5 มิ.ย. เวลา 00:39 • หุ้น & เศรษฐกิจ

🤔 ทำไมกองทุนไทยที่ไปลงทุนใน Master Fund เดียวกัน แต่ผลตอบแทนไม่เท่ากัน?

หลายคนอาจเคยสังเกตว่า กองทุนไทยบางกองลงทุนในกองทุนต่างประเทศ (Master Fund) เดียวกัน แต่ผลตอบแทนกลับไม่เหมือนกัน ทั้งที่ดูเหมือนลงทุนในสินทรัพย์ชุดเดียวกัน
แล้วความแตกต่างนี้เกิดจากอะไร? มาทำความเข้าใจกัน👇
🌏 กองทุนรวมต่างประเทศ (Foreign Investment Fund : FIF)
คือกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV)
โดยรูปแบบการลงทุนหลัก ๆ สามารถแบ่งได้เป็น 3 แบบ
📈 1) บลจ.ไทยลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ต่างประเทศ
เป็นรูปแบบที่ บลจ.ไทยคัดเลือกหุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ต่างประเทศด้วยตนเอง
✅ บริหารพอร์ตเอง
✅ คัดเลือกสินทรัพย์เอง
✅ บริหารความเสี่ยงค่าเงินเอง
✅ ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับฝีมือการบริหารของ บลจ.
🎯 2) Feeder Fund
กองทุนไทยนำเงินไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศเพียงกองเดียว
กองทุนต่างประเทศนั้นเรียกว่า Master Fund ส่วนกองทุนไทยเรียกว่า Feeder Fund
✅ ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับการบริหารของ Master Fund เป็นหลัก
✅ บลจ.ไทยดูแลสภาพคล่องและการบริหารความเสี่ยงค่าเงิน
✅ เป็นรูปแบบที่ได้รับความนิยมในการลงทุนต่างประเทศ
🧩 3) Fund of Funds
กองทุนไทยนำเงินไปลงทุนในกองทุนต่างประเทศหลายกอง
✅ กระจายการลงทุนผ่านหลายกองทุน
✅ บลจ.ไทยเป็นผู้กำหนดและปรับสัดส่วนการลงทุน
✅ ดูแลการบริหารความเสี่ยงค่าเงิน
✅ ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับส่วนผสมของกองทุนที่เลือกลงทุน
❓ แล้วทำไม Feeder Fund ที่ลงทุนใน Master Fund เดียวกัน ยังให้ผลตอบแทนต่างกัน?
แม้จะลงทุนใน Master Fund เดียวกัน แต่ผลตอบแทนของ Feeder Fund อาจแตกต่างกันได้จากหลายปัจจัย โดยเฉพาะ 2 เรื่องสำคัญต่อไปนี้
💱 1) นโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (FX Hedging)
การลงทุนต่างประเทศไม่ได้รับผลกระทบเฉพาะจากผลตอบแทนของสินทรัพย์เท่านั้น แต่ยังได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนด้วย
ตัวอย่างเช่น หากเงินบาทแข็งค่าขึ้น ผลตอบแทนเมื่อแปลงกลับมาเป็นเงินบาทอาจลดลงได้
กองทุนแต่ละกองจึงอาจมีนโยบายแตกต่างกัน เช่น
🔹 ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเต็มจำนวน (Fully Hedged)
🔹 ป้องกันความเสี่ยงบางส่วน (Partially Hedged)
🔹 ไม่ป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (Unhedged)
ดังนั้น แม้ลงทุนใน Master Fund เดียวกัน แต่หากนโยบาย FX Hedging ต่างกัน ผลตอบแทนก็อาจแตกต่างกันได้
📌 สามารถตรวจสอบนโยบายการป้องกันความเสี่ยงค่าเงินได้จาก Fund Fact Sheet หรือหนังสือชี้ชวนของกองทุน
💰 2) ต้นทุนและค่าธรรมเนียม
แม้จะลงทุนใน Master Fund เดียวกัน แต่ต้นทุนรวมของแต่ละกองทุนอาจไม่เท่ากัน
ตัวอย่างเช่น
🔹 ค่าธรรมเนียมการจัดการของกองทุนไทย
🔹 ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในการบริหารกองทุน
🔹 Share Class ของ Master Fund ที่กองทุนไทยเลือกลงทุน
ยิ่งต้นทุนสูง ผลตอบแทนสุทธิที่ผู้ลงทุนได้รับก็อาจลดลงได้
📌 สามารถศึกษารายละเอียดค่าธรรมเนียมได้จากหนังสือชี้ชวนและ Fund Fact Sheet ของกองทุน
💵 ปัจจัยอื่นที่อาจทำให้ผลตอบแทนแตกต่างกัน
แม้จะลงทุนใน Master Fund เดียวกัน แต่กองทุนไทยแต่ละกองอาจมีวิธีบริหารสภาพคล่องแตกต่างกัน
เช่น การถือเงินสดหรือสินทรัพย์สภาพคล่องบางส่วนไว้รองรับการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน และการบริหารความเสี่ยงต่าง ๆ
เงินส่วนนี้ไม่ได้ถูกนำไปลงทุนใน Master Fund เต็มจำนวน จึงอาจทำให้ผลตอบแทนต่ำกว่ากองทุนที่สามารถบริหารสภาพคล่องได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปผลกระทบนี้ มักมีน้อยกว่าเรื่อง FX Hedging และค่าธรรมเนียม
📝 สรุป
แม้กองทุนไทยจะลงทุนใน Master Fund เดียวกัน แต่ผลตอบแทนไม่ได้จำเป็นต้องเท่ากันเสมอไป
💱 นโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน (FX Hedging)
💰 ต้นทุนและค่าธรรมเนียมในการบริหารจัดการ
🏷️ Share Class ของ Master Fund ที่เลือกลงทุน
💵 การบริหารสภาพคล่อง
ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจทำให้ผลตอบแทนแตกต่างกันได้
ดังนั้น ก่อนเลือกลงทุนกองทุนต่างประเทศ อย่าดูเพียงชื่อ Master Fund เท่านั้น แต่ควรศึกษานโยบายการลงทุน การป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน และต้นทุนของกองทุนควบคู่กันไปด้วย 😊
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #กองทุนรวม #กองทุนต่างประเทศ #FIF #FeederFund #FundOfFunds
โฆษณา