9 มิ.ย. เวลา 12:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ค้าปลีกท้องถิ่นดวลทุนใหญ่ :ร้านเล็กอยู่รอดเมื่อไม่เล่นเกมเดียวกับยักษ์ใหญ่

Charlesไม่ได้เงยหน้าขึ้นทันทีหลังจากเห็นตัวเลขยอดขายสาขาเดิมในไตรมาสล่าสุด (SSSG - Same Store Sales Growth) เขาเลื่อนนิ้วบนหน้าจอแท็บเล็ตกลับขึ้นไปดูจำนวนวันจำหน่ายสินค้าคงเหลือ (Inventory Days) อีกครั้ง ก่อนจะหยุดสายตาอยู่ตรงวงจรเงินสด (Cash Cycle) นานกว่าปกติ
ห้องประชุมของกองทุนขนาดเล็กในซอยเงียบย่านเมืองหลวงเงียบลงทันที ที่นี่ไม่มีวิวอาคารสูงตระหง่าน ไม่มีนักกลยุทธ์ระดับภูมิภาคบินตรงมาจากศูนย์กลางการเงิน บนโต๊ะมีเพียงแก้วกาแฟเย็นที่เริ่มละลาย เอกสารนำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุนฉบับภาษาท้องถิ่น และรายชื่อหุ้นค้าปลีกจากกระดานบริษัทขนาดเล็ก 3 ตัว ที่มูลค่ารวมกันยังเล็กกว่าร้านสะดวกซื้อเครือข่ายใหญ่เพียงไม่กี่สาขาเสียด้วยซ้ำ
ฝนด้านนอกหน้าต่างตกลงบนถนนสีเทาอย่างต่อเนื่อง เสียงรถติดลากยาวอยู่ไกลออกไป แต่ในห้องนี้ไม่มีใครพูดถึงเศรษฐกิจมหภาคอีกแล้ว ทุกสายตากำลังจ้องไปที่ธุรกิจเรียบง่ายกว่านั้นมาก ธุรกิจขายข้าวสาร น้ำมันพืช ผงซักฟอก และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้กับคนที่ยังต้องคำนวณค่าใช้จ่ายปลายเดือน
"อัตรากำไรสุทธิของ RTL-A อยู่ที่เกือบ 7%" Elena พูดขึ้นมาเบาๆ ขณะเลื่อนสายตาตามตารางบนหน้าจอ "ขายของใช้ในครัวเรือนมา 60 ปี ไม่มีเคาน์เตอร์กาแฟสด ไม่มีอาหารพร้อมทาน ไม่มีระบบสมาชิกระดับประเทศ แต่กลับทำกำไรสุทธิได้สูงกว่าเครือข่ายร้านสะดวกซื้อที่มีรายได้เกือบล้านล้านต่อปี"
Joseph หัวเราะเบาๆ ในลำคอ "GNT-X มีรายได้มากกว่า RTL-A หลายร้อยเท่า แต่กำไรสุทธิอยู่แค่ 3.12%"
"นั่นแหละคือสิ่งที่ตลาดยังไม่ปักใจเชื่อ" Charles ตอบช้าๆ "ตลาดชอบธุรกิจที่ดูยิ่งใหญ่ แต่บางครั้งธุรกิจที่ดูธรรมดากลับเก็บผลตอบแทนต่อทุนไว้ได้ดีกว่า"
ห้องประชุมเงียบลงอีกครั้ง เพราะทุกคนรู้ดีว่าคำถามที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องรายได้จะโตหรือไม่ แต่คือเหตุใดร้านค้าท้องถิ่นเหล่านี้ถึงยังรักษาโครงสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไว้ได้ ทั้งที่เครือข่ายค้าปลีกระดับประเทศกำลังขยายลึกลงมาทุกปี
Brian เปิดภาพถ่ายสาขาหนึ่งในหัวเมืองทางเหนือขึ้นบนหน้าจอ ป้ายร้านเก่า พื้นกระเบื้องซีด ไม่มีแสงไฟสว่างจ้าแบบร้านสะดวกซื้อ แต่รถกระบะหลายคันยังคงจอดรอขนสินค้าแม้เวลาจะเกือบ 2 ทุ่ม
"ผมลงพื้นที่ไปดูจริงมา" Brian พูด เขาขยายภาพไปที่รถเข็นที่เต็มไปด้วยสินค้าขนาดใหญ่ "ลูกค้าไม่ได้เข้ามาซื้อความสะดวกแบบร้านใกล้บ้าน พวกเขาซื้อของทั้งสัปดาห์ในครั้งเดียว ยอดต่อบิลสูงกว่า convenience store หลายเท่า" เขาหยุดเล็กน้อยก่อนพูดต่อ "และสิ่งสำคัญคือ พวกเขาแทบไม่มีของเสีย"
สายตาหลายคู่ในห้องเงยขึ้นทันที
"ไม่มีอาหารสด ไม่มีเบเกอรี ไม่มีของพร้อมทานที่ต้องทิ้งตอนสิ้นวัน" Brian กล่าวต่อ "ต้นทุนซ่อนเร้นหลายอย่างหายไปเลย ทั้งระบบควบคุมอุณหภูมิ การจัดการของหมดอายุ การสูญเสียจากสินค้าเหลือทิ้ง"
Isaac พยักหน้าช้าๆ "นั่นแปลว่า gross margin 18.28% ของ RTL-A ไม่ได้มาจากการตั้งราคาสูงอย่างเดียว แต่มาจากโครงสร้างต้นทุนที่เรียบง่ายกว่าทั้งระบบ"
Charles วางแก้วกาแฟลงเบาๆ นี่คือจุดที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มักมองข้าม พวกเขาคุ้นชินกับความคิดว่าค้าปลีกต้องชนะด้วยเทคโนโลยี โลจิสติกส์ และการขยายสาขาระดับประเทศ แต่ในบางพื้นที่ ร้านที่อยู่รอดได้ไม่ใช่ร้านที่ซับซ้อนที่สุด หากเป็นร้านที่เข้าใจข้อจำกัดของลูกค้าได้ดีที่สุด
ลูกค้าของ RTL-A ไม่ได้ต้องการกาแฟสดตอน 6 โมงเช้า พวกเขาต้องการร้านที่ยังขายข้าวสารราคาคงที่ในช่วงปลายเดือน ต้องการร้านที่รู้ว่าชุมชนแถบนั้นนิยมซื้อน้ำมันพืชยี่ห้อใด และต้องการร้านที่ไม่ผลักต้นทุนฟุ่มเฟือยกลับมาที่ราคาสินค้า
Isaac เปิดข้อมูลอีกหน้า "D/E ของ RTL-A อยู่ที่ 0.36 เท่า" นิ้วของเขาเลื่อนไปยังอีก 2 บริษัท "RTL-C อยู่ที่ 1.1 เท่า ส่วน RTL-B เกือบ 2 เท่า"
Joseph เงยหน้าขึ้นจากเอกสารทันที "ถ้าอย่างนั้น หุ้นทั้ง 3 ตัวนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย"
"ใช่" Isaac ตอบ "ตลาดเริ่มเหมารวมหุ้นค้าปลีกท้องถิ่นเร็วเกินไป" เขาใช้นิ้วเคาะตัวเลขของ RTL-A เบาๆ "นี่ไม่ใช่เรื่องของการโตเร็ว แต่มันคือเรื่องของวินัย งบดุลสะอาด กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน 3 ปีรวมกันเกือบ 700 ล้าน ลงทุนไป 360 ล้าน แต่ยังเหลือเงินสดหลังขยายสาขา"
Elena หรี่ตาลงเล็กน้อย "หมายความว่าพวกเขาไม่ได้โตด้วยหนี้"
"ถูกต้อง" Isaac ตอบทันที "และนั่นสำคัญมาก" เขาหยุดไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงช้าลง "ธุรกิจค้าปลีกจำนวนมากดูเหมือนกำลังเติบโต ทั้งที่จริงแล้วแค่กำลังเปลี่ยนหนี้ให้กลายเป็นยอดขาย"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง Charles รู้ดีว่าประโยคนี้กำลังแตะถึงแก่นของปัญหาในธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ หลายบริษัทเร่งเปิดสาขา เพิ่ม SKU เพิ่มบริการ เพิ่มอาหารพร้อมทาน เพิ่มระบบสมาชิก เพิ่มแอปพลิเคชัน จนสุดท้ายต้นทุนคงที่เริ่มโตเร็วกว่ายอดขาย ร้านค้าท้องถิ่นจำนวนมากไม่ได้ล้มเหลวเพราะคู่แข่งใหญ่กว่า แต่ล้มเหลวเพราะพยายามเลียนแบบคู่แข่งใหญ่เกินไป
Isaac เลื่อนไปที่ข้อมูลของ RTL-B "แต่ตัวนี้ต่างออกไป" บนหน้าจอปรากฏตัวเลขที่ทำให้หลายคนในห้องหยุดมอง Cash Cycle = -6 วัน Inventory Turnover = 9.36 รอบ
Joseph ย่นคิ้วทันที "ธุรกิจค้าปลีกระดับภูมิภาคทำ cash cycle ติดลบได้จริงหรือ"
"ดูเหมือนจะใช่" Isaac ตอบ "ลูกค้าจ่ายเงินก่อน แต่บริษัทจ่าย supplier ทีหลัง"
Brian พยักหน้าเสริม "โมเดลขายส่งยกลังในเขตการค้าชายแดนตอนใต้ทำให้สินค้าหมุนเร็วมาก ร้านค้ารายย่อยจำนวนมากซื้อสินค้าไปกระจายต่ออีกทอดหนึ่ง"
Charles เงียบไปพักใหญ่ เขาเคยเห็นโครงสร้างแบบนี้มาก่อนในบริษัทค้าปลีกระดับโลกบางแห่ง บริษัทที่สามารถเติบโตได้โดยใช้เงินทุนของ supplier แทนที่จะใช้เงินของตัวเอง ธุรกิจบางแห่งโตได้เพราะใช้ทุนจำนวนมหาศาล แต่บางแห่งโตได้เพราะ supplier ช่วยออกทุนให้ และความแตกต่างระหว่างสองแบบนี้ อาจเป็นตัวกำหนดผลตอบแทนของผู้ถือหุ้นในระยะยาว
"แต่ปัญหาคือการกระจุกตัว" Isaac พูดต่อ เขาเปิดแผนที่การกระจายตัวของสาขาขึ้นมา "ถ้าเศรษฐกิจในพื้นที่นั้นชะลอตัวพร้อมกัน หรือเกิดการแข่งขันด้านราคาหนักขึ้น บริษัทจะโดนกระทบทั้งระบบในคราวเดียว"
Joseph พยักหน้าช้าๆ "และถ้าขยายสาขาหนาแน่นเกินไป สุดท้ายมันจะเริ่มกินยอดขายกันเอง"
Charles มองตัวเลขเงียบๆ เขารู้ดีว่านี่คือหุ้นประเภทที่อันตรายและน่าสนใจที่สุด ถ้าทิศทางถูกต้อง มันอาจเติบโตเร็วกว่าที่ตลาดคาดไว้มาก แต่ถ้าคำนวณผิดเพียงเล็กน้อย leverage ของระบบจะย้อนกลับมาเล่นงานทันที
Elena เลื่อนไปที่ข้อมูลของ RTL-C บ้าง สำนักงานใหญ่ของบริษัทตั้งอยู่ในเมืองชายทะเลฝั่งตะวันตก พื้นที่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มกลับมาหลังช่วงวิกฤตยาวนาน รายได้เพิ่มจาก 1,315 ล้านเป็น 1,434 ล้านในปีเดียว
"ตลาดดูชอบเรื่องนี้มาก" Elena พูด "การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวทำให้ traffic กลับมาเร็ว"
Brian พยักหน้า "บางสาขามียอดซื้อต่อบิลสูงขึ้นจากลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะสินค้าท้องถิ่น ของใช้ชายหาด และสินค้า convenience สำหรับการพักระยะสั้น"
"แต่นั่นยังไม่ใช่ moat" Charles พูดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายนาที ทุกคนเงียบลง
Charles มองตัวเลข D/E 1.1 เท่าบนหน้าจอก่อนพูดต่อช้าๆ "ตอนนี้ RTL-C ยังได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของ demand" เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย "แต่ตลาดยังไม่รู้ว่าหลังจากการฟื้นตัวจบลงแล้ว บริษัทจะรักษาผลตอบแทนต่อทุนไว้ได้หรือไม่"
Isaac พยักหน้ารับทันที RTL-C มี operating leverage สูงกว่าอีก 2 บริษัทอย่างชัดเจน หาก traffic เพิ่ม กำไรจะฟื้นเร็ว แต่ถ้าความต้องการเริ่มชะลอ ภาระดอกเบี้ย ค่าแรง ค่าไฟ และต้นทุนคงที่ทั้งหมดจะเริ่มกดกำไรพร้อมกันทันที
"มันคือหุ้นที่ขึ้นกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจมากกว่าโครงสร้างการแข่งขัน" Isaac กล่าวสรุป
สายฝนด้านนอกยังคงตกต่อเนื่อง ขณะที่ในจอโทรทัศน์อีกฝั่งของห้อง นักวิเคราะห์กำลังพูดถึง AI ในค้าปลีก ระบบสมาชิก และแพลตฟอร์มออนไลน์แบบผสมผสาน แต่ในห้องประชุมนี้ ไม่มีใครพูดถึงเทคโนโลยีอีกแล้ว พวกเขากำลังวิเคราะห์เรื่องที่เรียบง่ายกว่านั้นมาก ว่าธุรกิจแบบไหนยังสามารถรักษาอัตราผลตอบแทนต่อเงินทุนหมุนเวียนไว้ได้ในวันที่การแข่งขันเริ่มบีบ margin ของทั้งระบบ
Isaac เลื่อนกลับไปที่ข้อมูลของ GNT-X อีกครั้ง รายได้เกือบล้านล้านบาท Gross Margin 22.72% Net Margin 3.12% เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง อาหารพร้อมทาน ระบบโลจิสติกส์ระดับประเทศ
"ธุรกิจขนาดใหญ่ไม่ได้อ่อนแอ" Isaac พูด เขาชี้ไปที่ตัวเลข CFO หลายแสนล้าน "ตรงกันข้าม มันแข็งแรงมาก แต่ความซับซ้อนของระบบก็สูงขึ้นมหาศาลเช่นกัน"
Charles พยักหน้าช้าๆ GNT-X ต้องรักษาระบบที่ใหญ่มากจนความผิดพลาดเล็กน้อยสามารถกระทบกำไรทั้งเครือข่ายได้ ขณะที่ร้านค้าท้องถิ่นบางแห่งกลับอยู่รอดได้เพราะพวกมันเลือกจะไม่ซับซ้อนตั้งแต่แรก
ไม่มีใครพูดอะไรต่ออยู่พักใหญ่ จนกระทั่ง Joseph เปิดปากขึ้นช้าๆ "สุดท้ายแล้ว ใครจะรอด"
Charles มองสายฝนด้านนอกหน้าต่างอีกครั้ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุด
"ธุรกิจที่รอด ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจที่โตเร็วที่สุด" เขาหันกลับมามองรายชื่อบริษัททั้ง 3 บนหน้าจอ "RTL-A น่าจะอยู่รอดได้นานที่สุด เพราะไม่ต้องเร่งโตเพื่อเอาชีวิตรอด" สายตาของเขาเลื่อนไปที่ RTL-B "ส่วนตัวนี้อาจให้ผลตอบแทนดีที่สุด ถ้าขยายระบบ cash cycle แบบนี้ได้โดยไม่เสียวินัย" ก่อนจะหยุดที่ RTL-C "และตัวสุดท้าย จะขึ้นอยู่กับว่าการฟื้นตัวครั้งนี้ เป็นเพียงวัฏจักร…หรือกลายเป็นโครงสร้างใหม่ของพื้นที่นั้นจริงๆ"
เขาปิดหน้าจอแท็บเล็ตลง เสียงล็อกหน้าจอดังแก๊กเบาๆ ท่ามกลางความเงียบ ทุกคนในห้องเริ่มเก็บเอกสารลงกระเป๋าโดยไม่มีใครตั้งคำถามเพิ่ม เขารู้ดีว่าหลังจากช่วงเวลาแห่งการเติบโตผ่านไปแล้ว ตัวเลขเงินสดในงบดุลที่ไม่มีหนี้ผูกพันต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินว่าใครจะอยู่รอดในกระดานนี้
"เนื้อหาในนิยายเป็นเหตุการณ์สมมติ ตัวละครและชื่อบริษัทถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงและถ่ายทอดบทเรียนทางธุรกิจเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนในหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ"
— เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#หุ้น
#การลงทุน
#ค้าปลีกท้องถิ่น

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา