5 มิ.ย. เวลา 00:59
เรื่องราว ที่เราก็ ต่างคนต่างก็ มีอารมณ์ที่ไม่เที่ยง มันแปรผัน เปลื่ยนแปลงไป อารมณ์พาไปยึด ถือ .คนนั้นคนนี้ หลงเอา กายของผู้อื่นที่ไม่เที่ยง มายึดถือ มันเป็นมายา .อารมณ์จร..พอรูปที่เราชอบ .เราก็อยากอยู่ใกล้ ๆ พอรูปนั้น ถอยห่างออกไป อารมณ์ก็ ที่เคยยึดรูปนั้น มันก็ติดลงไปที่จิตใต้สำนึกในตัวตน ในกายที่เราอาศัย . อารมณ์มันยึด .เป็นยึดถือ .ปกคลุมจิต .เศร้าสร้อย มีความสุขมั้ย ในอารมณ์ที่เกิดขึ้นมา น่าสงสาร จิตน้อยๆ ที่ไปยึดอารมณ์จร
อารมณ์ที่ปกคลุม มันค้างคาใจ ทำไมเค้าตีจากเราไป . นั้น ก็จิตของเราตัวเรา มันยึดอยู่ .หน้าตาไม่เปิด ไม่สดใส ห่อเหี่ยว . โลกทั้งใบ เหมือน . .โลกทั้งใบ นั้นไม่ได้ห่างไกลออกไป จากตัวเรา . มันเกิดขึ้นที่ใจเรา ไปยึดอารมณ์ที่ไม่มีตัวตน เศร้าเสียใจ ก็ยึดอารมณ์นึกคิดนั้น ยิ่งคิด ก็ยึดยึด เป็นบ่วงรัดตัวเอง .
การสลัด ทิ้งอารมณ์จร มันจรมา . มันจากไป มันเป็นเรื่องปกติ ของกายที่อาศัย .ที่จริง กายเรามา ก็จาก . จาก ทารก ไปเป็น หนุ่มสาว จาดหนุ่มสาว ไปแก่ ไปเจ็บ ไปตาย มันมีการจาก. การจาก.ผลักพราก .มันก็ เหมือน เรานั่ง รถไฟไป วิวข้างทางที่เรามอง มันผ่านสายตาไป เราก็มองดู .แต่เราก็ไม่ไปยึด .มองเห็น คนนี้คนนั้น ก็ยึดชอบยึด
.แต่รถไฟ ก็วิ่งผ่านไป รถไฟที่เรานั่ง ก็คือกายของเรานั้นเอง ตาเรามองได้ แต่เราไม่ไปยึดถือ รูปสวยรูปงาม รูปสวยรูปงาม มันก็ไม่เที่ยง วันนี้ จะจูง รปสวยรูปงาม เวลาผ่านไป ก็ต้องจูงรูปที่เคยสวยเคยงาม จูงรูปแก่าเฒ่าชรา หงำเหงือก ฟันฟางไม่มี . ตัดใจ. ไม่ไปยึด รูปนั้นดีกว่า เดี๋ยวมันก็แก่เฒ่าชราตาย. เอาเวลา ที่นั่งรถไป ไปทำสิ่งที่สมควรทำดีกว่า เอ้า.จะสอบ ก็ถามอารมณ์ตัวเอง ทำไมมาแกล้ง มาปกคลุมจิตฉันอยู่ได้ . โต้เถียงกับอารมณ์ของตนเองบ้าง ด้วยสติที่เรารู้จักอารมณ์จร . มันจรมา ก็ไล่มันไป
โฆษณา