Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 02:09 • ธุรกิจ
ฟองสบู่การ์ดเกม? จากยุคทองสู่ยุคมืด แค่ของสะสมปั่นราคา หรือวิกฤตของจริง
เวลาที่เราพูดถึงวิกฤต “ฟองสบู่แตก” ภาพแรกที่หลายคนนึกถึงคงเป็นตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือคริปโทเคอร์เรนซี…
สินทรัพย์เหล่านี้มักมีราคาพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างไม่หยุดยั้ง จนกระทั่งวันหนึ่งทุกอย่างก็พังทลายลงมา สร้างความเสียหายมหาศาล
แต่เชื่อมั๊ยครับว่า มีตลาดสินทรัพย์ทางเลือกอีกแห่งหนึ่งที่เคยเกิดภาวะฟองสบู่แตกมาแล้วอย่างรุนแรงเช่นกัน
และที่น่าตกใจคือ ประวัติศาสตร์กำลังส่งสัญญาณเตือนว่าเหตุการณ์นั้นอาจจะซ้ำรอยเดิมในไม่ช้านี้…
สิ่งที่เรากำลังพูดถึงคือตลาดการ์ดเกม หรือที่รู้จักกันในชื่อ TCG
ในยุคปัจจุบัน ถ้าเราลองกวาดสายตาดูในตลาด เราจะเห็นการ์ดเกมใหม่ออกมาแทบจะทุกสัปดาห์
ไม่ว่าจะเป็นเกมจากการ์ตูนดังอย่าง One Piece หุ่นยนต์ระดับตำนานอย่าง Gundam หรือแม้แต่เกมกระแสใหม่อย่าง Riftbound…
ทุกค่ายต่างเร่งผลิตการ์ดเกมออกมาเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งเค้กก้อนโตในตลาดที่กำลังหอมหวาน
ปรากฏการณ์นี้ทำให้ผู้เล่นรุ่นเก๋าหลายคน ที่เคยผ่านยุคทองของการ์ดเกมในอดีต เริ่มรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ ขึ้นมา
เพราะถ้าเราย้อนกลับไปมองประวัติศาสตร์ ครั้งสุดท้ายที่วงการการ์ดเกมตกอยู่ในสถานะที่บ้าคลั่งแบบนี้ ต้องย้อนไปหลายสิบปีก่อน…
ช่วงปลายทศวรรษ 1990s ถึงต้นทศวรรษ 2000s คือช่วงเวลาที่หลายคนในวงการเรียกขานว่า “ยุคมืด” ของการ์ดเกม
เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในวันนี้ เราต้องย้อนกลับไปดูบทเรียนในวันนั้นกันก่อน
ในช่วงเวลานั้น อุตสาหกรรม TCG เติบโตอย่างก้าวกระโดด นำทัพโดยแฟรนไชส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Pokemon และ Magic: The Gathering…
เม็ดเงินมหาศาลสะพัดอยู่ในวงการ เด็กๆ ทั่วโลกต่างนำเงินค่าขนมไปซื้อซองสุ่มการ์ดเพื่อหวังจะได้การ์ดหายาก
ในขณะที่ผู้ใหญ่หลายคนเริ่มมองเห็นช่องทางทำกำไร และเข้ามาเก็งกำไรจากการ์ดราวกับว่ามันคือหุ้นตัวหนึ่ง
สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ บริษัทน้อยใหญ่มากมายเห็นช่องทางรวยทางลัด พวกเขาเริ่มผลิตการ์ดเกมของตัวเองออกมาแข่งบ้าง…
แต่ปัญหาคือ เกมเหล่านั้นไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากความรักหรือความเข้าใจในกลไกของเกมจริงๆ
สิ่งที่เราเห็นในช่วงเวลานั้นคือ การเกิดเทรนด์ที่อันตรายมาก นั่นคือการผลิตสินค้าด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผู้ผลิตเร่งเข็นโปรดักต์ออกสู่ตลาดให้เร็วที่สุด มีการคัดลอกระบบการเล่นจากเกมดังๆ มาดื้อๆ หรือที่เรียกว่า Copy-paste design…
บริษัทเหล่านี้อาศัยเพียงแค่การซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนหรือภาพยนตร์ดังๆ มาแปะลงบนการ์ด
จากนั้นก็หวังว่าแฟนคลับจะยอมควักกระเป๋าจ่ายเงินซื้อเพื่อการสะสม โดยไม่ได้สนใจเลยว่ากฎกติกาของเกมจะหละหลวมแค่ไหน
เป้าหมายเดียวของพวกเขาคือการสร้างของสะสมเพื่อดึงเงินจากกระเป๋าผู้บริโภคให้ได้มากที่สุดและเร็วที่สุด…
แน่นอนว่า ในช่วงแรกที่เงินยังสะพัด ทุกอย่างดูสวยงามไปหมด ราคาการ์ดพุ่งทะยานไม่หยุด
การ์ด Charizard พิมพ์ครั้งแรกของ Pokemon ในปี 2001 มีราคาซื้อขายกันสูงถึง 375 ดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งถ้าปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้ว จะเทียบเท่ากับเงินเกือบ 700 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน เป็นตัวเลขที่ทำให้หลายคนตาลุกวาว…
แต่มันก็เหมือนกับสัจธรรมของโลก เมื่อถึงจุดหนึ่ง งานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกรา
เมื่อตลาดมีของมากเกินไป ผู้คนเริ่มตระหนักว่าการ์ดเกมหลายสิบเกมที่พวกเขาซื้อมา ไม่สามารถนำไปเล่นจริงได้
ความต้องการซื้อจึงหดหายไปอย่างฉับพลัน นำมาซึ่งหายนะที่ไม่มีใครคาดคิด…
“ฟองสบู่แตก” ดังโพล๊ะในปี 2001 ราคาการ์ดร่วงดิ่งลงเหวอย่างรวดเร็ว
การ์ด Charizard ที่เคยมีมูลค่า 375 ดอลลาร์สหรัฐ ราคาตกลงมาเหลือเพียง 100 ดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาไม่นาน
สื่อหลายสำนักในยุคนั้นตีข่าวใหญ่โตว่านี่คือจุดจบของ Pokemon และอวสานของตลาด TCG…
บริษัทผู้ผลิตการ์ดเกมรายย่อยล้มหายตายจากไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแค่ชื่อให้คนหยิบมาพูดคุยเป็นเรื่องตลกขบขัน
แต่ท่ามกลางซากปรักหักพังของวงการในวันนั้น ยังมีผู้รอดชีวิตที่แข็งแกร่งเหลืออยู่
Pokemon สามารถผ่านวิกฤตมาได้โดยบริษัทแม่ต้องลงมาจัดการลิขสิทธิ์และดูแลทุกอย่างด้วยตัวเอง…
ส่วน Yu-Gi-Oh ก็รอดมาได้อย่างปาฏิหาริย์เพราะอยู่ถูกที่ถูกเวลา
แต่กรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดคือ Magic: The Gathering แบรนด์ที่รอดพ้นยุคมืดมาได้อย่างสง่างาม
ทำไม Magic ถึงรอดพ้นวิกฤตครั้งนั้นมาได้ คำตอบคือพวกเขาไม่ได้กระโดดลงไปเล่นในเกมฟองสบู่แบบค่ายอื่นๆ…
ในยุคนั้น Magic แทบจะไม่ได้ร่วมมือกับแฟรนไชส์อื่น ไม่มีการทำการ์ดพิเศษที่แคปภาพหน้าจอมาแปะ
ไม่มีการปั๊มฟอยล์แปลกๆ หรือรันซีเรียลนัมเบอร์เพื่อดึงดูดสายสะสม พวกเขาเน้นไปที่การสร้างระบบการเล่นที่แข็งแกร่ง
แม้ในอดีตพวกเขาจะเคยทำพลาดจนต้องออกกฎอย่าง Reserve List เพื่อรักษาสัญญาว่าจะไม่พิมพ์การ์ดหายากซ้ำ…
แต่พวกเขาก็ค่อยๆ แก้ไขปัญหาและเติบโตมาได้อย่างมั่นคง โดยเน้นที่ผู้เล่นมากกว่านักสะสมเก็งกำไร
การตัดสินใจในครั้งนั้นทำให้พวกเขามีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง และกลายเป็นเสาหลักของวงการมาจนถึงทุกวันนี้
แล้วปัจจุบันนี้ สถานการณ์เป็นอย่างไร ทำไมผู้คนถึงเริ่มกังวลว่าเรากำลังอยู่ในฟองสบู่รอบใหม่…
เหตุผลหลักคือ เด็กๆ ที่เคยนั่งแกะซองการ์ดในยุคฟองสบู่ 90s วันนี้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีกำลังซื้อมหาศาล
ความโหยหาอดีตกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ขับเคลื่อนตลาดนี้ ทำให้เราเริ่มเห็นการใช้วิธีการแบบเดียวกับเมื่อยี่สิบปีก่อน
มาดูสัญญาณอันตรายแรกกันก่อน เริ่มจากยักษ์ใหญ่อย่าง Magic: The Gathering ที่เคยเป็นแบบอย่างของการเอาตัวรอด…
วันนี้ดูเหมือนพวกเขาจะเริ่มเปลี่ยนทิศทางไปสู่อะไรที่น่ากังวล โดยเฉพาะการพยายามร่วมมือกับแฟรนไชส์อื่น
สิ่งที่ผู้เล่นวิจารณ์กันมากคือ การ์ดประเภท Avatar cards ที่นำภาพแคปหน้าจอธรรมดาๆ จากอนิเมชั่นมาใช้
มีกรณีศึกษาที่น่าสนใจมาก เมื่อผู้เล่นพบว่าการ์ดเกมจากเยอรมนีที่ชื่อว่า Vicearts ซึ่งร่วมมือกับ Avatar the Last Airbender…
ดันใช้ภาพแคปหน้าจอภาพเดียวกัน ในวินาทีเดียวกันเป๊ะ กับที่ Magic นำมาใช้ในการ์ด Return of the Wild Speaker
สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของลิขสิทธิ์อาจจะแค่ส่งไฟล์ภาพชุดเดียวกันไปให้ทุกบริษัทที่มาร่วมมือด้วย
และบริษัทการ์ดเกมเหล่านั้นก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะสร้างสรรค์งานศิลปะใหม่ๆ ขึ้นมาเพื่อผู้เล่นเลย…
พวกเขาไม่ได้สนใจว่าระบบเกมจะพังหรือไม่ สิ่งที่พวกเขาสนใจคือการแปะโลโก้ชื่อดังเพื่อสร้างยอดขาย
นี่คือสิ่งที่ทำให้ผู้เล่นดั้งเดิมเริ่มหมดศรัทธา เพราะเกมที่พวกเขารักกำลังถูกลดคุณค่าให้กลายเป็นเพียงสินค้าสะสม
สัญญาณอันตรายที่สอง มาจากเกมหน้าใหม่ที่พยายามจะคว้าโอกาสในยุคนี้…
กรณีตัวอย่างที่ถูกพูดถึงอย่างมากคือ Riftbound การ์ดเกมใหม่ที่ดัดแปลงมาจากวิดีโอเกมชื่อดัง
เกมนี้น่าจะเป็นตัวแทนของคำว่าเร่งรีบจนเกินพอดีได้อย่างชัดเจนที่สุด
เพียงไม่กี่วันก่อนวางจำหน่าย ทีมผู้พัฒนาได้ประกาศแก้ไขกฎกติกาชุดใหญ่ ซึ่งเป็นการเพิ่มนิยามสำคัญเข้าไประบบ…
เกมที่ซุ่มพัฒนามานานหลายปี กลับลืมกำหนดกฎเกณฑ์พื้นฐาน ทำให้ผู้เล่นเกิดความสับสนอย่างหนัก
นอกจากนี้ ในวันแรกที่เกมวางขาย หรือที่เรียกว่า Day Zero ยังมีการประกาศ Errata
ซึ่งเป็นการประกาศเปลี่ยนแปลงความสามารถของการ์ดที่พิมพ์ออกมาแล้วถึง 31 ใบ…
เพื่อเปรียบเทียบ เกมอย่าง Lorcana เคยทำ Errata เพียงแค่ใบเดียว และพวกเขาจริงจังกับมันมาก
ส่วน Magic ตลอดสามสิบกว่าปีที่ผ่านมา มีการแก้ความสามารถการ์ดในวันแรกเพียง 32 ครั้งเท่านั้น
แต่ Riftbound กลับทำตัวเลขเกือบเท่าสถิติสามสิบปีของ Magic ภายในวันเดียว…
ปัญหาของการทำ Errata ในการ์ดกระดาษคือ ผู้เล่นจะเล่นตามข้อความบนการ์ด แต่กลับผิดกฎหมายการแข่งขัน
มันคือการทำลายประสบการณ์ผู้เล่นอย่างย่อยยับ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการเร่งรีบเพื่อตักตวงผลประโยชน์ก่อนที่กระแสจะหมด
โดยแฝงกลยุทธ์ดึงดูดสายสะสมด้วยการใส่ Signature cards หรือการ์ดที่มีลายเซ็นศิลปิน…
การ์ดเหล่านี้ถูกปั่นราคาในตลาดรองไปได้ถึงระดับหลักพันดอลลาร์สหรัฐ ทั้งที่ระบบการแข่งขันยังขาดความสมดุล
มาถึงสัญญาณอันตรายสุดท้าย ซึ่งเป็นบทเรียนราคาแพงของวงการ นั่นคือกรณีของเกมที่ชื่อว่า Altered
Altered เคยเป็นปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ เพราะระดมทุนได้สูงที่สุดในประวัติศาสตร์บนแพลตฟอร์ม Kickstarter…
พวกเขามีอาร์ตเวิร์กที่อลังการ มีระบบเกมที่น่าสนใจ และมีนวัตกรรมที่ล้ำสมัย
นวัตกรรมที่ว่าคือการใส่ QR Code ไว้บนการ์ดทุกใบ เพื่อให้ผู้เล่นเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในรูปแบบดิจิทัลด้วย
ผู้เล่นสามารถซื้อขายสิทธิ์นี้ในตลาดออนไลน์ หรือแม้แต่สั่ง Print on demand ให้บริษัทพิมพ์การ์ดส่งมาให้…
ไอเดียนี้ฟังดูเหมือนจะล้ำ แต่ในความเป็นจริง เมื่อเกมเปิดตัว ระบบดิจิทัลเหล่านี้กลับใช้งานไม่ได้จริง
มันกลายเป็นนวัตกรรมที่พยายามจะแก้ปัญหาที่ไม่มีใครร้องขอ เพราะแก่นแท้ของตลาด TCG คือการครอบครองสิ่งของในโลกกายภาพ
การพยายามย้ายมูลค่าไปสู่โลกดิจิทัล จึงไม่ตอบโจทย์ผู้เล่นส่วนใหญ่…
ผลลัพธ์คือในแคมเปญระดมทุนบนแพลตฟอร์ม Gamefound ทีมพัฒนาต้องออกมายอมรับความจริงที่น่าตกใจ
ถ้าพวกเขาไม่สามารถระดมทุนได้มหาศาล พวกเขาจำเป็นต้องปิดตัวเกมนี้ลงและคืนเงินทั้งหมด
เรื่องราวของ Altered เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนของวัฏจักรฟองสบู่ ที่เริ่มต้นด้วยความตื่นเต้นและเงินทุนที่หลั่งไหล…
แต่เมื่อเวลาผ่านไป โครงสร้างพื้นฐานของเกมไม่สามารถรั้งผู้เล่นให้อยู่ต่อได้ สุดท้ายเกมก็ต้องล้มพับไป
ความแตกต่างที่สำคัญระหว่างเกมที่อยู่รอดกับเกมที่ล้มเหลว มักจะอยู่ที่จุดเริ่มต้น
การสร้างเกมแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือแนวทางแบบ Grassroots อาจจะดูไม่หวือหวาแต่มั่นคง…
เกมอย่าง Flesh and Blood หรือ Sorcery เลือกใช้วิธีนี้ พวกเขาค่อยๆ เติบโตทีละก้าว
ในขณะที่หลายค่าย เลือกที่จะใช้เงินก้อนโตทุ่มซื้อความสำเร็จสำเร็จรูป ซึ่งพร้อมจะละลายหายไปอย่างรวดเร็ว
มีทฤษฎีหนึ่งที่ใช้อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ดีมาก เรียกว่าวิธีการ MEAT…
ย่อมาจาก Marketing หรือการตลาด Experience หรือประสบการณ์ Analysis หรือการวิเคราะห์ และ Takeaways หรือบทสรุป
สิ่งที่เกิดขึ้นคือบริษัทจำนวนมากทำ Marketing ได้ดีเยี่ยม ทุ่มเงินโปรโมต สร้างภาพฝันที่สวยหรู
แต่พอผู้เล่นเข้าสู่ Experience การได้สัมผัสตัวเกมจริงๆ ประสบการณ์ที่ได้กลับว่างเปล่า…
สิ่งที่ตามมาคือ Analysis ในแง่ลบ และ Takeaways ที่ทำให้ผู้เล่นตัดสินใจเดินจากไป
เหตุการณ์ฟองสบู่ในลักษณะนี้ไม่ได้เพิ่งเกิดเป็นครั้งแรก ย้อนกลับไปในวิกฤตเศรษฐกิจหลายครั้ง เราเห็นรูปแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
บริษัทจำนวนมากระดมทุนผ่านการสร้างภาพลักษณ์ที่เกินจริง ก่อนที่จะล้มพับไปเมื่อถึงเวลาส่งมอบผลิตภัณฑ์จริง…
คำถามที่ทิ้งท้ายไว้ให้คิดก็คือ ท่ามกลางกระแสการเปิดตัวการ์ดเกมใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องในตอนนี้
เราในฐานะผู้บริโภคหรือนักลงทุน จะสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างของจริงกับของปลอมได้อย่างไร
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเกมไหนคือ “เพชรแท้” ที่จะอยู่รอดต่อไปอีกยาวนาน…
และเกมไหนคือ “ฟองสบู่” ที่พร้อมจะแตกสลายเมื่อกระแสลมเปลี่ยนทิศ
บางทีบทเรียนจากยุคมืดอาจจะเป็นคู่มือชั้นดีที่เตือนสติเรา
อย่าปล่อยให้ความโลภและความโหยหาอดีต ทำให้เราลืมมองถึงแก่นแท้และคุณภาพของสิ่งที่เรากำลังจะจ่ายเงิน…
เพราะเมื่อใดก็ตามที่คนสร้างสนใจแต่ยอดขายมากกว่าคุณภาพของผลิตภัณฑ์
เมื่อนั้นก็เตรียมตัวได้เลยว่า ฟองสบู่ลูกใหม่กำลังขยายตัวอย่างเงียบๆ
และมันกำลังรอเวลาที่เหมาะสม เพื่อที่จะระเบิดออกมาสร้างความเสียหายอีกครั้ง…
References : [tcgplayer, polygon, ign, kickstarter, wizards]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/bubble-card-game/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
การลงทุน
ธุรกิจ
การเงิน
5 บันทึก
9
1
5
9
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย