5 มิ.ย. เวลา 14:11 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

กัมพูชาเดินเกมเกณฑ์ทหาร สะเทือนถึงทีม Stryker

"ความมั่นคงของชาติ ต้องเริ่มจากกำลังพลที่ พร้อมรบ พร้อมปฏิบัติ และไม่ถูกทอดทิ้ง โดยให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของกำลังพลทุกนาย เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยงาน และประเทศชาติโดยรวม"
พลโท วีรยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2
"เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 3 มิถุนายน พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึง สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่ช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ที่เกิดเหตุยั่วยุกันเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า ยืนยันว่าสถานการณ์ปกติ ไม่มีอะไร เชื่อว่าเขาสามารถแก้ไขปัญหากันได้"
"เมื่อถามว่ามีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งจะเป็นการยั่วยุ นำไปสู่การปะทะรอบ 3 หรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรามีกฎการปะทะอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง และเชื่อว่าหน่วยแก้ปัญหาได้"
มติชนออนไลน์
ภาพจำลองเหตุการณ์ที่จังหวัดสระแก้วพ.ศ.2568
สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเกิดปะทะรอบที่ 3 มันจะหนักขนาดไหน เพราะการเกิดสงครามในแต่ละครั้งมันมีค่าใช้จ่ายสูงในการจัดหากระสุน ค่าน้ำมันอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ต้องสรรหามาเพิ่ม การอพยพออกจากพื้นที่จนชาวบ้านมีหนี้สินพอกพูน การค้าขายตามชายแดนไปไม่รอดทำให้พ่อค้าแม่ค้าต้องตกงาน แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นมันจำเป็นต้องมีการใช้กำลังทางทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตอย่างสันติได้
ท่านผู้อ่านจะเห็นว่าในสงครามที่เรารบกับกัมพูชา เรามีการใช้กำลังทหารไปมากมาย ตำรวจมีตชด. ทหารบกมีหน่วยรบพิเศษและรถถัง ทหารเรือมีเรือรบ ทหารอากาศมีเครื่องบินรบ F-16 และ Gripen 4 เหล่าทัพนี้มีของดีกันทั้งนั้น
แน่นอนว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ท่านจะได้เห็นในบทความนี้คือสุดยอดยานเกราะที่บุกป่าฝ่าดงได้ดีหรือแม้กระทั่งเคยขับเข้าไปในหมู่บ้านที่มีถนนหนทางแคบๆมาแล้วก็ทำได้ แล้วยานเกราะล้อยางแบบยางทุกท่านก็คุ้นเคยกันดีจากสมรภูมิไทย-กัมพูชาปี 68
ยานเกราะล้อยาง Stryker
ก่อนที่จะไปอ่านบทความกัน ภาพยานเกราะล้อยาง Stryker ที่ปรากฎต่อจากช่วงเกริ่นนำนี้ หากท่านใดสนใจนำไปเป็นภาพโปสเตอร์ติดผนังโชว์ที่บ้านหรือนำไปปริ้นท์อัดใส่กรอบรูปในบ้านท่าน ท่านสามารถทักแชตไปที่ Facebook ส่วนตัวของผู้เขียนใช้ชื่อว่า Supakrit Falcon
สำหรับค่าปริ้นท์ท่านสามารถโอนผ่านทาง Messenger ส่วนตัวด้วยจำนวนเงิน 200 บาทรวมค่าส่ง เมื่อรับโอนแล้วผู้เขียนจะนำยอดนี้ไปใช้ในการปริ้นท์ภาพจำนวนหนึ่ง อีกส่วนที่ได้รับจะนำไปใช้เป็นค่าบำรุงพระพุทธศาสนา ค่าอาหารพระสงฆ์ ค่าถวายสังฆทาน ค่าน้ำ ค่าไฟของวัดและอื่นๆอีกมากมายที่เป็นบุญกุศล
ไม่เพียงเท่านี้รายได้จากการที่ท่านโอนให้ผู้เขียนจำนวนหนึ่งจะนำไปใช้เป็นงบสำหรับส่งเสียให้น้องชายได้เรียนจบมหาวิทยาลัยครบ 4 ปีและเป็นรายได้ให้ตัวผู้เขียนเองในการหาซื้อของดีๆมาขายต่อไป
บรรยากาศบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเริ่มกลับมาคุกรุ่นอีกครั้ง เมื่อภาพจากสื่อสังคมออนไลน์เผยให้เห็น ทหารกัมพูชาเกณฑ์ใหม่ล็อตที่ 4 ที่ถูกส่งเข้าสู่กระบวนการฝึกอย่างเร่งด่วน ทหารหนุ่มเหล่านี้บางนายแสดงความร่าเริงผ่านคลิปวิดีโอ I love my job
ขณะที่บางนายถึงกับหลั่งน้ำตาในการอำลาครอบครัว หลายนายเลือกที่จะลงอักขระสักยันต์เต็มแผ่นหลัง เพื่อหวังผลทางใจในการอยู่ยงคงกระพันก่อนออกสู่สมรภูมิหน้าแนวและเพื่อให้รอดจากไข่ของเครื่องบินรบ F-16 ที่เคยเผาศพทหารเขมรตายคาป่าในรอบ 1 รอบ 2 มาแล้ว
STRYKER ตอนเข้าประจำการครั้งแรกปีพ.ศ.2562
ความเคลื่อนไหวนี้เป็นไปตามกฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่ ที่ลงนามโดยสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมพ.ศ.2569 ซึ่งระบุให้ชายกัมพูชาอายุ 18-25 ปี ทุกคนต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหารเป็นเวลา 24 เดือนโดยไม่มีข้อยกเว้น แม้แต่ลูกหลานตระกูลฮุนหรือทายาทนายพล หากใครหลบหนีในยามสงครามจะมีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี
ตัดกลับมาที่ฝั่งไทยที่สนามยิงปืนใหญ่บ้านดีลัง จังหวัดลพบุรี ที่นี่ใครๆที่ไม่ใช่ทหารอาจคิดว่าเป็นลานดินโล่งๆผสมทุ่งหญ้ามีป่าไม้และภูเขาเป็นฉากหลัง แต่ที่นี่เป็นสถานที่ที่ทหารไทยนำอาวุธยุทโธปกรณ์มาทดสอบขีดความสามารถก่อนจะถูกส่งไปแนวหน้า
"ตู้มมมมมมมมมมมมม!"
เสียงปืนใหญ่ดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าทหารไทยได้เริ่มต้นการฝึกซ้อมเสมือนจริงแล้ว ปืนใหญ่ยิงไปยังเนินที่มีการทำเครื่องหมายเล็กๆ ซึ่งเป็นการสมมุติการทำลายเป้าหมายที่เป็นฐานทัพ ฐานปืนใหญ่ บังเกอร์และคลังกระสุน ก่อนที่รถถัง รถหุ้มเกราะและทหารราบจะเข้าตี
บัดนี้ความเข้มแข็งของยานเกราะล้อยาง M1126 Stryker ได้เฉิดฉายขึ้นด้วยการเคลื่อนที่แบบช้าๆผ่านถนนลูกรัง ผ่านทุ่งหญ้า แล้วมาหยุดอยู่ทึ่ลานโล่งๆที่ใช้เป็นสนามฝึกพร้อมกับส่งการกำลังพลเข้าสู่สนามฝึก นี่คือการฝึกซ้อมอย่างหนักของทหารราบแห่งกองทัพบกไทยในลักษณะการจำลองสถานการณ์รบจริง
ทันใดนั้นเองบนท้องฟ้าก็มีการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดจากเครื่องบินขับไล่ F-16 จำนวน 2 เครื่องของกองทัพอากาศไทยที่ลดความสูงลงมาทิ้งระเบิดขนาด 500 ปอนด์จากใต้ปีกทั้งข้างถล่มเป้าหมายจำลองทำให้หายวับไปราวกับคราบเปื้อนที่หายจากเสื้อผ้าเมื่อผ่านการใช้น้ำยาซักผ้าและน้ำยาปรับผ้านุ่มในเครื่องซักมาแล้ว
หลังจากที่เสียง F-16 หายไป กลุ่มควันบนเนินก็ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่การปฏิบัติการทางทหารยังไม่จบ ยานเกราะ Stryker จำนวนหนึ่งแล่นเข้ามาเสริมทัพ เมื่อทราบว่าสถานการณ์เห็นท่าไม่ดี เสียงปืน M16 , ปืน Travor 21 , ปืนใหญ่รถถัง และการระดมยิงแนใหญ่อย่างหนักของทหารปืนใหญ่ทำให้สนามฝึกทางทหารแห่งนี้ปราศจากความเงียบ
Stryker ขณะทำการฝึก
เสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่เงียบเชียบแต่ทรงพลังพายานเกราะ 8 ล้ออีกล็อตหนึ่งเคลื่อนที่ไปในภูมิประเทศอย่างรวดเร็ว ทหารราบที่เคลื่อนพลลงมาเมื่อ Stryker จอดใช้ตัวรถเป็นแนวกำบังก่อนจะรุกคืบเข้าหาเป้าหมาย โดยมีป้อมปืนรีโมทคอยให้การสนับสนุนการยิงอย่างแม่นยำ
การฝึกนี้ไม่ใช่เพียงการโชว์ศักยภาพของกองทัพบกไทย แต่เป็นการยกระดับหน่วยไปสู่กองทัพบกระดับสากล ที่เน้นยุทธวิธีการรบแบบเครือข่ายและการรับมือภัยคุกคามสมัยใหม่
ทหารแต่ละนายที่ถูกส่งมาฝึกมีวินัย ไม่แตกแถวเหมือนทหารกัมพูชาที่ประจำการอยู่ชายแดน ทหารทุกนายที่ใส่เครื่องแบบลายพรางเขียวดิจิตอลของกองทัพไทยต่างต้องนำความรู้ภาคทฤษฎีมาใช้ในภาคปฏิบัติเพื่อให้มีความเป็นมืออาชีพเมื่อ Stryker นำพวกเขาเข้าสู่สนามรบ
กว่าจะมาเป็นยานเกราะล้อยาง Stryker ของกองทัพบกไทยในฝึกซ้อมใช้อาวุธจริงนี้ ขอนำทุกท่านย้อนกลับไปในช่วงปลายทศวรรษ 1990 กองทัพบกสหรัฐฯ เผชิญกับปัญหาความสมดุลทางยุทธศาสตร์ เนื่องจากยานเกราะที่มีอยู่มีความสุดโต่งเกินไปคือยานเกราะหนัก เช่น รถถัง Abrams และยานเกราะ Bradley
ยานเกราะแบบนี้มีอำนาจทำลายล้างสูงแต่เคลื่อนย้ายเข้าสู่สมรภูมิได้ช้า ขณะที่ยานเกราะเบาหรือรถ Humvee เคลื่อนที่ได้เร็วแต่เปราะบางเกินไปเมื่อเกิดการปะทะหนัก ช่องว่างนี้เห็นได้ชัดในสงครามโคโซโว นำไปสู่แนวคิดการสร้างยานเกราะน้ำหนักปานกลางที่อยู่ตรงกลางระหว่างสองประเภทนี้
Stryker สามารถบรรทุกขึ้น C-130 ได้สบาย
พลเอก เอริก ชินเซกิ ผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ ในขณะนั้น ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่ท้าทาย โดยต้องการสร้างกองพลน้อยน้ำหนักปานกลางที่มีขีดความสามารถในการเคลื่อนย้ายทางอากาศด้วยเครื่องบินลำเลียง C-130 ไปยังจุดใดก็ได้ในโลกภายใน 96 ชั่วโมง ยานเกราะแบบนี้ต้องมีความคล่องตัวสูงพอที่จะปฏิบัติการได้ทันที แต่ต้องมีเกราะป้องกันและอำนาจการยิงที่เพียงพอ
ในกระบวนการคัดเลือก กองทัพบกสหรัฐฯได้พิจารณาระหว่างยานเกราะล้อยาง LAV III ของบริษัท General Dynamics และยานเกราะสายพาน M113 ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ แต่ในที่สุด LAV III ได้รับการคัดเลือกเนื่องจากมีเหตุผลด้านความเร็วที่เหนือกว่า
จนในที่สุดกองทัพบกสหรัฐฯ ตั้งชื่อยานเกราะนี้ว่า "Stryker" เพื่อเป็นเกียรติแก่ทหารอเมริกัน 2 นายที่ได้รับเหรียญกล้าหาญ Medal of Honor ซึ่งมีนามสกุล "Stryker" เหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นญาติกัน ซึ่งทหารทั้ง 2 นายนี้ได้เสียชีวิตในสงครามอ่าวเมื่อปีค.ศ.1991
ยานเกราะล้อยาง Stryker ถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางยุทธศาสตร์ระหว่างหน่วยยานเกราะหนักที่เคลื่อนย้ายช้าและหน่วยยานเกราะเบาที่เปราะบางเกินไป โดยมีรายละเอียดการออกแบบและสมรรถนะที่โดดเด่น อาทิเช่น ระบบขับเคลื่อน 8x8 ที่ช่วยให้ยานเกราะ 8 ล้อแบบนี้เน้นความสมดุลระหว่างความเร็ว อำนาจการยิง และการป้องกัน
ต่อมาเป็นระบบปรับแรงดันลมยางอัตโนมัติ (CTIS) พลขับสามารถปรับแรงดันลมยางทั้ง 8 เส้นได้จากภายในรถตามสภาพภูมิประเทศ มี 3 โหมดหลัก คือ โหมดไฮเวย์สำหรับถนนปกติ , โหมดทางวิบากเหมาะสำหรับลุยดิน/โคลน และ โหมดฉุกเฉินเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ยากลำบากเป็นพิเศษหรือติดหล่ม ตามมาด้วยโครงสร้างตัวถังรูปตัว V คู่ เป็นการออกแบบช่วงล่างใหม่เพื่อเบี่ยงเบนแรงระเบิดจากทุ่นระเบิดหรือระเบิดแสวงเครื่อง (IED) ออกด้านข้าง ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของกำลังพลได้อย่างมาก
ใช้ตัวถังเครื่องยนต์ และระบบขับเคลื่อนร่วมกัน แต่ดัดแปลงส่วนบนเพื่อภารกิจที่หลากหลาย เช่น รถลำเลียงพล (ICV), รถลาดตระเวน (RV), รถพยาบาล (MEV) และรถบรรทุกเครื่องยิงลูกระเบิด (MC) เป็นต้น
Stryker กองทัพบกไทย
ส่วนสมรรถนะของ Stryker สามารถทำความเร็วสูงสุดบนถนนได้ถึง 100 กม./ชม. และประมาณ 80 กม./ชม. ในภูมิประเทศ เครื่องยนต์ดีเซลมีความเงียบสูงกว่ายานเกราะสายพาน ช่วยให้เคลื่อนที่เข้าหาที่หมายในเวลากลางคืนได้โดยศัตรูไม่ทันรู้ตัว ไม่เพียงเท่านี้ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักปานกลางเพื่อให้สามารถบรรทุกด้วยเครื่องบินลำเลียง C-130 ไปยังจุดใดก็ได้ในโลกภายใน 96 ชั่วโมง
ระบบช่วงล่างและโช้คอัพถูกออกแบบมาให้มีความนิ่มนวลสูง ช่วยลดความเหนื่อยล้าของทหารราบก่อนเข้าสู่สนามรบ มีค่าความเชื่อถือได้ สูงกว่า 90% และประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษามากกว่ายานเกราะประเภทอื่นที่กองทัพบกสหรัฐฯเคยมีมา
การใช้งานป้อมปืนรีโมท M151 Protector ของ Stryker พลยิงสามารถควบคุมอาวุธผ่านหน้าจอและจอยสติ๊กจากภายในรถได้อย่างปลอดภัย ควบคู่ไปกับขีดความสามารถในการติดตั้งปืนกลหนัก M2 Browning, เครื่องยิงลูกระเบิด MK19 หรือปืนกล M240 บางรุ่นมีการติดตั้งจรวดนำวิถี Javelin เพื่อทำลายรถถังหลักจากระยะไกล หรือติดตั้งปืนใหญ่ขนาด 30 มม. ในรุ่น Stryker Dragoon เพื่อเพิ่มอำนาจการยิง
นอกจากนี้ตัวถังเหล็กกล้าความแข็งสูง เสริมด้วยเกราะเซรามิกด้านนอกเพื่อป้องกันกระสุนขนาด 14.5 มม. รอบคัน และสามารถติดตั้งเกราะลูกกรงหรือ Slat Armor เพื่อป้องกันจรวด RPG-7 ได้
นอกจากนี้ Stryker ยังโดดเด่นด้านการรบแบบเครือข่าย โดยเฉพาะรุ่นบังคับการที่สามารถดึงข้อมูลวิดีโอและประสานงานกับหน่วยต่างๆ ได้ทั่วโลกผ่านระบบสื่อสารที่ทันสมัย ปัจจุบันกองทัพไทยใช้งานในรุ่นหลักคือ M1126 ICV และ M1127 RV ซึ่งเป็นมาตรฐานเดียวกับที่กองทัพบกสหรัฐฯ ใช้งาน
การมาถึงของยานเกราะ Stryker ในประเทศไทยนั้นสอดคล้องกับแนวโน้มของกองทัพทั่วโลกที่เริ่มให้ความสำคัญกับยานเกราะล้อยาง จนกลายเป็นยุทโธปกรณ์ยอดฮิตที่ถูกพูดถึงควบคู่ไปกับรถถัง ยานเกราะล้อยาง 8×8 Stryker เข้าประจำการครั้งแรกในเดือนกันยายนพ.ศ.2562 (ค.ศ.2019) ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ข้อมูลทางสถิติจากสื่อสายทหารหลายแห่งในไทยระบุว่ามูลค่าตลาดของยานเกราะล้อยางทั่วโลกเริ่มพุ่งสูงขึ้นจนตัดหน้ายานเกราะสายพาน
กองทัพบกสหรัฐฯมอบยานเกราะ Stryker 17 คันให้ฟรีหลังจบการฝึกผสม HANUMAN GUARDIAN 2026
การจัดหาในช่วงนี้จึงถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานเกราะล้อยางอย่างเต็มตัว เนื่องจากกองทัพทั่วโลกเริ่มเปลี่ยนหลักนิยมจากการเน้นรถถังหนักมาเป็นการใช้ยานเกราะที่มีความคล่องตัวสูงในสงครามยุคใหม่
ในบริบทของกองทัพไทยคำว่ารถถังมักถูกใช้เรียกเหมาประเภทยานยนต์ทางทหารที่มีเกราะและอาวุธทั้งหมด
แต่การนำ Stryker เข้าประจำการทำให้เกิดกระแสการอธิบายความแตกต่างอย่างกว้างขวางว่ารถถังเน้นเกราะหนา อำนาจการยิงสูง และใช้สายพานตีนตะขาบ
ส่วนยานเกราะล้อยาง เน้นความเร็ว ความเงียบ และการลำเลียงพลเข้าสู่สนามรบอย่างปลอดภัย ทหารไทยที่เคยการใช้งานกล่าวคือเคยโดยสารแล้วเข้าสู่พื้นที่การรบจริงด้วย Stryker ถึงกับกล่าวว่าต้องพยายามสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจว่า Stryker คือยานเกราะ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับรถถังแบบเดิม
Stryker กองพลทหารราบที่ 7 กองทัพบกสหรัฐอเมริกา
พ.ศ.2568 กองทัพบกไทยได้นำ Stryker เข้าสู่ปฏิบัติการรบจริงในเหตุการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาพื้นที่ปฏิบัติการหลักของยานเกราะล้อยาง Stryker นั้นได้ถูกส่งเข้าปฏิบัติการในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 โดยเฉพาะบริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว เช่น บึงตะกวน ตาพระยา บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว และบ้านคลองแผง
บทบาทในสนามรบของหน่วย Stryker กองทัพบกไทย คือการทำหน้าที่เป็นหน่วยปฏิบัติการหลักในแนวหน้า โดยใช้ความเร็วและความเงียบของเครื่องยนต์เคลื่อนที่เข้าสู่ที่หมาย ภารกิจสำคัญคือการลำเลียงทหารราบเข้าสู่พื้นที่การรบเพื่อบุกโจมตีฐานที่มั่นและทลายแนวป้องกันของฝ่ายกัมพูชา
แน่นอนว่าในสงครามนี้กองทัพบกไทยได้นำการใช้ยุทธวิธีที่ได้จากการฝึกร่วมกับกองทัพบกสหรัฐฯ ซึ่งถอดบทเรียนมาจากสงครามในอิรักและอัฟกานิสถานมาปรับใช้จริงในพื้นที่ชายแดนทันทีหลังจากจัดหามาได้ไม่นาน
Stryker กองทัพบกสหรัฐฯและกองทัพบกไทยทำการฝึกร่วมกัน
ในขณะที่ทหารไทยกับทหารกัมพูชากำลังต่อสู้ตามพื้นที่ป่าเขา ณ พื้นที่ภาคอีสาน ที่พื้นที่กองทัพภาคที่ 1 ซึ่งมีความโล่งเตียนมีป่าเขาไม่มากเหมือนทัพภาค 2 ยานเกราะล้อยาง Stryker ได้เคลื่อนที่ผ่านดงกระสุนทหารกัมพูชาบนถนนแคบๆ มุ่งหน้าสู่เป้าหมายคือบ้านหนองจาน ต่อให้เป็นปืนอาก้าเกราะก็ยังทน หรือ RPG เกราะก็ยังทน
เมื่อมาถึงบ้านหนองจาน Stryker ได้เคลื่อนที่ช้าๆแล้วเข้ามาจอดนิ่งๆ ประตูหลังเปิดมาออกเป็นสัญญาณว่าหมู่บ้านที่กัมพูชาไม่เคยคืนให้ไทยหลังจากที่สถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศสงบลงเมื่อ 40 กว่าปีแล้ว ทหารราบที่วิ่งลงจาก Stryker ทุกนาย ได้เข้าต่อสู้ในพื้นที่ชุมชนท่ามกลางเสียงปืนเสียงระเบิดที่ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในขณะที่หารราบบุก ยานเกราะ Stryker ไม่ได้จอดเป็นเป้านิ่ง ทหารไทยที่ทำหน้าพลปืนเริ่มใช้สาดกระสุนผ่านป้อมปืนรีโมท M151 Protector โดยที่พลยิงไม่ต้องโผล่ตัวออกมานอกรถ แต่สามารถควบคุมการยิงผ่านหน้าจอและจอยสติ๊กจากภายในห้องโดยสารที่ปลอดภัย
หากยานเกราะล้อยาง Stryker มีบทบาทบนภาคพื้นดินแล้ว บนท้องฟ้ากองทัพอากาศไทยได้ร้องขอการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดจากเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศไทยทั้ง F-16 และ Gripen ทำลายคลังกระสุน , หน่วยทหารปืนใหญ่ , กองบัญชาการ รวมไปถึงค่ายทหารในฝั่งกัมพูชา ทำให้บ้านหนองจานและพื้นที่อื่นๆในสระแก้วกลับคืนสู่สันติสุขอีกครั้ง
M1126 Stryker
เมื่อเข้าสู่ปีพ.ศ.2569 สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชากำลังกลับมาอยู่ในสปอร์ตไลท์อีกครั้ง เมื่อฝั่งกัมพูชาเริ่มขยับหมากรุกทางการทหารอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารฉบับใหม่ การเร่งส่งกำลังพลล็อตล่าสุดลงสู่พื้นที่หน้าแนว การก่อสร้างสิ่งก่อสร้างทางทหาร การตั้งฐานทหารล้ำอธิปไตยไทย การส่งกำลังพลเข้ามายั่ยุทหารไทย และการขัดขวางทหารไทยที่มาทำการสร้างถนนส่งกำลังบำรุง
ซึ่งปัจจัยที่ว่ามานี้ส่งผลให้หน่วยยานเกราะ Stryker ของไทยที่ประจำการอยู่ในกรมทหารราบที่ 112 (ร.112) ค่ายพนัสบดีศรีอุทัย อำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรีต้องเตรียมความพร้อมเพื่อกลับสู่ภารกิจป้องกันอธิปไตยในเร็ววัน
นอกจากการเสริมกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ แล้ว กัมพูชายังได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางยุทธศาสตร์ โดยจะเห็นได้จากการสร้างถนนคอนกรีตขึ้นสู่เนิน 745 ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญใกล้พื้นที่ช่องบก เพื่อใช้ในการส่งกำลังบำรุงและยึดครองพื้นที่พิพาท พร้อมทั้งมีรายงานการยั่วยุในรูปแบบต่าง ๆ เช่น การเข้ามาถอดรั้วลวดหนามที่ทหารไทยกั้นไว้ การยิงปืนค.เข้ามาในฝั่งไทย และการบินโดรนตรวจการณ์
เมื่อกองทัพบกกัมพูชาขยับ กองทัพบกไทยก็ขยับตามโดยการส่งยานเกราะล้อยาง M1126 Stryker ที่ไปจอดซ่อมบำรุงและเสริมอะไหล่ใหม่เคลื่อนที่ออกจากฐานกลับสู่พื้นที่หน้าแนวอีกครั้ง เพื่อตอบโต้ภัยคุกคามและสร้างความสันติสุขให้แก่พี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะพื้นที่อีสานทางตอนใต้ที่กำลังเป็นข่าวในขณะนี้
ทำไมต้องเป็น Stryker? เพราะกองทัพบกไทยมีความมั่นใจในยุทโธปกรณ์ชนิดนี้อย่างมาก หลังจากที่เคยผ่าน การรบจริงกับกัมพูชามาแล้วมีรายงานว่า Stryker ไม่เคยได้รับความเสียหายหรือถูกทำลายในสมรภูมิด้วยการอาศัยบทเรียนการฝึกผสมผสมร่วมกับสหรัฐฯทั้ง COBRA GOLD และ HANUMAN GUARDIAN รวมไปถึงการฝึกร่วมของกองทัพไทย
ข้อมูลจำเพาะ Stryker
ประเภท : ยานเกราะล้อยางลำเลียงพล
ประเทศผู้ผลิต : แคนาดา / สหรัฐอเมริกา
ผู้ผลิต General Dynamics Land Systems - Canada
น้ำหนัก : ICV 18.16 ตัน (16.47  ตัน ) MGS 20.69 ตัน (18.77 ตัน)
ความยาว :
22 ฟุต 10 นิ้ว (6.95 เมตร)
ความกว้าง :
8 ฟุต 11 นิ้ว (2.72 เมตร)
ความสูง :
8 ฟุต 8 นิ้ว (2.64 เมตร)
พลขับ :
2 นาย
ทหารราบ :
สูงสุด 9 นาย
อาวุธหลัก :
ปืนกล M2ขนาด 0.50 นิ้ว (12.7 มม.)
หรือเครื่องยิงระเบิดมือ Mk 19ขนาด 40 มม. ติดตั้งอยู่ในสถานีอาวุธควบคุมระยะไกล Protector และปืน 30 มม. Mk44 Bushmaster II ติดตั้งบนรถหุ้มเกราะ Stryker Dragoons
ปืนใหญ่ M68A2ขนาด 105 มม. ติดตั้งบนระบบปืนเคลื่อนที่ M1128
อาวุธรอง :
ปืนกล M2 ขนาด 0.50 นิ้ว (12.7 มม.) และ ปืนกล M240 ขนาด 7.62 มม. บนระบบปืนเคลื่อนที่ M1128
เครื่องยนต์ : Caterpillar C7
ให้กำลัง 350 แรงม้า (260 กิโลวัตต์)
กำลัง/น้ำหนัก
ICV: 19.3 แรงม้า/ตัน (15.8 กิโลวัตต์/ตัน)
ระบบกันสะเทือน :
ล้อ 8x8
รัศมีปฏิบัติการ :
310 ไมล์ (500 กิโลเมตร)
ความเร็วสูงสุด :
60 ไมล์ต่อชั่วโมง (97 กิโลเมตรต่อชั่วโมง)
เข้าประจำการในกองทัพบกไทย : พ.ศ.2562
ต้นสังกัด :
กรมทหารราบที่ 112 กองพลทหารราบที่ 11 (พล.ร.11) ค่ายสมเด็จพระนั่งเกล้า (อดีต) จังหวัดฉะเชิงเทรา
กรมทหารราบที่ 112 (ร.112)ค่ายพนัสบดีศรีอุทัย จังหวัดชลบุรี (ปัจจุบัน)
ยานเกราะล้อยาง Stryker พร้อมเดินทางถึงภาคอีสานใต้ทันทีหากมีการร้องขอจากกองทัพภาคที่ 2
ยานเกราะล้อยาง Stryker ของกองทัพบกไทย ยังมีโอกาสที่จะกลับคืนสู่สมรภูมิใหญ่อีกครั้ง หากกัมพูชาไม่หยุดการยั่วยุหรือการก่อกวนจนทหารไทยเกิดความรำคาญ ณ ขณะนี้ความพร้อมรบของ ยานเกราะล้อยาง Stryker พร้อมเเล้วที่จะเดินทางจากชลบุรีสู่เเนวหน้า เพื่อรักษาความเป็นไทยให้อยู่รอดจากผู้รุกราน สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ
Credit บทความและภาพประกอบ
Top News
Sompong Nondhasa
Kittidej Sanguantongkam
SUKASOM HIRANPHAN
Thai Weapon Channel
PPTV HD 36
Nation Online
เรียบเรียงโดย : จ่าหวาน เกรียงไกร
โฆษณา