2 มิ.ย. เวลา 12:44 • ความคิดเห็น

เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ

“เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ “ เป็นประโยคทองของหนังในดวงใจของผมที่ชื่อ “ 15 ค่ำเดือน 11” เมื่อปี 2545 เป็นหนังที่กำกับโดย พี่เก้ง จิระ มะลิกุล และทำให้ผมเป็น FC ตัวยงของพี่เก้งมาตั้งแต่วันนั้น…
หลังจากนั้นผมก็ตามอ่านบทสัมภาษณ์พี่เก้ง ตามงานเขียนของพี่เก้ง และตามงานหนังของพี่เก้งในบทบาทต่างๆมาโดยตลอด ถึงได้รู้ว่าพี่เก้งคือคนที่เชื่อในหนังไทย รักในหนังไทย และทุ่มเททั้งชีวิตในการ “เฮ็ด” หนังไทย มีความฝันหนึ่งเดียวไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ยังเป็นผู้กำกับหนังโฆษณา
หลังจากนั้นพี่เก้งก็เริ่มต้นทำตามความฝันกับเพื่อนๆที่รักหนังและตั้งบริษัทหนังขึ้นมา มีงานออกมาหลากหลายมาก ทั้งล้มเหลวทั้งสำเร็จ ตั้งแต่ช่วงเริ่มใหม่ๆ ก่อนมีบริษัทด้วยการที่พี่เก้งไปหาน้องๆมือใหม่ที่อยากทำหนังมาหกคนและสร้างหนังแฟนฉันอันลือลั่น
ก่อนจะเป็น GTH และเป็นบริษัท GDH ที่ปฏิวัติวงการหนังไทย ทำให้คนไทยหันมาดูหนังไทยจนวันนี้ ….
- พี่เก้งคือต้นแบบแบรนด์แฮปปี้
ในช่วงที่เพิ่งตามงานของพี่เก้ง ผมกำลังง่วนกับงานใหม่ที่ได้รับมาจากซีอีโอในการพลิกฟื้นแบรนด์เติมเงินของดีแทคให้กลับมาให้ได้ ตอนนั้นนึกชื่อได้แล้วว่าจะเป็นแบรนด์แฮปปี้ ผมนึกออกรางๆถึงแนวทางของแบรนด์แต่หาวิธีที่จะสื่อให้ทีมงานและเอเยนซี่ไม่ได้ว่าอยากได้แบรนด์แฮปปี้ไปในทิศทางไหน
จนเช้าวันนึงผมเข้าห้องน้ำและหยิบนิตยสารของภรรยาเข้าไปอ่าน และได้เห็นบทสัมภาษณ์ของพี่เก้ง พร้อมรูปๆหนึ่ง เป็นรูปพี่เก้งยิ้มสบายๆ ใส่เสื้อคอกลมสีขาวธรรมดากับกางเกงยีนส์ นั่งอยู่บนเก้าอื้ในร้านตัดผมแบบชาวบ้าน ผมจำได้ว่าเป็นรูปขาวดำ รูปนั้นเป็นรูปที่อธิบายแนวทางทุกอย่างของแบรนด์ที่ผมฝันไว้ได้ได้อย่างครบถ้วน
ผมเลย (แอบ) ฉีกนิตยสารของภรรยาหน้านั้นแล้วเอาไปเป็นต้นแบบในการอธิบายให้ทีมงานทั้งหมดฟัง แบรนด์แฮปปี้ก็เลยมีคาแรกเตอร์ที่พี่เก้งมาก คือ ไทยๆ มีอารมณ์ขัน สบายๆ ชาวบ้าน และมองโลกด้วยความเอ็นดู ผมก็เลยอินกับพี่เก้งข้างเดียว ผ่านรูปถ่ายในนิตยสารฉบับนั้น
ซึ่งภายหลังก็เคยเล่าเรื่องนี้ให้พี่เก้งฟังด้วยความภูมิใจ ..
- ได้เป็นเป้าแรกๆของการซ้อมยิงกระสุนจริง
คุณไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม หรืออากู๋แกรมมี่เคยเล่าที่มาที่ไปถึงความสำเร็จของ GDH ไว้ว่า กว่าทำ GDH ซึ่งมีพี่เก้งเป็นหัวเรือใหญ่จะแม่นขนาดทำหนังเรื่องไหนแทบจะกำไรทุกเรื่องอยู่อย่างยาวนานเป็นสิบปีนั้น ความแม่นก็เกิดจากความพลาดในการทำหนังแป้กหลายเรื่องในช่วงแรก กว่าจะจับทางได้ แต่คุณไพบูลย์ผู้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ให้ทำอย่างเต็มที่
คุณไพบูลย์เรียกว่าให้ใช้ “กระสุนจริง” เลย คือสร้างด้วยงบเต็มที่ ลงสนามจริง ผิดก็เอาใหม่ กว่าศูนย์จะแม่นก็ใช้เงินไปเยอะอยู่
ผมก็มีส่วนร่วมในยุคแรกๆของการซ้อมยิงนั้นด้วยที่บริษัทไปเป็นสปอนเซอร์หนังเช่นเรื่อง แจ๋ว มหาลัยเหมืองแร่ ยังเคยเอาคุณซิกเว่ ซีอีโอดีแทคในยุคนั้นไปเล่นเป็นนายฝรั่งที่มาเยี่ยมเหมืองอีกด้วย หนังยุคแรกมีความแป้กมากกว่าสำเร็จ เราสปอนได้ซักพักก็เลยต้องหยุดไป
1
เป็นที่น่าเสียดายเพราะหลังจากหยุดแล้ว GTH หรื GDH ในปัจจุบันก็พุ่งทะยาน ทำหนังเรื่องไหนก็สำเร็จแทบทั้งสิ้น
แต่ในความล้มเหลวนั้น ผมก็เลยได้รู้จักพี่เก้งตัวเป็นๆนับแต่วันนั้นเป็นต้นมา…
- ครูใหญ่ด้วยจิตวิญญาณ
พี่เก้ง จิระ มะลิกุล คือพี่ใหญ่หรือครูใหญ่ของ GDH มีคุณวรรณฤดี เป็นมือคุมบทภาพยนตร์ที่ทำให้ GDH มีบทหนังที่พัฒนาหนังไทยไปในระดับสากล และมีพี่จีน่าเป็นมือธุรกิจ จะเรียกได้ว่าพี่เก้งคือจิตวิญญาณของ GDH ก็ย่อมได้ นอกจากฝีมือ ความเข้าใจในศิลปะการสร้างหนังและความละเอียดที่มี ความคิดที่ใส่อยู่ในหนัง การมองโลกของพี่เก้งแบบ feel good ก็น่าจะเป็นหัวใจหลักของ GDH เช่นกัน
ผมไม่ได้มีโอกาสไปทำหนังอะไรกับเขา แต่โชคดีที่ได้มีโอกาสร่วมงานสนุกๆ กับพี่เก้ง ก็เลยได้เห็นความเป็นครูใหญ่ที่มีจิตเมตตา และก็เลยเข้าใจว่าทำไมใครๆก็รักและนับถือพี่เก้งขนาดนี้
ตอนที่ผมทำหลักสูตร abc ร่วมกับพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ เราก็คิดด้วยความไม่รู้ว่าเราอยากจะจับนักเรียนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้บริหารบริษัท ในลองทำกิจกรรมที่เขาไม่เคยทำกันเพื่อจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เราเลยนึกถึงให้พวกเขาแบ่งกลุ่มกันทำหนังสั้นซักสองวันก็น่าจะสนุกดี
ชื่อแรกที่เรานึกถึงคือพี่เก้ง พอเราเชิญและเล่าโครงการให้ฟัง พี่เก้งก็ตอบรับแทบจะในทันที พร้อมความเห็นว่าปกติพี่เก้งสอนทำหนังจะใช้เวลาหกเดือน แต่เรามีเวลาให้พี่เก้งสอนครึ่งวัน แต่พี่เก้งก็ตอบรับอยู่ดี
พี่เก้งเตรียมตัวมาอย่างดีมาก มาพร้อมกับคุณวัน และผู้กำกับอีกท่านหนึ่ง เตรียมการสอนมาอย่างดี ให้ใจกับนักเรียนอย่างเต็มที่ พอนักเรียนทำหนังกันเสร็จ พี่เก้งกับคุณวันและผู้กำกับของจีดีเอชหลายท่านใช้เวลาเป็นวันๆ ดูหนังของมือสมัครเล่นอย่างละเอียดมากๆ
1
วันที่ฉายหนัง พี่เก้งกับคุณวันก็มาเป็นนักวิจารณ์ให้ พร้อมคำวิจารณ์ที่คนทั้งห้องอึ้งและประทับใจกับความใส่ใจ ความทุ่มเท ถึงแม้จะเป็นโครงการทำหนังกันเล่นๆไม่ได้จริงจังมากมายก็ตาม แถมตอนที่ประกาศรางวัล พี่เก้งก็อาสาเป่าทรัมเป๊ตก่อนประกาศชื่อให้ สร้างบรรยากาศสนุกสนานให้นักเรียนเป็นอย่างมาก
พี่เก้งและคณะตั้งใจมาสอนและทุ่มเททุกรายละเอียดอย่างที่ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ เวลาเราจะรู้จักคนๆนึงได้ดี ผมเรียนรู้ว่าให้ดูจากความใส่ใจในแม้กระทั่งเรื่องราวเล็กๆที่ไม่สลักสำคัญเลยสำหรับผู้กำกับหนังและทีมงานระดับสุดยอดของประเทศ แต่พี่เก้งก็ยังให้ใจ ทุ่มเท และทำงานด้วยความรักในหนังอย่างที่สุด
ไม่ว่าหนังนั้นจะเป็นหนังระดับโลก หรือหนังของมือสมัครเล่นที่ไม่เคยทำหนังมาก่อนแบบพวกเรา
นักเรียนทุกคนก็เลยนับถือพี่เก้งเป็นครูใหญ่ จากความที่รักในหนังและคนทำหนังอย่างสูงสุดจริงๆ…
- ปรัชญาของหนังในมุมของพี่เก้ง
พี่เก้งเคยคุยเรื่องระดับการทำงานของหนังให้ผมฟังและล่าสุด พี่เก้งก็ให้สัมภาษณ์เคน นครินทร์ไว้ด้วยว่า ทฤษฏีที่พี่เก้งคิดเองจากความบ้าทำหนังนั้ืน พี่เก้งคิดถึงคำถามที่ว่า หนังเรื่องนึงจะทำหน้าที่อะไรต่อคนดูได้บ้าง ขั้นแรกก็คือดูแล้วรู้เรื่อง ดูแล้วเล่าได้ว่าพระเอกคือใคร เรื่องราวเป็นอย่างไร ตอนจบเป็นไง
ขั้นสองคือทำให้คนดู “รู้สึก” ถ้าหนังเล่าเรื่องได้ดี คนดูเข้าใจ แล้วก็จะรู้สึกอะไรบางอย่างกับหนัง ส่วนขั้นสามคือขั้นสุดยอด พี่เก้งเรียกว่าเป็นปรมัตถ์ คือหนังที่คนดูดูแล้ว นอกจากรู้เรื่องและรู้สึกแล้ว ยังนำไอเดียหรือตัวอย่างในหนังไปอยู่ในความคิดของเขาเพื่อใช้ชีวิตต่อได้ด้วย
1
พี่เก้งเรียกว่าเป็น “สรณะ” ไปถึงระดับเปลี่ยนความคิดคนได้ ถือเป็นความสำเร็จสุดยอดของคนทำหนัง
ซึ่งผมก็นำมาประยุกต์ใช้กับการสร้างแบรนด์ได้อย่างลงตัวมากๆ พี่เก้งก็เป็นคุณครูของผมในด้านด้วยด้วยเช่นกัน…
- โตมาด้วยกัน
1
แฟนฉัน.. มหาลัยเหมืองแร่.. แจ๋ว..รถไฟฟ้ามาหานะเธอ.. ชัตเตอร์.. 15 ค่ำเดือน 11.. เพื่อนสนิท.. เด็กหอ.. Season changes.. เก๋าเก๋า.. Final score.. สายลับจับบ้านเล็ก.. กอด.. ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น.. สี่แพร่ง.. กวนมึนโฮ.. Suckseed.. ลัดดาแลนด์.. ATM เออรักเออเร่อ.. พี่มากพระโขนง.. คิดถึงวิทยา.. ไอฟายแท้งกิ้วเลิฟยู.. ฟรีแลนซ์.. แฟนเดย์.. พรจากฟ้า.. ฉลาดเกมส์โกง ..น้องพี่ที่รัก.. โฮมสเตย์.. Friend zone…ฮาวทูทิ้ง.. อ้ายคนหล่อลวง.. บุพเพสันนิวาส2… เพื่อนไม่สนิท.. หลานม่า..วิมานหนาม.. โกฮัง
2
ไม่น่าเชื่อว่าผมจะโตมาด้วยกันกับหนังเหล่านี้ แทบจะทุกเรื่องทำให้ผม “รู้สึก” หลายเรื่องก็ทำหน้าที่ระดับปรมัตถ์ระดับเปลี่ยนความคิดเหมือนที่พี่เก้งบอก พี่เก้งเองตอนนี้ก็น่าจะอยู่ในวัยหกสิบ ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านวัฏจักรของหนังไทยจนถึงยุคที่ต่อไปโรงหนังอาจจะกลายเป็นพิพิธภัณฑ์แล้วก็ได้ ตามที่พี่เก้งวิเคราะห์ในรายการ secret sauce เพราะโลกที่เปลี่ยนไป
1
วันที่ 14 มิถุนายนนี้ พี่เก้งกับ GDH จัดงาน GDH โตมาด้วยกัน เป็นออเคสตร้า มูวี่คอนเสิร์ต มีหนังสั้นพิเศษจาก GDH ใช้เพลงประกอบภาพยนตร์กับนักแสดงมาดำเนินเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนปัจจุบัน และรายได้ก้อนใหญ่ก็ไปบริจาคมูลนิธิดวงใจใหม่ด้วย
ผมในฐานะแฟนพันธุ์แท้ของพี่เก้ง ลูกศิษย์ครูพักลักจำของพี่เก้ง ยังไงก็ต้องไปฟังและไปดูแน่ๆ แต่สำหรับผมแล้ว การไปดูคอนเสิร์ตนี้นั้น เป็นมากกว่าแค่เรื่องราวของ GDH แต่เป็นเรื่องราวของครูใหญ่หนังไทยที่ทุ่มทั้งชีวิตในสิ่งที่ตัวเองรัก และสร้างประวัติศาสตร์หนังไทยขึ้นมา
และคอนเสิร์ทนี้ก็น่าจะเป็นหนังชีวิตของพี่เก้งในระดับปรมัตถ์ เพราะความคิดของและตัวตนของพี่เก้งที่ล่องลอยอยู่กับหนังทุกเรื่องนั้น มีผลในระดับเปลี่ยนวิถีของใครหลายคนรวมถึงผมด้วยว่า…
เราต้องยึดหลักแห่งชีวิต “เชื่อในสิ่งที่เฮ็ด” และต้อง “เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ” เป็นสรณะ
ชีวิตหนึ่งที่เกิดมาจึงจะเติมเต็มอย่างสมบูรณ์…
เจอกันในงานนะครับ…
โฆษณา