แค่เดินเข้าไปก็รู้สึกถึงความสุข ความหลงใหล และความตั้งใจอยากส่งต่อโลกทั้งใบผ่านตัวหนังสือ และพอได้มายืนอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ร้านหนังสือแห่งหนึ่งจะเติบโตมาอย่างงดงามได้ขนาดนี้
Powell’s Books 
ร้านหนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ค่ำแล้วพวกเรานัดกันไปกินอาหารเม็กซิกัน
มื้อนี้ขอเล่าแบบอวดเพื่อนเลยว่าได้มานั่งกินอาหารเม็กซิกันที่ Pepino’s Fresh Mexican Grill แล้วมันดีต่อใจมาก
ร้านนี้เป็นร้านเล็ก ๆ ที่มีเรื่องราวยาวนานอยู่คู่พอร์ตแลนด์มาตั้งแต่ยุค 90s เป็นร้านครอบครัวแท้ ๆ ที่เริ่มจากความตั้งใจง่าย ๆ แค่อยากทำอาหารเม็กซิกันสด ๆ ซื่อสัตย์กับวัตถุดิบ และทำให้คนกินอิ่มอร่อยอย่างมีความสุข
ร้านใช้ของคุณภาพดีจากท้องถิ่น เนื้อ ไก่ ชีส ทุกอย่างดูใส่ใจแบบไม่เร่งรีบ พอได้นั่งกินมื้อค่ำจริง ๆ มันเหมือนความฝันของคนที่อยากลองอาหารเม็กซิกันมานาน
รสชาติสด ชัด อบอุ่น และเป็นกันเองมาก ทุกคำให้ความรู้สึกว่า “นี่แหละ อาหารที่คนทำรักและอยากแบ่งปัน” เป็นมื้อที่ไม่ต้องหรู แต่มีความสุขแบบยิ้มไปกินไป และทำให้รู้สึกดีใจที่ในทริปนี้ได้เปิดใจให้กับอาหารเม็กซิกันเป็นครั้งแรกอย่างสวยงามจริง ๆ
Pepino’s Fresh Mexican Grill
Pepino’s Fresh Mexican Grill
ต่อด้วยไอศกรีม homemade ร้าน Salt & Straw เจ้าเดิม อร่อยเหมือนเดิม 

ก่อนนั่ง streetcar กลับที่พัก
Salt & Straw
คืนนี้ตั้งใจพักผ่อน 
พรุ่งนี้ค่อยกลับมาทำอาหารที่ห้องผม 
แล้วเขียน Action Plan ส่งคุณคอนนี่ 
ปิดท้ายการเดินทางครั้งนี้อย่างสมบูรณ์
เป็นอีกหนึ่งวันที่อิ่มทั้งความรู้ 
และอิ่มใจจากประสบการณ์ที่ พอร์ตแลนด์ โอเรกอน
โฆษณา