Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Mr.D
•
ติดตาม
3 มิ.ย. เวลา 10:09 • นิยาย เรื่องสั้น
🚂เรื่องสั้น..ด่วนพิศวาส สถานีคีรีรัตน์นิคม
🧍ผู้ประพันธ์..ณรงค์ ชื่นนิรันดร์
แสงเงินแสงทองจับขอบฟ้าคีรีรัตน์นิคม สถานีรถไฟปลายทางที่ถูกทอดทิ้งอย่างโดดเดี่ยว ความปรารถนาที่ยังไร้จุดหมายปลายทางไปถึงภูเก็ต ขบวนรถไฟเที่ยวแรกและเที่ยวเดียวของวันส่งเสียงหวีดร้องยาวนาน มันจอดนิ่งสนิท รอคอยให้เหล่าพ่อค้าแม่ค้าและนักเรียนหลั่งไหลเข้าไปเติมเต็มตู้โดยสารอันคับแคบ
ท่ามกลางเบียดเสียดของเนื้อตัวที่เนื้อนาบเนื้อในยามเช้าตรู่ กลิ่นเหงื่อไคลจาง ๆ และไอร้อนจากผิวกายของคนแปลกหน้ากระตุ้นกลิ่นเหงื่อไคล รถไฟเคลื่อนตัวช้า ๆ มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองสุราษฎร์ธานี บดเบียดกระแทกกระทั้นไปตามรางเหล็กอย่างเป็นจังหวะหนักหน่วง นำพาทุกความหวังและความรักไปส่งยังจุดหมาย ก่อนที่ความมืดค่ำจะมาเยือน เพื่อพาร่างกายอันอ่อนล้าเหล่านั้น บดเบียดกลับคืนมาสู่อ้อมกอดของกันและกันอีกครั้งในเที่ยวรถไฟขากลับ
ทุกวันที่แก้วกัลยาก้าวเท้าขึ้นมาบนขบวนรถไฟสายนี้ บรรยากาศภายในตู้โดยสารที่เคยเงียบเหงาพลันเปลี่ยนเป็นร้อนรุ่มขึ้นมาทันตา ผิวแก้มเนียนละเอียดที่ซับสีเลือดฝาดตามธรรมชาติ และริมฝีปากอิ่มสีชาดที่เผยอน้อย ๆ ยามหายใจเข้าออก เป็นดั่งแม่เหล็กที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ของชายหนุ่มบนรถไฟให้จับจ้องมาที่เธอเป็นจุดเดียว
ยามที่เธอกระชับชุดนักเรียนคอซองที่โอบรัดทรวดทรงอวบอิ่มอันเจริญเติบโตเกินวัย ยิ่งทำให้หนุ่ม ๆ ในขบวนใจสั่นระรัว โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าเธอคือ "ดาวเด่น" ผู้ถือป้ายนำขบวนกีฬาสีที่ชายทั้งอำเภอต่างฝันใฝ่อยากครอบครอง
ในเช้าวันนี้ รถไฟโยกคลอนแรงกว่าปกติจนร่างระหงของแก้วกัลยาเสียหลักถลันไปข้างหลัง แผ่นหลังบอบบางกระแทกเข้ากับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งอย่างจัง ไอร้อนจากผิวกายของเขาซึมผ่านเนื้อผ้าบางเบาเข้ามาจนเธอขนลุกซู่ ความอัดแน่นและเบียดเสียดในตู้โดยสารบังคับให้ร่างกายของทั้ง สองต้องแนบชิดกันจนแทบไร้ช่องว่าง ลมหายใจอุ่น ๆ ของชายหนุ่มที่เป่ารดอยู่ตรงต้นคอระหง กระตุ้นความเสียวซ่านและด่วนพิศวาสสายหนึ่งให้แล่นพล่านไปทั่วร่างดรุณีแรกรุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
รถไฟยังคงบดเบียดไปตามรางเหล็ก ส่งเสียงครางครืนเครง รับกับจังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงของแก้วกัลยา ที่เริ่มเรียนรู้รสชาติของความปรารถนาอันลึกลับเป็นครั้งแรกในชีวิต...
"เออ ขอโทษครับ คุณ..." อัครพลเอ่ยเสียงนุ่มทุ้ม ทว่าแฝงกระแสความตื่นเต้นจนปิดไม่มิด
"แก้วกัลยา ค่ะ..." เสียงหวานใสตอบกลับพลางช้อนสายตาขึ้นมอง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มในระยะประชิด
อัครพลคือชายหนุ่มรูปงามที่สุดในคีรีรัฐนิคม ผิวสองสีหล่อเข้มตามสไตล์หนุ่มใต้ แผงอกกว้างและท่อนแขนเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อใต้เสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมเม็ดบนออก ยามที่รถไฟส่งสัญญาณเตือนชะลอความเร็วเพื่อเข้าจอด แรงเหวี่ยงทำให้ฝูงชนด้านหลังเบียดทะลักลงมา บังคับให้ร่างอ้อนแอ้นของแก้วกัลยาถูกอัดกระแทกเข้าหาแผงอกแกร่งของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้
"อุ้ย!..." แก้วกัลยาอุทานเบา ๆ
อัครพลไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย วงแขนแข็งแรงตวัดโอบรอบเอวคอดกิ่วของเด็กสาวไว้ทันทีเพื่อกันไม่ให้เธอถูกเบียดล้ม สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่ทาบทับลงบนแผ่นหลังบางซึมผ่านเนื้อผ้าซับใน ปลุกเร้าความร้อนผ่าวให้แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายของสาวแรกรุ่น จมูกโด่งคมของอัครพลอยู่ห่างจากแก้มเรื่อสีชมพูของเธอเพียงไม่ถึงคืบ จนเขาได้กลิ่นแป้งเด็กอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นสาวแรกรุ่นที่หอมหวานจนใจสั่นสะท้าน
"เจ็บตรงไหนไหมครับ...น้องแก้ว" ชายหนุ่มกระซิบถาม เสียงของเขาพร่าเลือนด้วยแรงอารมณ์ความปรารถนาที่เก็บกักมานานนับเดือน สายตาคมปลาบจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดที่เผยอน้อย ๆ ด้วยความตกใจ
"มะ...ไม่เจ็บค่ะ พี่อัครพล" แก้วกัลยาตอบเสียงสั่น พลางก้มหน้าหลบสายตาอันร้อนแรงคู่นั้น หัวใจดรุณีเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอนึกไม่ถึงว่าชายหนุ่มที่เป็นดั่งความฝันของสาว ๆ ทั้งอำเภอ จะรู้จักชื่อของเธอ และกำลังโอบกอดเธอไว้แน่นแนบเนื้อถึงเพียงนี้
ผู้คนยังคงเบียดเสียดเพื่อเตรียมก้าวลงจากขบวนรถไฟด่วนสายพิศวาส แต่สำหรับอัครพลและแก้วกัลยา...เวลาในตู้โดยสารนั้นราวกับหยุดหมุน มีเพียงไอร้อนจากเรือนร่างที่บดเบียดและลมหายใจที่สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยรอยราคะ
จากวันนั้นบนขบวนรถไฟคีรีรัฐนิคม สายตาที่เคยแอบมองกลับกลายเป็นการสบตาที่รู้กันในความมืด ทุกเที่ยวเช้าและขากลับยามเย็น เบาะนั่งมุมอับของตู้โดยสารกลายเป็นรังรักขนาดย่อมที่อบอวลไปด้วยไอร้อนจากเรือนร่าง ทั้งสองบดเบียดเข้าหากันในทุกครั้งที่รถไฟโยกคลอน สัมผัสลับ ๆ ผิวเนื้อนาบผิวเนื้อซึมลึกเข้าสู่หัวใจของเด็กสาววัยแรกรุ่น แก้วกัลยาปล่อยตัวปล่อยใจ ไปกับรสสวาทอันแปลกใหม่ที่อัครพลมอบให้
เขากระซิบคำหวานซึ้งข้างใบหู ปลุกเร้าความด่วนพิศวาสจนดรุณีน้อยแทบละลายคาอกแกร่งทุกวันคืน แต่ทว่ารักของพวกเขาก็เป็นดั่งพืชล้มลุกที่มีอายุขัยอันสั้น
ฤดูกาลแห่งความสุขผ่านไปราวกับความฝัน เมื่อการแข่งขันกีฬาสีสิ้นสุดลง และขบวนรถไฟสายนี้ไม่อาจหยุดนิ่งเพื่อรอคอยใคร อัครพล ชายหนุ่มผู้มีภาระหน้าที่และอนาคตที่ต้องก้าวเดินต่อ เริ่มห่างเหินไปตามวิถีชีวิตของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ขณะที่แก้วกัลยาทำได้เพียงเฝ้ามองความรักที่เคยเบ่งบานอย่างรวดเร็ว ค่อย ๆ ร่วงโรยและแห้งเหี่ยวลงไปต่อหน้าต่อตา
รสรักที่เคยหวานล้ำยามเช้าตรู่ กลับกลายเป็นความขมขื่นในยามเย็น เมล็ดพันธุ์แห่งความสวาทที่เคยเติบโตอย่างงดงามบนรถไฟสายคีรีรัฐนิคม บัดนี้ได้ล้มตายไปตามกาลเวลา หลงเหลือไว้เพียงรอยอาลัยและกลิ่นอายความพิศวาสที่ยังคงอบอวลอยู่ในความทรงจำของทุกชานชาลาที่รถไฟแล่นผ่าน...
ความรักที่เคยหวานล้ำบนชานชาลากลับกลายเป็นยาพิษเมื่อความเจ้าชู้ของอัครพลเผยธาตุแท้ ชายหนุ่มผู้เคยป้อนคำหวานใส่หูแก้วกัลยาทุกเช้าค่ำ บัดนี้ได้คว้าเอา "พรพรรณ" หญิงสาวอีกคนขึ้นมาเชิดชูอยู่บนเรือนอย่างเปิดเผย ท้าทายสายตาและความรู้สึกของดรุณีน้อยที่เคยคิดว่าตนเองคือหนึ่งเดียวในใจเขา
แก้วกัลยาทำได้เพียงยืนมองภาพบาดตาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าว หัวใจของเด็กสาววัยแรกรุ่นแตกสลายจนไม่มีชิ้นดี หยาดน้ำตาไหลนองอาบแก้มเรื่อที่เคยแดงปลั่งด้วยความสุข เธอไม่เคยคิดฝันเลยว่าความรักครั้งแรกที่เร่าร้อนและลึกซึ้ง จะย้อนกลับมาทิ่มแทงเธอจนแทบกระอักเป็นเลือดเช่นนี้ เมื่อเกินกว่าที่หัวใจจะแบกรับไหว เธอจึงตัดสินใจหอบเสื้อผ้าใส่กระเป๋าใบย่อม หันหลังให้กับความทรยศหักหลังอย่างไม่คิดจะเหลียวหลังกลับมามองอีก
เสียงหวีดร้องของหวูดรถไฟดังขึ้นในเช้าวันใหม่ ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่ขบวนเดิมที่เธอเคยนั่งไปเรียน แต่เป็นขบวนรถไฟด่วนที่กำลังจะพาร่างอันไร้ชีวิตชีวาของเธอมุ่งหน้าไปให้ไกลแสนไกล...ไกลจากคีรีรัฐนิคม ไกลจากเงาของอัครพลและพรพรรณที่คอยตามหลอกหลอน
แก้วกัลยาก้าวขึ้นไปบนรถไฟด้วยแววตาที่หม่นแสง ซบหน้าลงกับกระจกหน้าต่างปล่อยให้น้ำตาไหลพรากอย่างไม่อายใคร ทุกครั้งที่ล้อเหล็กบดเบียดไปตามราง มันเหมือนกำลังเหยียบย่ำลงบนแผลใจของเธอ ขบวนรถไฟเคลื่อนตัวออกจากสถานีพาร่างของเธอจากไป แต่รสสัมผัสและกลิ่นอายด่วนพิศวาสที่เคยเกิดขึ้นยังคงฝังลึกอยู่ในความทรงจำที่เจ็บปวด เป็นรอยตีตราว่าครั้งหนึ่งเธอเคยรักผู้ชายคนนี้จนหมดใจ
“เสียงหวูดรถไฟ... หวีดร้องฟังแล้วใจหาย... ด่วนพิศวาสจะพาน้องไป...”
ท่วงทำนองและน้ำเสียงสั่นเครืออันเป็นเอกลักษณ์ของ แม่ผ่องศรี วรนุช แว่วดังมาจากวิทยุธานินทร์เครื่องเก่าในชานชาลา ราวกับประพันธ์ขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดโศกนาฏกรรมชีวิตของแก้วกัลยาโดยเฉพาะ
ทุกถ้อยคำในเนื้อเพลง “ด่วนพิศวาส” บาดลึกเข้าไปในใจของผู้คนที่ได้ยิน พลอยให้รู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปกับเด็กสาวแรกรุ่นแห่งคีรีรัฐนิคม
เพลงนี้กลายเป็นตัวแทนเสียงสะอื้นของแก้วกัลยา ยามที่เธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟ ขบวนรถที่กำลังเคลื่อนตัวห่างจากบ้านเกิดไปทุกที ไม่ต่างจากความรักที่หลุดลอยและไม่มีวันหวนคืน สายตาที่เคยสดใสบัดนี้หม่นแสง มีเพียงหยาดน้ำตาที่ไหลรินเป็นสายสอดรับกับจังหวะล้อเหล็กกระทบราง
จากดรุณีแรกรุ่นผู้เป็นดาวเด่นและเป็นที่หมายปองของชายทั้งขบวนรถ กลับต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัยความช้ำ หอบหัวใจที่แหลกสลายหนีภาพบาดตาของอัครพลและพรพรรณ เสียงร้องของแม่ผ่องศรีที่พรรณนาถึงความรักที่ด่วนจากมาและด่วนจากไป จึงทำหน้าที่ชำแหละความอัดอั้นในทรวงอกของเธอ และส่งผ่านความรู้สึกโดดเดี่ยวอ้างว้างนั้นตรงถึงคนฟังได้อย่างกินใจ...
ทิ้งไว้เพียงตำนานรักล้มลุกและเสียงหวูดรถไฟสายพิศวาสที่ยังคงหลอนหลอกอยู่ในความทรงจำตลอดกาล
🌿🌿🌿🌿🌿🌿
4มิ.ย.69
นักเขียน
แนวคิด
เรื่องเล่า
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย