Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Is Life
•
ติดตาม
7 มิ.ย. เวลา 01:00 • สุขภาพ
ดอกยางที่หายไป ไม่ได้หายไปไหน เมื่อเศษยางรถบนถนน อาจกำลังกระทบต่อสุขภาพเรา
คนใช้รถทุกคนรู้ดีว่ายางรถคือหนึ่งในชิ้นส่วนที่มีความ ‘สิ้นเปลือง’ ระดับหนึ่ง
ไม่ว่าจะขับดีแค่ไหน เติมลมตรงตามสเปกทุกเดือน หรือหลีกเลี่ยงถนนขรุขระมาโดยตลอด แต่สุดท้ายดอกยางก็ค่อยๆ หายไปอยู่ดี
บางคนเพิ่งเปลี่ยนยางชุดใหม่ราคาเป็นหมื่นบาทไปไม่นาน พอเข้าศูนย์อีกทีก็โดนช่างบอกว่า “ใกล้ถึงเวลาเปลี่ยนแล้วนะครับ”
แต่เคยสงสัยไหมว่า ดอกยางที่หายไปนั้น มันหายไปไหน
ต่อเรื่องนี้ เคยมีผลศึกษามาแล้วว่า มันไม่ได้ระเหยหายไปจากโลก ทุกมิลลิเมตรของยางที่สึกออกจากล้อรถ กลายเป็นเศษยางขนาดเล็กจำนวนมหาศาลที่กระจายออกสู่สิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา ไม่ต่างอะไรกับไมโครพลาสติก
แต่เมื่อไม่นานมานี้ นักวิทยาศาสตร์เพิ่งค้นพบว่า ดอกยางที่หายไปอาจกำลังส่งผลรุนแรงต่อสุขภาพของคนอย่างน่ากังวล
ก่อนไปว่าด้วยเรื่องผลกระทบ ต้องอธิบายเพิ่มเติมสักนิดว่า ยางรถยนต์ไม่ได้ทำจากยางเพียงอย่างเดียว เนื้อในยางยังมีสารเคมีหลายชนิดถูกเติมเข้าไปเพื่อสร้างทนทานต่อการใช้งาน
หนึ่งในนั้นคือสารต้านการเสื่อมสภาพที่มีชื่อว่า 6PPD มีหน้าที่ช่วยให้ยางไม่แตกร้าวง่ายเมื่อเจอกับโอโซน แสงแดด และสภาพอากาศต่างๆ
ถ้าไม่มีสารนี้ ยางรถที่เราใช้กันทุกวันนี้อาจมีอายุสั้นกว่านี้มาก
แต่ขณะเดียวกันทุกครั้งที่รถออกตัว เบรก หรือเข้าโค้ง เศษยางขนาดเล็กจะหลุดออกมาจากล้อรถอย่างต่อเนื่อง พร้อมปล่อย 6PPD ออกมาด้วย
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ได้ให้ความสนใจกับสารชนิดหนึ่งชื่อ 6PPD-quinone ซึ่งเกิดขึ้นหลังจาก 6PPD ทำปฏิกิริยากับโอโซนในอากาศ เพราะพบว่าสารตัวนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของปลาแซลมอนในหลายลำน้ำของอเมริกาเหนือ
แต่ทว่าปัญหาไม่ได้มีเพียงเหตุการณ์นั้นเหตุการณ์เดียว
เพราะเมื่อเศษยางถูกปล่อยออกมา มันไม่ได้เจอแค่โอโซนเพียงอย่างเดียว แต่ยังลอยไปเจอสารเคมีในอากาศอีกนับไม่ถ้วน ทั้งไนโตรเจนออกไซด์ อนุมูลอิสระ และมลพิษจากการจราจรชนิดอื่น
ซึ่งทำให้นักวิทยาศาสตร์พบว่าสารต้านการเสื่อมสภาพจากยางรถสามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสารเคมีชนิดใหม่ได้มากกว่า 150 ชนิด และบางชนิดไม่เคยถูกตรวจพบมาก่อนด้วยซ้ำ
จนเมื่อนักวิทยาศาสตร์นำส่วนผสมของสารเคมีทั้งหมดที่เกิดขึ้น ไปทดสอบกับเซลล์ภูมิคุ้มกันของมนุษย์ ถึงรู้ว่ามันมีผลต่อเซลล์ ทำให้เกิดการอักเสบอย่างชัดเจน เกิดความเสียหายต่อระบบผลิตพลังงานภายในเซลล์
ที่สำคัญ ผลกระทบการผสมปนแปและเปลี่ยนแปลงในอากาศ กลับรุนแรงกว่าการทดสอบผลกระทบจากสาร 6PPD เพียงตัวเดียว
แม้วันนี้ ในการทดลองอาจไม่ยังสามารถฟันธงได้ว่า จะทำให้คนป่วยเป็นโรคอะไร แต่ความจริงข้อหนึ่งได้บอกกับเราว่า การอักเสบเรื้อรังคือหนึ่งในกลไกพื้นฐานที่เชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจำนวนมาก ตั้งแต่โรคระบบทางเดินหายใจ โรคหัวใจและหลอดเลือด ไปจนถึงโรคเรื้อรังอีกหลายชนิด
ซึ่งผลลัพธ์ที่พบ ได้ส่งสัญญาณว่า สารเคมีจากยางรถ มีศักยภาพที่จะรบกวนการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันได้จริง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ข้อเท็จจริงนี้คงไม่นำไปสู่การห้ามไม่ให้คนใช้รถยนต์ในวันพรุ่งนี้หรอก
รถยนต์ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน หลายคนใช้มันเพื่อเดินทางไปทำงาน ส่งลูกไปโรงเรียน หรือขนส่งสินค้าที่ทำให้เมืองทั้งเมืองเดินหน้าต่อได้
เช่นเดียวกับยางรถยนต์ที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาอย่างสะเพร่า สารอย่าง 6PPD ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาด้านความปลอดภัย ทำให้ยางมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น และลดความเสี่ยงจากการแตกร้าวระหว่างการใช้งาน
หากต้องสรุปเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ถึงตอนนี้คงบอกได้เพียงว่า “เราควรเข้าใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นให้มากขึ้น”
ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา เราเคยกลัวควันจากท่อไอเสียว่ามันจำทำร้ายสุขภาพ แต่วันนี้นักวิทยาศาสตร์เริ่มมองไปยังฝุ่นจากการสึกหรอของยาง เบรก และชิ้นส่วนอื่นๆ ของรถ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ไม่ต่างกัน
และนี่อาจเป็นโจทย์ในวันข้างหน้าถึงผู้ผลิตยางรถยนต์ ว่าจะสามารถพัฒนาสารทดแทนที่ปลอดภัยกว่าเดิมได้หรือไม่
นักออกแบบรถยนต์สามารถพัฒนารถที่ลดการสึกหรอของยางได้อย่างไร
รวมถึงนักวางผังเมืองสามารถลดความหนาแน่นของการจราจรให้ลดลงได้แค่ไหน
ศึกษาเพิ่มเติมจากงานวิจัยเรื่อง Atmospheric aging of tire rubber antioxidants forms complex mixtures that trigger inflammation in human macrophages
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0160412026002655
…
https://www.blockdit.com/islife
https://x.com/IsLife_Write
ติดต่อโฆษณาและประชาสัมพันธ์
Email :
akaviz.t@gmail.com
ความรู้รอบตัว
เรื่องเล่า
สุขภาพ
บันทึก
3
2
3
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย