7 มิ.ย. เวลา 00:50 • การศึกษา

[โจวเล่าจีน] การกำเนิดยุคสมัยของอักษรจีน

“อักษรจีนเกิดขึ้นเมื่อไร?”
คำถามนี้อาจดูเหมือนมีคำตอบง่าย ๆ แต่ในความเป็นจริง นักวิชาการยังถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน หลายคนอาจเคยได้ยินว่า อักษรจีนเริ่มต้นจากภาพวาด แต่คำถามคือ...
“ภาพวาดแบบไหน?” และ “สัญลักษณ์ที่สลักอยู่บนเครื่องปั้นดินเผาโบราณ ถือเป็นตัวอักษรจริง ๆ หรือไม่ ?” เพราะตัวชี้วัดในการระบุว่า “ภาพวาด” หรือ “สัญลักษณ์” เหล่านั้นเป็นต้นกำเนิดของอักษรหรือไม่ ต้องพิจารณาว่าภาพหรือสัญลักษณ์เหล่านี้สามารถเทียบได้กับคำหรือประโยคในภาษาได้หรือไม่อีกด้วย
จากบทความของท่านอาจารย์ Wang Hui (王晖) ได้ใช้วิธีการวิเคราะห์หลักฐานโบราณคดีที่ขุดค้นพบ เพื่อตอบคำถามว่า แท้จริงแล้วอักษรจีนเกิดขึ้นในยุคสมัยใด ภาพวาดหรือสัญลักษณ์ที่ปรากฏบนเครื่องปั้นดินเผาแบบไหนจึงจะเรียกได้อย่างเต็มปากว่าคือ “อักษร” และเริ่มใช้ในการจดบันทึกภาษาได้อย่างไร
วันนี้มาพบกับบทความ : Wang, H. (2011). On the Originating Times of Chinese Writing System. Journal of Shaanxi Normal University (Philosophy and Social Sciences Edition), 40(3): 5-23.
ปัญหาเรื่องกำเนิดของอักษรจีนถือเป็นส่วนหนึ่งของการกำเนิดอารยธรรมจีน และยังเป็นหนึ่งในเกณฑ์สำคัญที่สุดในการใช้ตัดสินว่าความเป็นอารยธรรมได้ถือกำเนิดขึ้นแล้วหรือไม่ ดังนั้น ประเด็นเรื่องกำเนิดของอักษรจีนจึงได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากวงวิชาการ ทั้งด้านภาษาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี
หลังปีค.ศ. 1950 ที่มีการค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น แหล่งโบราณคดีปั้นพัว (半坡遗址) แหล่งเจียงจ้าย (姜寨遗址) แหล่งหม่าฉ่าง (马厂遗址) แหล่งหลิ่ววาน (柳湾遗址) แหล่งซงเจ๋อ (淞泽遗址) แหล่งหลิงหยางเหอ (陵阳河遗址) เป็นต้น ซึ่งบนเครื่องปั้นดินเผาจากแหล่งเหล่านี้มักปรากฏ “สัญลักษณ์ขีด” หรือ “ภาพวาด” จำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการตีความที่แตกต่างกันเกี่ยวกับต้นกำเนิดและช่วงเวลาการเกิดของอักษรจีน
ข้อคิดเห็นของนักวิชาการได้แบ่งออกเป็นสองแนวทาง ได้แก่
1.อักษรจีนเกิดจากภาพวาดและลวดลาย
2.อักษรจีนเกิดจากสัญลักษณ์ขีดสลัก
จากหลักฐานโบราณคดีในประเทศจีน นักวิชาการค้นพบสัญลักษณ์จำนวนมากบนเครื่องปั้นดินเผายุคหินใหม่ ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทสำคัญ
ประเภทแรก คือ “สัญลักษณ์นามธรรม” เช่น เส้น จุด รูปเรขาคณิต หรือเครื่องหมายต่าง ๆ ที่พบในแหล่งโบราณคดีปั้นพัว(半坡遗址)และเจียงจ้าย(姜寨遗址) สัญลักษณ์เหล่านี้ทำให้นักวิชาการบางกลุ่มเชื่อว่า อักษรจีนอาจเริ่มต้นจาก “การขีดสัญลักษณ์” ก่อนจะพัฒนาเป็นตัวอักษร (ภาพที่ 1)
สัญลักษณ์นามธรรมที่ปรากฏบนเครื่องปั้นดินเผาของแหล่งโบราณคดีเจียงจ้าย
ประเภทที่สอง คือ “สัญลักษณ์เชิงภาพ” ซึ่งมีลักษณะคล้ายสิ่งของหรือวัตถุจริง พบมากในวัฒนธรรมต้าเหวินโข่ว(大汶口文化) นักวิชาการจำนวนมากเชื่อว่านี่อาจเป็นรากฐานสำคัญของอักษรจีน เพราะสามารถเชื่อมโยงระหว่าง “รูป – ความหมาย – ภาษา” ได้ชัดเจนกว่า (ภาพที่ 2)
สัญลักษณ์เชิงภาพที่ปรากฏบนเครื่องปั้นดินเผาของวัฒนธรรมต้าเหวินโข่ว
ประเภทสุดท้าย คือ “สัญลักษณ์ที่เรียงต่อกันเป็นคำหรือประโยค” จากวัฒนธรรมหลงซาน(龙山文化) ซึ่งน่าสนใจมาก เพราะนี่ไม่ใช่เพียงสัญลักษณ์เดี่ยวอีกต่อไป แต่เริ่มมีลักษณะของการจัดเรียงเพื่อจดบันทึกภาษา (ภาพที่ 3)
สัญลักษณ์ที่เรียงต่อกันเป็นคำหรือประโยค จากวัฒนธรรมหลงซาน
ความแตกต่างของสัญลักษณ์ที่ปรากฏบนเครื่องปั้นดินเผาเหล่านี้สะท้อนถึงความเห็นที่ต่างกันเกี่ยวกับ “ยุคสมัยการกำเนิดของอักษรจีน” และผู้เขียนเห็นว่าจำเป็นต้องกลับมาทบทวนประเด็นนี้อย่างจริงจังอีกครั้ง
จากการแบ่งประเภทข้างต้น ทำให้นักวิชาการจำนวนหนึ่งเสนอว่า อักษรจีนไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นทันที หากแต่ผ่านกระบวนการพัฒนาที่ยาวนาน โดยอาจผ่านอย่างน้อย 3 ขั้นตอน ได้แก่ สัญลักษณ์เชิงนามธรรม สัญลักษณ์เชิงภาพ (文字画) และระบบตัวอักษรที่สามารถบันทึกภาษาได้จริง
สิ่งที่น่าสนใจคือ หากแนวคิดนี้ถูกต้อง นั่นหมายความว่า “อักษรจีน” ไม่ได้เกิดขึ้นจากวันใดวันหนึ่ง แต่ค่อย ๆ วิวัฒนาการผ่านการวาด การขีดเขียน และการใช้สัญลักษณ์ของผู้คนเมื่อหลายพันปีก่อน
เพราะฉะนั้น การที่เราตั้งคำถามว่า
อักษรจีนเกิดขึ้นเมื่อเมื่อไหร่?
อาจต้องเปลี่ยนเป็น
อักษรจีนค่อย ๆ กลายเป็นอักษรที่ถูกใช้จดบันทึกภาษาจีนได้อย่างไร ?
เพราะบางครั้ง จุดเริ่มต้นของอารยธรรม อาจไม่ได้เริ่มจากตัวอักษร หากแต่อาจเริ่มจากรอยขีดเล็ก ๆ บนเครื่องปั้นดินเผา
รายการอ้างอิง
Wang, H. (2011). On the Originating Times of Chinese Writing System. Journal of Shaanxi Normal University (Philosophy and Social Sciences Edition), 40(3): 5-23.
โฆษณา