9 มิ.ย. เวลา 01:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ผ่าทางรอดสิ้นสุด ‘ไลเซนส์ทีวี’ รุกน่านน้ำใหม่ รับยุคสื่อออนไลน์ทรงพลัง-คนดูเปลี่ยน

‘ทีวีดิจิทัล’ ดิ้นเพื่อรอด ท่ามกลางภูมิทัศน์สื่อเปลี่ยน ออนไลน์ทรงพลังไม่หยุด พฤติกรรมคนดูทีวีน้อยลง ผู้ประกอบการ หาน่านน้ำใหม่ มุ่งออนไลน์ ย้ำจุดแข็งแต่ละค่าย ทั้งความครบวงจรต้นน้ำถึงปลายน้ำ ลุยแพลตฟอร์ม “สตรีมมิง” หวังคนดูยินดีจ่ายเงินเสพคอนเทนต์ไทย อีกด้านมองขุมทรัพย์ “การบริหารจัดการศิลปิน” ปั้นมาสตอต โกยงานพรีเซ็นเตอร์
แม้ภาคธุรกิจพยายามปรับตัวเพื่ออยู่รอด แต่ทุกฝ่ายประสานเสียงยากคลำทาง หลัง กสทช.ไร้ความชัดเจนแผนแม่บทอนาคตทีวีดิจิทัล หลังสิ้นสุดใบอนุญาต(ไลเซนส์)ประกอบกิจการ เมษายน ปี 2572 เผยส่วนใหญ่ “ไม่ต้องการประมูล” กระตุกรัฐตระหนักการมี “แพลตฟอร์มสัญชาติไทย” ป้องอธิปไตยการสื่อสาร สกัดเงินไหลออกนอกประเทศให้แพลตฟอร์มต่างชาติ
นับเวลาถอยหลังเหลือเวลาประมาณ 2 ปี 10 เดือน ที่ใบอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัลจะสิ้นสุดลง แต่ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา มีการทวงถามถึงความคืบหน้าแผ่นแม่บททีวีดิจิทัล แต่ไม่ได้รับคำตอบ กระทั่งล่าสุด สมาคมโทรทัศน์ดิจิตอล (ประเทศไทย)ต้องยื่นหนังสือทวงถามโรดแมป เพื่อให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เร่งพิจารณาและให้ความชัดเจนภายใน 30 มิถุนายน 2569 หากไม่มีความคืบหน้า จะเดินหน้ารวมตัวผู้ประกอบการเพื่อพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ช่วยผ่าทางตัน
📌หาน่านน้ำใหม่ เพื่อรอด
นายศิริ บุญพิทักษ์เกศ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอเรชั่นส์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า จริงๆ อย่างแรกที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องการในขณะนี้คือความชัดเจนของโรดแมปจาก กสทช.หากสิ้นสุดไลเซนส์ทีวีดิจิทัล ว่าจะมีการเปิดประมูล หรือโมเดลอื่น เพื่อให้สามารถวางแผนธุรกิจในอนาคต โดยเบื้องต้น หากมีการประมูล แล้วทีวีดิจิทัลถูกำกับดูแล แต่ออนไลน์ไม่มีการกำกับดูแลย่อมไม่เอื้อต่อการแข่งขัน
“ถ้าหากแผนแม่บททีวีดิจิทัลออกมา แล้วไม่ถูกใจผู้ประกอบการ คือทีวีดิจิทัลยังคงถูกกำกับ แต่แพลตฟอร์มออนไลน์ไม่มีการกำกับ ถ้าเป็นเช่นนั้น ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลจะประมูลเพื่ออะไร ไปทำสื่อออนไลน์ดีกว่า และวันนี้บอกตรงๆ ผู้ประกอบการหลายช่องไม่ต้องการประมูลแล้ว เนื่องจากธุรกิจหากำไรไม่ได้ รูปแบบการหารายได้เปลี่ยนแปลงไปมาก โดยกว่า 10 ปีก่อน ลูกค้าซื้อสปอตโฆษณา แต่ตอนนี้สปอตโฆษณาหายไป ฐานเม็ดเงินบนทีวีดิจิทัลเหลือไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท จากเดิมมูลค่ากว่าแสนล้านบาท”
อ่านต่อ:
โฆษณา