4 มิ.ย. เวลา 06:15 • ดนตรี เพลง

Album Review: Boards of Canada — Inferno (2026)

การเดินทางกลับสู่ขุมนรกภายในจิตใจ กับอัลบั้มใหม่ในรอบ 13 ปีของดูโอ้อิเล็กทรอนิกส์ระดับตำนานที่พร้อมจะพาดำดิ่งลงไปสบตากับความเวิ้งว้างในแดนสนธยา
แนวเพลง: Downtempo, IDM, Ambient, Hauntology, Progressive Electronic, Neo-Psychedelia, Synthwave
ในขนาบข้างประวัติศาสตร์ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ยุค 90s โดยเฉพาะในกลุ่มก้อนของค่ายเพลงระดับตำนานอย่าง Warp Records ชื่อของสองพี่น้องจากสกอตแลนด์ Mike Sandison และ Marcus Eoin ในนาม Boards Of Canada (BoC) ยังคงเป็นฟอสซิลล้ำค่าที่ไม่อาจหาใครมาแทนที่ได้
พวกเขาไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่เสียงสังเคราะห์ดิจิทัล แต่เลือกที่จะปฏิวัตินิยามของดนตรี IDM ด้วยการผสานเครื่องดนตรีแอนะล็อก กลิ่นอายของนีโอไซคีเดเลีย และฮิปฮอป เข้ากับซาวด์ดีไซน์ที่เต็มไปด้วยความลึกลับและถวิลหาอดีต ผ่านการหยิบยืมเสียงแซมเปิ้ลที่ไม่รู้ที่มาแน่ชัดและยากจะตีความ
ท่ามกลางปี 2026 ที่วงการเพลงค่อนข้างซบเซาและขาดแคลนงานระดับมาสเตอร์พีซ การกลับมาในรอบ 13 ปีของพวกเขานับตั้งแต่ Tomorrow’s Harvest (2013) ด้วยสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ห้าที่มีความยาวกว่า 70 นาทีอย่าง Inferno จึงไม่ใช่แค่เรื่องน่าตื่นเต้น แต่เป็นหมุดหมายสำคัญของอัลบั้มที่คู่ควรกับคำว่า “คลาสสิกที่แท้จริง” ประจำปีนี้อย่างไม่มีข้อกังขา
มีเรื่องเล่าทางธรณีวิทยาอยู่เรื่องหนึ่ง เมื่อครั้งที่ John Playfair เดินทางไปกับ James Hutton บิดาแห่งธรณีวิทยาซีกโลกตะวันตกเพื่อพิสูจน์ทฤษฎี “เวลาอันลึกซึ้ง” (Deep Time) ที่ว่าโลกนี้อยู่มานานเกินกว่ามนุษย์จะจินตนาการได้ Playfair บันทึกไว้ว่า “จิตใจเริ่มเกิดอาการวิงเวียนเมื่อมองย้อนกลับไปในห้วงอเวจีแห่งกาลเวลาที่ยาวนานเช่นนั้น”
ยูทูเบอร์ชื่อดัง Tom Scott เคยตั้งคำถามที่น่าสนใจ ณ จุดที่ Hutton ค้นพบความจริงข้อนี้ว่า “ยังเหลือการค้นพบอะไรแบบนี้อีกไหมในโลก? มีสถานที่ไหนที่จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับโลกไปอย่างสิ้นเชิงอีกหรือเปล่า?” สำหรับเราแล้ว ถ้าจะมีสถานที่ที่ทำให้เราค้นพบความจริงอันน่าพิศวงระดับที่สั่นสะเทือนจิตวิญญาณได้อีกครั้ง มันคงไม่ใช่สถานที่ภายนอกอันกว้างใหญ่หรอก แต่มันซ่อนอยู่ภายใน... ดังก้องและสั่นสะเทือนอยู่ลึกๆ ในจิตใจของเราเอง
และอัลบั้ม Inferno ก็ทำหน้าที่ไม่ต่างจากแผนที่โบราณชิ้นสำคัญ ที่จะคอยนำทางเราให้ดิ่งลึกก้าวข้ามผ่านเปลือกนอก เพื่อไปเผชิญหน้ากับห้วงอเวจีส่วนตัวอันไร้ก้นบึ้งนั้นอย่างซื่อตรงและเปลือยเปล่า
หากมองย้อนกลับไป ดนตรี IDM เติบโตขึ้นมาพร้อมกับอินเทอร์เน็ตในยุคแรกเริ่มที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝันแบบอุดมคติ ก่อนจะค่อยๆ สไลด์ตัวเข้าสู่ความหวาดระแวงในยุค Y2K และความตื่นตระหนกหลังเหตุการณ์ 9/11 ซาวด์แทร็กเหล่านั้นสะท้อนโลกที่มึนเมากับเทคโนโลยีและความหวาดกลัวต่อสิ่งที่ตัวเองสร้างขึ้น และในอีกเสี้ยวศตวรรษต่อมา เราก็กลับมาอยู่ ณ จุดเดิม
ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ภูมิรัฐศาสตร์ที่รุนแรง และโลกโซเชียลมีเดียหรือปัญญาประดิษฐ์ที่เน่าเฟะ กลายเป็นสิ่งที่เชื่อมต่อเราแค่ในเชิงทฤษฎี แต่ในความเป็นจริงกลับผลักเราให้แยกห่างจากกัน ส่งต่อข้อมูลเท็จ และทำลายการรับรู้โลกความจริงไปทีละน้อย ถ้าจะมีช่วงเวลาไหนที่เราควรจะหลุดโฟกัสจากโลกความจริง แล้วจมดิ่งลงไปในแสงสลัวอันน่าสะพรึงกลัวของ BoC... มันก็คือช่วงเวลานี้แหละ
ตัวอัลบั้มเปิดฉากด้วยบีตดาวน์เทมโป เสียงสังเคราะห์ที่สละสลวย และเสียงแซมเปิ้ลที่คุ้นเคยใน “Introit” และ “Prophecy at 1420 MHz” นำพาเราดิ่งลึกเข้าสู่บรรยากาศกึ่งฝันอันแปลกประหลาดที่ชวนขนลุก ซาวด์ของกีตาร์และเสียงสังเคราะห์แบบบิตครัช (Bit-crushed) ในแทร็กหลังให้เนื้อสัมผัสที่อิ่มเอมที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาในดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ แต่ภายใต้เนื้อสัมผัสเหล่านั้น มันกลับซ่อนโครงสร้างที่ใหญ่โตเกินกว่าที่ตาเห็น
มีการใช้เสียงแซมเปิ้ลจากคำสอนทางศาสนาที่ชวนให้คิดถึงลัทธิคลั่งอย่าง “I am God, the ultimate resonance” รวมถึงในแทร็ก “Father and Son” ที่จำลองบทสนทนาระหว่างพ่อกับลูกชายที่ตัดขาดจากโลกภายนอกเพื่อเข้าลัทธิ Children of God แสดงให้เห็นถึงความตึงเครียดและการสื่อสารที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงผ่านน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและเชื่องช้า
การเดินทางในมหากาพย์ 18 แทร็กนี้หยิบยืมสัญลักษณ์ทางศาสนาและความเชื่อมาเป็นแกนหลักอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น “Naraka” ที่หมายถึงนรกในคติศาสนาตะวันออกที่อบอวลไปด้วยเสียงสวดพระกฤษณะ หรือการตัดต่อเสียงคำพูดของ Aleister Crowley นักลัทธิลึกลับใน “All Reason Departs” สิ่งเหล่านี้ตอกย้ำความหมกมุ่นในเรื่องจิตวิญญาณและศาสตร์มืดที่พวกเขาเคยทำไว้ใน Geogaddi (2002)
ทว่าความสยองขวัญทางดนตรีของ BoC ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่ให้เราหวาดกลัว แต่มันใช้ภาพแทนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่พ้นไปจากความรับรู้ของมนุษย์ บาปและการไถ่บาป มาฉายภาพวงกตอันลึกซึ้งในจิตใจมนุษย์ ยิ่งใน “Blood in the Labyrinth” ที่มีเสียงแซมเปิ้ลจากสารคดีเกี่ยวกับยาหลอนประสาท PCP พูดถึงผู้หญิงที่วิ่งหนีและกรีดร้องหลังจากเพื่อนจมน้ำตาย ยิ่งทำให้เห็นชัดว่านรกที่แท้จริงอาจไม่ใช่สถานที่หลังความตาย แต่คือสภาวะจิตใจที่แตกสลายในโลกปัจจุบัน
หลายคนอาจจะพยายามใช้คำว่า “ฮอนโทโลจี” มาอธิบายงานชุดนี้ ในฐานะแนวดนตรีที่สำรวจอนาคตที่สูญหายและความทรงจำทางวัฒนธรรมผ่านเสียงแอนะล็อกที่บิดเบี้ยวและสัญญาณรบกวนของเทปเก่า แต่นั่นเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น เพราะใน Inferno มีอะไรที่ดิบเถื่อนกว่านั้นเยอะ
อัลบั้มนี้ฟังดูมีเลือดเนื้อ มีความขัดแย้งในตัวเองอย่างประหลาด ในบางช่วงที่ซาวด์ขยายตัวอย่างโอ่อ่า เช่น “Hydrogen Helium Lithium Leviathan” หรือ “Arena Americanada” ที่ทั้งร้อนรุ่มและเป็นเครื่องจักรกลในเวลาเดียวกัน มันสามารถเหวี่ยงเราหลุดออกไปนอกชั้นบรรยากาศ แต่ในบางช่วง ดนตรีกลับหดตัวลงมาโอบอุ้มเราเหมือนอยู่ในครรภ์มารดา มอบความอบอุ่นที่รู้สึกปลอดภัย
สองพี่น้องคู่นี้เข้าใจดีว่าความแปลกแยกที่ชวนขนลุก กับความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย ไม่ใช่สิ่งตรงข้ามกัน และในอัลบั้มนี้ พวกเขาผลักดันความเข้าใจนั้นไปจนสุดขอบเขต
หากมองในมิติทางการเมืองและการตั้งคำถามต่อสังคมโลกภายนอกในรอบ 13 ปีที่ผ่านมา มันเต็มไปด้วยความสูญเสียและทิศทางที่เลวร้าย บรรยากาศของ Inferno จึงฟังดูมีความเป็นภูเขาไฟที่พร้อมระเบิดและเร่งด่วนกว่างานชุดก่อนๆ ซาวด์สเคปของมันสะท้อนความโกลาหลและความตึงเครียดของยุคสมัยได้อย่างซื่อตรง ดนตรีของพวกเขาทำหน้าที่คล้ายกับภาพยนตร์สารคดีเก่าๆ ที่เราเคยดูในโรงเรียน ภาพยนตร์ที่ล้าสมัยเพราะงบประมาณจำกัด หรือถูกพิสูจน์แล้วว่าผิดพลาดเมื่อเวลาผ่านไป แต่เรากลับไม่อาจละสายตาได้
แสงไฟที่ปิดมิด แอร์ที่เย็นฉ่ำ และเสียงดนตรีสะกดจิตที่เล่าเรื่องการทำงานของเซลล์ ความไร้สาระของสงครามเวียดนาม หรืออาการทางจิตเภท มันทำให้กฎเกณฑ์ของโลกความจริงหยุดทำงานไปชั่วขณะ เป็นความรู้สึกของการล้ำเส้นที่เกิดขึ้นท่ามกลางโลกที่กำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
แต่แล้วจุดเปลี่ยนสำคัญของอารมณ์ในอัลบั้มก็เกิดขึ้นในช่วงท้าย หลังจากเพลงแอมเบียนต์ที่งดงามอย่าง “Deep Time” ดนตรีเริ่มเปลี่ยนผ่านไปสู่ความหวัง แทร็ก “The Process” นำเราเข้าสู่สถานีวิทยุทหารที่มีเสียงทอล์กกี-ทอล์กกีและเสียงประกาศ ก่อนจะส่งต่อให้ “You Retreat in Time and Space” เพลงที่มอบความรู้สึกของการเดินทางข้ามอวกาศเพื่อหลีกหนีจากความยากลำบากในชีวิตจริง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแทร็กที่มองโลกในแง่ดีที่สุดของอัลบั้ม
และปิดท้ายด้วย “I Saw Through Platonia” ที่ทิ้งท้ายด้วยเสียงหัวใจเต้นเหนือเสียงสังเคราะห์อันสว่างไสว เสมือนเป็นการตั้งคำถามอันลึกซึ้งว่า ท่ามกลางความมหัศจรรย์และความบิดเบี้ยวทั้งหมดของโลกใบนี้ เรากำลังจะเหลือโลกแบบไหนไว้ให้ลูกหลานของเราได้เติบโตขึ้นมา หรือพวกเขาสมควรที่จะลืมตาดูโลกนี้ตั้งแต่แรกหรือไม่? เป็นบทสรุปที่พยายามบอกว่า หลังจากที่เราผ่านพ้นนรกและการชดใช้กรรมมาแล้ว แสงสว่างเล็กๆ ที่เคยถูกโลกริบหม่นไปในอดีต จะถูกค้นพบอีกครั้งภายในตัวเราเอง
Inferno อาจไม่ใช่อัลบั้มที่เข้าถึงได้ง่ายในทันที และสำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับสไตล์ของ BoC อัลบั้มนี้อาจไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่ดีนัก แต่มันคือการกลับมาที่คุ้มค่ากับการรอคอยอันยาวนานเกือบครึ่งค่อนชีวิตของแฟนเพลง พวกเขาแทบไม่ได้เปลี่ยนสไตล์ดั้งเดิมเลย แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับน่าเลื่อมใส BoC ยังคงรักษาโฟกัสและจิตวิญญาณแบบยุคแรกเริ่มเอาไว้ได้อย่างเหนียวแน่น พร้อมทั้งปรับปรุงสูตรสำเร็จดนตรีแนวโปรเกรสซีฟอิเล็กทรอนิกส์ ซินธ์เวฟ และดาวน์เทมโป ให้เข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างสดใหม่และมีเอกลักษณ์
ในโลกที่อัดแน่นไปด้วยเสียงรบกวนที่ไร้ความหมาย ความคุ้นเคยที่บาดลึกและจริงใจในดนตรีของพวกเขากลายเป็นเสมือนเชือกช่วยชีวิตที่ดึงเราไว้ 13 ปีเป็นเวลาที่ยาวนานสำหรับการรอคอย แต่ Inferno ได้พิสูจน์แล้วว่า ทุกวินาทีที่เสียไปนั้นคุ้มค่าอย่างที่สุด
หากคุณพร้อมที่จะออกเดินทางไปกับมหากาพย์แห่งจิตวิญญาณชิ้นนี้ สิ่งที่เราอยากแนะนำอย่างถึงที่สุด คือการละทิ้งความวุ่นวายของโลกภายนอกไว้เบื้องหลัง หยิบหูฟังคู่ใจที่มีคุณภาพดีที่สุดขึ้นมาสวมใส่ เร่งระดับวอลลุ่มเสียงให้เต็มพิกัด ปล่อยให้คลื่นเสียงแอนะล็อกอันอบอุ่นโอบล้อมตัวคุณไว้ จากนั้นเพียงเอนหลังลงช้าๆ หลับตาลงให้สนิท แล้วปล่อยใจให้จมดิ่งลึกลงไป...
ดื่มด่ำและรับฟังเสียงสะท้อนจากขุมนรกส่วนตัวนี้ตั้งแต่โน้ตตัวแรกจนถึงลมหายใจสุดท้าย เพราะนี่ไม่ใช่แค่การฟังเพลง แต่คือการเปิดโอกาสให้จิตวิญญาณได้เยียวยาตัวเองท่ามกลางโลกที่กำลังแหลกสลายอย่างแท้จริง
คะแนน: 10/10
แทร็กไฮไลต์: Prophecy at 1420 MHz, Hydrogen Helium Lithium Leviathan,
Father and Son, Naraka, Memory Death, The Word Becomes Flesh, Into the Magic Land, Blood in the Labyrinth, Deep Time, All Reason Departs, Arena Americanada และ You Retreat in Time and Space
โฆษณา