แนวเพลง: Post-Punk Revival, Indie Rock, Jangle Pop, Punk Blues, Cowpunk, Garage Rock Revival
หลังจากฟรอนต์แมนหนุ่มมาดเซอร์ Elias Rønnenfelt แยกตัวไปทำงานเดี่ยวติดต่อกันถึงสองชุด ทั้งซาวด์สไตล์อเมริกาน่าใน Heavy Glory (2024) และงานทดลองทริปฮอปสุดล้ำใน Speak Daggers (2025) ในที่สุด Iceage วงโพสต์พังก์ตัวตึงจากเดนมาร์กก็กลับมารวมตัวกันครบวงอีกครั้งใน For Love of Grace & the Hereafter สตูดิโออัลบั้มลำดับที่หก ซึ่งถือเป็นผลงานใหม่ในรอบ 5 ปีเต็ม นับตั้งแต่ Seek Shelter (2021)
การกลับมาครั้งนี้พวกเขาเลือกที่จะหันหลังให้กับการเรียบเรียงดนตรีที่พึ่งพาเครื่องสายหรือเสียงแตรออร์เคสตราอันหรูหราอลังการ แล้วหันกลับไปบันทึกเสียงกันในบ้านพักห่างไกลผู้คน ณ ชนบทของสวีเดน ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกับที่พวกเขาเคยใช้ให้กำเนิดอัลบั้มที่เป็นจุดเปลี่ยนอย่าง Plowing Into the Field of Love (2014) ส่งผลให้อัลบั้มนี้กลายเป็นงานดนตรีที่เปลือยเปล่า ลุ่มลึก และเต็มไปด้วยชั้นเชิงที่ถูกกลั่นกรองมาอย่างเฉียบคมที่สุดของพวกเขาในรอบทศวรรษเลยทีเดียว
หาก New Brigade (2011) อัลบั้มเปิดตัวเมื่อ 15 ปีก่อนคือสัญลักษณ์ของความเกรี้ยวกราดดุดันตามประสาวัยรุ่น For Love of Grace & the Hereafter ก็คือหลักฐานชั้นดีที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างงดงามของวงดนตรีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน
ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ “Match Head Girl” แทร็กที่เผยให้เห็นมุมขี้เล่นที่สุดของวงด้วยไลน์เบสและกลองที่เยื้องย่างอย่างมีจริตจะก้าน ชวนให้นึกถึงความจัดจ้านของวงรุ่นพี่อย่าง Dinosaur Jr. แต่ความสนุกที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้นในแทร็กที่สามอย่าง “The Weak” ที่จู่ๆ วงก็กระชากเราเข้าสู่ลานเบียร์คาวบอยด้วยดนตรีคาวพังก์สไตล์คันทรี่ดิบๆ ราวกับถอดแบบมาจาก The Black Lips เป็นสัญญาณเตือนว่า Iceage ในพ.ศ. นี้ไม่มีกรอบใดๆ มาผูกมัดพวกเขาไว้ได้อีกแล้ว
นี่ยังคงเป็นหลักฐานชั้นดีว่าในยุคสมัยที่วงการดนตรีเต็มไปด้วยงานซ้ำซากและน่าเบื่อ Iceage เป็นวงดนตรีที่ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ พวกเขาพร้อมที่จะทุบกรอบตัวเองเพื่อออกเดินทางไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ลึกซึ้งกว่า และนั่นทำให้ For Love of Grace & the Hereafter อาจกลายเป็นอัลบั้มที่ดีที่สุดในอาชีพนักดนตรีของพวกเขาเลยก็ว่าได้
คะแนน: 8.5/10
แทร็กไฮไลต์: Ember, Match Head Girl, The Weak, No Fear, mother-of-pearl, Tender Blades, Star และ Holy Water