Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Slow Intelligence
•
ติดตาม
5 มิ.ย. เวลา 14:26 • ครอบครัว & เด็ก
#กระดาษราคา 15 บาท
บ่อยครั้งที่สมองของเรา มักจะด่วนประเมินค่าสิ่งตรงหน้า จากเศษเสี้ยวปลายทางของกระบวนการทั้งหมด
ไม่นานมานี้ พี่สาวของแฟนผมไปที่เทศบาลเพื่อขอคัดสำเนาทะเบียนบ้าน แกกลับมาพร้อมกระดาษ A4 หนึ่งแผ่น และใบเสร็จค่าธรรมเนียมจำนวน 15 บาท พอแกได้เอกสารมา ก็เอามาเล่าให้น้องสาวฟังตามความรู้สึกตอนนั้นว่า
“กระดาษแค่นี้ 15 บาทเลยเหรอ แพงจัง”
ผมเข้าใจความรู้สึกแรกของแกดีครับ เพราะถ้าเราลองเทียบกับการเดินไปถ่ายเอกสารทั่วไปหนึ่งแผ่น ต้นทุนมันอาจจะไม่ถึงบาทด้วยซ้ำ
แต่พอผมได้ยินประโยคนั้น “ต่อมเอ๊ะ” มันก็เริ่มทำงานขึ้นมาเงียบๆ ชวนให้ผมกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ตอนนี้เรากำลังเปรียบเทียบสิ่งตรงหน้าถูกฝั่งอยู่หรือเปล่า? สิ่งที่ได้รับกลับมาในวันนั้น มันคือกระดาษหนึ่งแผ่น หรือมันคือชุดข้อมูลความถูกต้องที่ถูกรับรองโดยรัฐกันแน่
ถ้าเรามองว่ามันคือกระดาษ ราคา 15 บาทอาจจะดูแพงเกินจริงไปมาก
แต่ถ้าเรามองว่ามันคือมูลค่าของข้อมูลที่ต้องผ่านระบบทะเบียนราษฎร์ ผ่านการเชื่อมโยงฐานข้อมูลขนาดใหญ่เพื่อตรวจสอบตัวตน มีระบบรักษาความปลอดภัย และสามารถนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ราคา 15 บาทที่ว่านั้น ก็อาจไม่ได้แพงอย่างที่เราทึกทักเอาไว้ตั้งแต่แรก
เหตุผลที่ผมและใครหลายคนมักจะไม่ค่อย "เอ๊ะ" กับเรื่องพวกนี้ น่าจะเป็นเพราะสมองของมนุษย์เราชอบด่วนตัดสินคุณค่าจากสิ่งที่ดวงตามองเห็นก่อนเป็นอันดับแรก
พอเราเห็นกระดาษหนึ่งแผ่น เราก็ประเมินค่ามันเท่ากับราคากระดาษ
พอเราเห็นรายงานสรุปหน้าเดียว เราก็เผลอคิดไปว่าคนทำคงลงแรงไปแค่นั้น
ทั้งที่ในความเป็นจริง รายงานหน้าเดียวที่อ่านจบได้ใน 1 นาที อาจกลั่นกรองมาจากประสบการณ์นับสิบปี และการคัดทิ้งข้อมูลหลังบ้านอีกเป็นร้อยหน้า
สิ่งที่จับต้องได้ตรงหน้าเป็นเพียงเศษเสี้ยวเดียวที่อยู่บนยอดภูเขาน้ำแข็ง ส่วนตัวตนและต้นทุนที่แท้จริงทั้งหมด มักจะซ่อนอยู่ใต้ผืนน้ำข้างหลังผลลัพธ์เหล่านั้นเสมอ
เมื่อก่อนเวลาผมเจออะไรที่ไม่ถูกใจหรือดูไม่สมเหตุสมผล ผมมักจะปล่อยให้ความรู้สึกแรกทำหน้าที่ตัดสินและเชื่อมันไปในทันที
แต่ในระยะหลังมานี้ สิ่งที่ผมพยายามฝึกฝนคือ "การบริหารความเร็วในการตัดสิน" ดึงตัวเองให้ช้าลงสักก้าว เพื่อกลับมาเช็กสมมติฐานในหัวดูใหม่ ว่าสิ่งที่เราเห็นตรงหน้า มันคือทั้งหมดของสิ่งนั้นจริงๆ ไหม และถ้าเรามีข้อมูลเบื้องหลังเพิ่มขึ้น ข้อสรุปเดิมของเราจะยังคงเหมือนเดิมอยู่หรือเปล่า
วันนั้น ผมเลยไม่ได้ใช้เวลาคิดแค่เรื่องเงิน 15 บาทที่เสียไป
แต่มันกลายเป็นอีกหนึ่งวันที่ทำให้ผมพบว่าในอดีตที่ผ่านมา ผมเองก็เคยตัดสินคุณค่าของคน งาน หรือสิ่งต่างๆ ตรงหน้าเร็วเกินไปเพียงเพราะมองเห็นแค่วัตถุปลายทางของมันเหมือนกัน
ถ้าเพียงแค่เราหยุด คิดให้ช้าลง และยอมปล่อยให้ ”ต่อมเอ๊ะ” ได้ทำงานต่ออีกสักสองสามคำถาม... คำว่าแพงหรือคำว่าไม่คุ้มค่าในใจเรา
อาจจะเปลี่ยนความหมายกลายเป็นการยอมรับอย่างซื่อสัตย์ว่า เราอาจจะยังมองเห็นระบบของมันไม่ทั้งหมดก็ได้
#SlowIntelligence 🌱
ครอบครัว
พัฒนาตัวเอง
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย