7 มิ.ย. เวลา 06:57 • บันเทิง

The Cleveland Torso Murders – ฆาตกรต่อเนื่องสังหารแยกชิ้นส่วนศพที่ท้าทายตำรวจอเมริกา

ในช่วงทศวรรษ 1930 เมือง Cleveland ต้องเผชิญกับคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่โหดเหี้ยมที่สุดคดีหนึ่งในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา คดีนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “The Cleveland Torso Murders” หรือ “Mad Butcher of Kingsbury Run”
เหยื่อรายแรกถูกพบเมื่อเดือนกันยายน ปี 1935 ในพื้นที่รกร้างของ Kingsbury Run ร่างของเขาถูกตัดศีรษะและชำแหละบางส่วน หลังจากนั้นไม่นานก็มีการพบศพหญิงสาวที่ถูกสังหารในลักษณะคล้ายกัน
ตลอดระยะเวลาประมาณสามปี มีการพบศพอย่างน้อย 12 ราย แม้ว่านักวิจัยบางคนจะเชื่อว่าจำนวนเหยื่อที่แท้จริงอาจมากกว่านั้น เหยื่อส่วนใหญ่เป็นคนไร้บ้าน คนงานชั่วคราว หรือบุคคลที่มีสถานะทางสังคมต่ำ ทำให้การระบุตัวตนเป็นเรื่องยาก
สิ่งที่ทำให้คดีนี้โดดเด่นคือรูปแบบการก่อเหตุอันโหดร้าย ศพจำนวนมากถูกตัดศีรษะและแยกชิ้นส่วนอย่างแม่นยำ จนเจ้าหน้าที่เชื่อว่าผู้ก่อเหตุมีความรู้ด้านกายวิภาคศาสตร์หรือการแพทย์
คดีนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ Eliot Ness เจ้าหน้าที่ผู้มีชื่อเสียงจากการปราบปรามแก๊งของ Al Capone อย่างไรก็ตาม แม้จะมีประสบการณ์และทรัพยากรมากเพียงใด เขาก็ไม่สามารถไขคดีนี้ได้
หนึ่งในผู้ต้องสงสัยสำคัญคือ Francis E. Sweeney แพทย์ทหารผ่านศึกผู้มีประวัติปัญหาสุขภาพจิตและมีความรู้ทางการแพทย์ตรงกับลักษณะการก่อเหตุ เขาเคยถูกสอบสวนอย่างเข้มข้น แต่ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะตั้งข้อหาได้
ในปี 1938 หลังจากมีการพบศพเพิ่มเติมอีกหลายราย คดีกลับเงียบลงอย่างกะทันหัน ไม่มีการพบเหยื่อในรูปแบบเดียวกันอีก ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานหลากหลายว่า ฆาตกรอาจเสียชีวิต ถูกคุมขัง หรือย้ายไปก่อเหตุในพื้นที่อื่น
แม้เวลาจะผ่านมากว่าเก้าทศวรรษ แต่คดีนี้ยังคงไม่ได้รับการคลี่คลาย หลักฐานจำนวนมากสูญหายไปตามกาลเวลา ขณะที่พยานและผู้เกี่ยวข้องส่วนใหญ่เสียชีวิตไปแล้ว
The Cleveland Torso Murders จึงยังคงเป็นหนึ่งในคดีฆาตกรต่อเนื่องที่โด่งดังและน่าสะพรึงกลัวที่สุดของอเมริกา เป็นเรื่องราวที่สะท้อนถึงข้อจำกัดของการสืบสวนในยุคก่อน และเป็นปริศนาที่อาจไม่มีวันได้รับคำตอบอย่างสมบูรณ์.
โฆษณา