วัดกัลยาณมิตร

จบทริปทางเดินริมแม่น้ำเจ้าพระยากันล่ะ วัดกัลยาฯ เป้นวัดที่เราเคยมาอย่างน้อยปีล่ะครั้ง แล้วก้อล้างลาไปไม่ค่อยได้มาอีก คราวนี้กลับมาอีกครั้ง ตอนก่อนกลับเป้นช่วงที่พระทำวัตรเย้นพอดีบทสวดมงคลชีวิตกำลังเริ่ม แต่จะรอฟังจนเสร็จคงเย้นย่ำ ถ้าจะไม่ไหว เลยกลับก่อน อากาศกำลังเย้นสบายพอดี หลังจากเดินมาเจออากาศร้อนระอุ
สักการะ "หลวงพ่อโต" ซำปอกง ขอพร ค้าขายดี "โชคลาภ" หลั่งไหล วัดกัลยาณมิตร หรือวัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร มีความหมายว่า "มิตรที่ดี" เป็นวัดเก่าแก่ของไทยที่เป็นการผสมผสานศิลปะไทย-จีนได้อย่างลงตัว สร้างขึ้นโดยเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (เจ้าสัวโต)อุทิศที่ดินถวายเพื่อสร้างถวายเป็นราชกุศลฯสมัยรัชกาลที่3 วัดตั้งอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณปากคลอง มีท่าน้ำด้วย
ระหว่างทางเดินด้านซ้าย และขวามือจะมี เจดีย์หิน ที่ทำมาจากเมืองจีน เรียกว่า "ถะ" เด่นเป้นสง่าเลย
ต่อมาเข้ามาด้านในหลังจากจุดธูปกันเสร็จ คราวนี้ลองธูปใหญ่กันมั่ง เคยทำบุญเทียนใหญ่มาแล้วกะที่อื่น ทั้งหมด 40 บาท ซื้อได้ตรงหน้าประตูทางเข้าด้านหน้า ตรงนี้จะมีที่ธูปเทียนให้บริการ
เข้ามาอีกนิดเจอกับประตูเฮง หรือ "ประตูโขลนทวาร "เดินลอด ประตูเฮง ที่เป็นซุ้มประตูศิลา เพื่อเข้าพระวิหารหลวง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสิริมงคล เชื่อกันว่า การเดินลอดผ่านซุ้มประตูนี้ จะเป็นการเสริมสิริมงคล ขจัดสิ่งอัปมงคลออกไป ประตูเฮงจะมีอยู่เพียง 2 วัดเท่านั้นในประเทศไทย คือที่วัดโพธิ์และวัดกัลยาณมิตร
ภายในพระวิหารหลวง กราบสักการะขอพรองค์พระประธานภายในพระวิหารหลวง คือพระพุทธไตรรัตนนายก หรือ "หลวงพ่อโต" หรือที่คนจีนเรียกว่า "ซำปอกง" เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยองค์ใหญ่ ที่มาทุกครั้งก้อไหว้ทุกครั้ง ก่อนกลับเสี่ยงเซียมซีเสร็จ ต้องเอาน้ำมนต์กลับบ้าน
แต่คราวนี้เราดื่มเลย เพราะร้อนมาก
กำปั่นโบราณ"กำปั่น" หรือ หีบสมบัติ ของเจ้าพระยานิกรบดินทร์ (เจ้าสัวโต) ตั้งอยู่ตรงหน้า หลวงพ่อโต มีไว้สำหรับให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่มาได้ทำบุญหยอดเหรียญและขอพร เชื่อกันว่า จะทำให้ประสบความสำเร็จในการค้าขาย มีความมั่งคั่งร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา เราน่าจะไม่เคยหยอดตู้นี้เลย อาจเพราะไม่เคยสังเกต
ส่วนภายในพระอุโบสถ สักการะขอพร พระพุทธปาลิไลยก์ เป็นพระประจำวันเกิดวันพุธกลางคืน อยู่ในอิริยาบถนั่งบนก้อนหิน ห้อยเท้าทั้งสองข้างลง โดยมีช้างหมอบถือน้ำ และลิงหมอบถือรวงผึ้งยื่นถวายอยู่ข้างหน้า เชื่อกันว่าหากได้มาสักการะขอพร ทำให้ชีวิตพบเจอแต่ความสุข ความเจริญ หลุดพ้นจากความทุกข์และอันตราย ซึ่งตรงนี้เราก้อไม่เคยเยี่ยมเยียนไปถึงเช่นกาน คราวหน้าไปต้องแวะซ่ะแล้ว
ส่วนหอระฆัง ตั้งอยู่ด้านซ้ายของพระวิหารหลวง เป็นหอระฆังที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีความเชื่อกันว่า หากได้มาเคาะตีระฆังใบใหญ่ ณ.วัดแห่งนี้ จะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต เสริมความโชคดียิ่งขึ้น และจะได้มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนดั่งเสียงระฆัง ส่วนตรงนี้ไม่ได้แวะ บันไดมันสูงพอควร เดินมาเยอะ รู้สึกปวดขา แต่ก่อนหน้านี้ก้อเคยมาตีเรื่อยๆ
และท้ายสุดหอพระธรรมมณเฑียรเถลิงพระเกียรติ เป็นสถาปัตยกรรมสำคัญของ วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โดยโปรดเกล้าฯ ให้สร้างไว้ด้านหลังพระวิหารหลวง เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บรักษา พระไตรปิฎกและคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา
อาคารแห่งนี้สะท้อนถึง คุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และสถาปัตยกรรมไทย ได้อย่างชัดเจน และเป็นอีกหนึ่งจุดที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในอดีต เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมควบคู่กับการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ส่วนการเดินทางเราว่าเด่วเน้ง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะเลย ปกติถ้าไปวัดนี้เรามักจะไปวัดระฆังฯ, วัดอรุณฯ มาก่อน และจบด้วยวัดประยุรฯมักเดินทางมาจากถ.อรุณอัมรินทร์ แต่เด่วจะลงจากใต้ดินอิสรภาพก้อได้ ทางออก 1 หรือจะมาจากวถานีสนามไชย ซื้อดอกไม้สวยๆมาก่อน แล้วค่อยข้ามฟากโดยเรือเอา แต่ถ้าเดินเก่ง เดินข้ามสะพานพุทธมาแบบเรา และเดินผ่านริมทางเดินแม่น้ำเจ้าพระยาเอาก้อได้ ถือว่าออกกำลังกาย
อ้างอิง
โฆษณา