7 ชั่วโมงที่แล้ว • ปรัชญา
ชีวิตที่มีกายปรุงแต่งด้วย อารมณ์นึกคิด รู้จักเท่าอารมณ์ได้ ทั้งกายทั้งจิตก็จะมีความสุข
เรามีชีวิต ที่ว่าเรายึดถือกาย กายที่ได้มามีลมเข้าออก ชีวิตนี้ไม่เที่ยงหนอ ลมมันจะหยุด เมื่อไหร่ ก็ไม่รู้ ตื่นมา ก็นึกคิด เรื่องจะเอาอะไรกิน วันนี้จะกินอะไร เอากายไปทำมาหากิน มีการใข้อารมณ์นึกคิดต่างๆที่เกิดขึ้น ตกเย็น ก็กลับมา มานอน ชีวิตนี้ ก็มีเรื่องวนเวียน ไปแต่เรื่องกินกับนอน แล้วเราก็ .มีตามีหู .ไปสัมผัส เรื่องข้างนอนกาย ไปรัยเอาเข้ามา เก็บเข้ามา เหมือ่ฝึ่นละออง ตกลงมาในกายนี้ เราก็ไม่่เคยสังเกตุ
..เอ. ไอ้ลมหายใจ ที่เข้าออก นั่น มันมีอะไรเข้ามาอีก นอกจากลมเข้าออก พอเราฝึกหัด เอาจิตมา .อยู่ที่ปลายจมูก ทำกายนิ่ง จิตนิ่ง มันก็มีสีดำ ๆ เหมือนควันไฟ ลอยขึ้นมา เหมือนเรานั่ง .ดูนั่ง อยู่ในควันไฟ มันก็แสบร้อนไปตามผิวกาย สิ่งที่ลอยขึ้นมา นั้น ก็คือ อารมณ์นึกคิดต่างๆ ที่เราหลงใหล ยึดถือ จิตมันยึด.เราก็พยายาม ปลดเปลื้องมันออกไป .อ้อ. อารมณ์นึดคิดในกายที่ ห้อหุ้มกาย นั้นมันเป็นตัวทุกข์ ที่เราก็ยึดถือ .ใช้กายไปตามอารมณ์กรรม
การมานั่งนิ่ง ทำจิตเฉย . นั่นก็ทำให้เราได้ สำรวจกาย อารมณ์ ที่จิตเรายึด ..ทบทวนอารมณ์ที่จิตเราใช้กาย ตามอารมณ์
เราเอากาย เอาจิตของเรา ไปเที่ยว ทุกที่ทุกทางที่อยากจะไป .ไปจากความนึกคิดของเรา ความนึกคิดเกิดขึ้น ..อารมณ์ก็ปรุงแต่ง กิเลสต่างๆ ตัวยึด ตัวรู้ เรื่องราวต่างๆ ก็พรั่งพรู เข้ามาเพื่อให้ มีอารมณ์นำกายไปสู่สิ่งที่ เค้าอุปโลกน์ขึ้นมา ฉะนั้น สิ่งเหล่านั้น ทำให้จิตเรา ต้องไปยึดแต่ความทุกข์ของการกระทำของเรา เพราะการกระทำของเรา มันไม่ทัน ..ไม่ทันกับอุปสรรคต่างๆ
ฉะนั้น .เมื่อมันไม่ทันก็เป็นอารมณ์ อารมณ์ของเราพาจิตไปท่องเที่ยว ไปสร้างเวร สร้างกรรม ซึ่งเราไม่รู้ว่า ..นั้นก็คือ ..เป็นความสุข แต่ความที่เราไม่ได้นึกถึงนั้น นึกคิดอะไรทั้งนั้น เห็นว่าสุขอย่างเดียว มันไปโน้นไปนี่ ไปกินอะไรต่างๆ มีสุข ..นั้น ก็เพราะอารมณ์ของการปรุงแต่ง
โฆษณา