10 มิ.ย. เวลา 12:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ

เกมขยายโรงงานยา :ตลาดอาจมองเหมือนกันแต่ผลลัพธ์ไม่เหมือนกัน

แสงสะท้อนจากจอ Bloomberg กระทบกระจกห้องประชุมชั้นบนสุดของอาคารกองทุนในสิงคโปร์ เสียงแจ้งเตือนคำสั่งซื้อขายดังขึ้นเป็นระยะ แต่ไม่มีใครในห้องสนใจความผันผวนระยะสั้นของตลาดเช้าวันนี้
Charles กำลังมองบางอย่างที่ลึกกว่าราคาหุ้น บนหน้าจอด้านหน้า บริษัททั้งสามถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกันทั้งหมด ทั้งสุขภาพ สังคมผู้สูงอายุ เวชภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค และกลุ่มเติบโตเชิงรับ สำหรับตลาด เรื่องมันดูเรียบง่าย แต่สำหรับคนในห้องนี้ มันไม่ง่ายเลย เพราะเบื้องหลังป้ายหมวดอุตสาหกรรมเดียวกัน ธุรกิจทั้งสามกำลังเล่นเกมเศรษฐศาสตร์คนละแบบโดยสิ้นเชิง
บริษัทแรกกำลังสร้างอำนาจผ่านช่องทางร้านขายยา บริษัทที่สองกำลังเดิมพันว่าแบรนด์จะเปลี่ยนจาก “การทดลองซื้อ” ไปสู่ “พฤติกรรมซื้อซ้ำ” และบริษัทที่สามกำลังเร่งขยายกำลังการผลิตในเกมที่ลูกค้ายังถืออำนาจต่อรองไว้เกือบทั้งหมด
Charles ปิดกราฟราคาหุ้นลงช้าๆ “ตลาดยังตีมูลค่าทั้งสามบริษัทเหมือนเป็นเรื่องเดียวกันอยู่ ทั้งที่ความจริงเศรษฐศาสตร์คนละโลกเลย”
ห้องประชุมเงียบลงทันที
สองสัปดาห์ก่อนหน้านั้น Joseph เพิ่งกลับจากการลงพื้นที่ตรวจช่องทางขายยาในสิงคโปร์และมาเลเซีย เขาไม่ได้ไปดูป้ายโปรโมชั่นหรือกิจกรรมการตลาด เขาไปดูว่าคูเมืองทางธุรกิจของบริษัทแรกมีอยู่จริงในโลกจริงหรือไม่ ร้านขายยาขนาดกลางแห่งหนึ่งในย่านธุรกิจ ลูกค้าหญิงวัยกลางคนถามหาอาหารเสริมสำหรับผู้สูงอายุ เภสัชกรหยิบสินค้าหนึ่งขึ้นมาแทบจะทันทีโดยไม่ต้องหันกลับไปมองชั้นวาง ไม่กี่นาทีต่อมา ลูกค้าอีกคนถามเรื่องระบบทางเดินอาหาร แบรนด์เดิมถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง
Joseph ไม่ได้จดชื่อสินค้า เขาจดความเร็วในการตัดสินใจ เพราะในธุรกิจเวชภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค สิ่งที่ทรงพลังที่สุดหลายครั้งไม่ใช่ตัวสินค้า แต่คือช่วงเวลาที่คนขายหยิบขึ้นมาก่อนโดยแทบไม่ต้องคิด นั่นไม่ใช่เรื่องของโฆษณา แต่มันคือการเริ่มฝังตัวอยู่ในพฤติกรรมของช่องทางขาย
คืนนั้น Charles เปิดข้อมูลของบริษัทแรกขึ้นมาบนจออีกครั้ง รายได้ยังเติบโตต่อเนื่อง อัตรากำไรค่อยๆ ขยาย กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสะสมสูงกว่าหลายบริษัทในกลุ่ม และการเติบโตยังไม่ได้ถูกขับด้วยหนี้สินรุนแรง สิ่งที่เขาสนใจไม่ใช่เพียงยอดขาย แต่คือสัญญาณว่าธุรกิจกำลังเปลี่ยนจากผู้ขายสินค้า ไปสู่เจ้าของพื้นที่ในความคุ้นชินของร้านยา
“เริ่มเห็นการประหยัดต่อขนาดจากช่องทางกระจายสินค้าแล้ว” Charles พูดเบาๆ
Isaac ซึ่งกำลังมองอีกหน้าจอหนึ่งเงยหน้าขึ้น “แต่วงจรเงินสดเริ่มยาว”
ห้องเงียบลงเล็กน้อย ตัวเลขยังไม่อันตราย แต่สำหรับคนที่เข้าใจธุรกิจกระจายสินค้า นี่คือสัญญาณเตือนระยะแรกของการเติบโต เพราะเมื่อรายการสินค้าเพิ่ม ความซับซ้อนของสินค้าคงคลังมักโตเร็วกว่ายอดขายเสมอ และในธุรกิจที่ขายผ่านหน้าเคาน์เตอร์ร้านยา สินค้าที่หมุนช้าอาจยังไม่ส่งสัญญาณผ่านรายได้ แต่มันจะเริ่มกินเงินสดเงียบๆ
Charles พยักหน้าเล็กน้อย “ธุรกิจแบบนี้ดูเหมือนใช้สินทรัพย์น้อยจากระยะไกล แต่ถ้าคุมวินัยสินค้าคงคลังไม่ได้ สุดท้ายมันจะค่อยๆ กลายเป็นธุรกิจที่จมทุนหมุนเวียนโดยไม่มีใครรู้ตัว”
ถึงอย่างนั้น เขายังมองว่าบริษัทแรกมีโครงสร้างกำไรแข็งแรงที่สุดในกลุ่ม เพราะมันกำลังสร้างความคุ้นชินในช่องทางขาย ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่แข่งเลียนแบบได้ช้ากว่าการลดราคาเสมอ
Joseph เอนตัวพิงเก้าอี้ช้าๆ “ถ้าพฤติกรรมของร้านขายยาเริ่มล็อกเข้ากับแบรนด์เมื่อไร ต้นทุนในการแย่งพื้นที่ตรงนั้นจะสูงขึ้นมาก”
ไม่มีใครเถียง แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าอำนาจแบบนี้ไม่ได้ถาวร หากวันหนึ่งร้านขายยาดั้งเดิมอ่อนแอลง และโมเดิร์นเทรดหรืออีคอมเมิร์ซเริ่มเข้ามาควบคุมการมองเห็นสินค้าแทน คูเมืองทางธุรกิจทั้งหมดอาจถูกตั้งค่าใหม่ได้เหมือนกัน
Elena เปิดข้อมูลของบริษัทที่สองขึ้นมาบนจอ ตัวเลขบนพื้นผิวดูสวย อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น พื้นที่บนชั้นวางสินค้าเพิ่มต่อเนื่อง และแบรนด์เริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น ตลาดชอบเรื่องแบบนี้เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพคล่องทั่วโลกยังล้นระบบ แต่ Isaac ไม่ได้มองอัตรากำไรก่อน เขามองเงินทุนหมุนเวียน
แล้วทั้งห้องก็เงียบลงอีกครั้ง วงจรการแปลงเงินสดกำลังยืดยาวออกไปเกินกว่าที่ควรสำหรับธุรกิจที่ยังอยู่ในช่วงสร้างแบรนด์
Elena เลื่อนดูงบกระแสเงินสดต่อ เงินลงทุนยังไหลออกเร็ว เร็วกว่าความสามารถในการสร้างเงินสดจริงของธุรกิจ
Joseph มองภาพชั้นวางสินค้าบนจอ “แบรนด์เริ่มติดตลาดจริงหรือยัง”
ไม่มีใครตอบทันที
Charles มองภาพนั้นอยู่พักใหญ่ก่อนพูดขึ้นช้าๆ “คำถามสำคัญไม่ใช่คนซื้อครั้งแรก แต่คือคนกลับมาซื้อเองโดยที่บริษัทไม่ต้องจ่ายเพื่อกระตุ้นยอดขายอีกหรือยัง”
ห้องประชุมเงียบลงอีกครั้ง ทุกคนรู้ดีว่าในตลาดเวชภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค พลังของแบรนด์จริงกับยอดขายที่ถูกเร่งผ่านการตลาด มักมีหน้าตาคล้ายกันมากในช่วงแรก โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดยังหลงใหลการเติบโต
Isaac เอนตัวพิงเก้าอี้ “สุดท้ายพื้นที่บนชั้นวางจะถูกตัดสินจากยอดซื้อซ้ำ ไม่ใช่งบโฆษณา”
นั่นคือจุดแบ่งสำคัญของธุรกิจประเภทนี้ ถ้าแบรนด์แข็งแรงจริง วงจรจะเริ่มส่งเสริมตัวเอง ลูกค้าซื้อซ้ำ ผู้ค้าปลีกให้พื้นที่เพิ่ม อัตรากำไรขยาย และอำนาจต่อรองดีขึ้น แต่ถ้ายังไม่แข็งแรงพอ บริษัทจะติดอยู่ในลู่วิ่งที่ต้องยิงการตลาดต่อเนื่องเพียงเพื่อรักษาการเติบโตเดิมไว้
Derek หัวเราะเบาๆ พลางมองกราฟราคาหุ้น “หุ้นแบบนี้ตลาดรักมากตอนสภาพคล่องล้น เพราะเรื่องเล่ามักวิ่งเร็วกว่ากระแสเงินสด”
Charles ไม่ได้ปฏิเสธโอกาสของมัน ถ้าบริษัทนี้สามารถสร้างแบรนด์เวชภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคระดับภูมิภาคได้จริง โครงสร้างกำไรอาจเปลี่ยนทั้งระบบ มันอาจกลายเป็นธุรกิจที่เติบโตได้โดยใช้สินทรัพย์น้อยและทบต้นกำไรได้ทรงพลังในระยะยาว แต่จนถึงตอนนี้ เขายังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ตลาดกำลังเห็นคือแบรนด์ที่แข็งแรงขึ้น หรือเพียงการเติบโตที่ถูกเร่งด้วยงบการตลาด
หนึ่งเดือนก่อน Derek เพิ่งกลับจากการเยี่ยมศูนย์การผลิตแห่งใหม่ของบริษัทที่สาม เขาไม่ได้ไปฟังคำพูดของผู้บริหาร เขาไปดูว่าเศรษฐศาสตร์ของการขยายโรงงานกำลังดีขึ้นจริงหรือไม่ รถบรรทุกยังเข้าออกต่อเนื่อง สายการผลิตยังเดินเต็มกำลัง ไฟในอาคารยังเปิดเกือบทั้งคืน ทุกอย่างดูเหมือนธุรกิจกำลังเร่งเติบโต ตลาดชอบภาพแบบนี้เสมอ ทั้งกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น รายได้ที่โตต่อเนื่อง และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ยังสูง
แต่ Charles กลับมองอีกจุดหนึ่ง กระแสเงินสดจากธุรกิจจริงยังตามหลังเงินลงทุนต่อเนื่อง
Brian เลื่อนดูข้อมูลเครือข่ายผู้จัดหาวัตถุดิบเพิ่มเติมก่อนพูดขึ้นสั้นๆ “ลูกค้ารายใหญ่ยังถืออำนาจต่อรองเกือบหมด”
และนั่นคือแก่นของธุรกิจประเภทนี้ โรงงานสามารถขยายได้หลายปี ยอดขายสามารถเร่งตัวได้ กำลังการผลิตสามารถเพิ่มขึ้นได้ แต่เศรษฐศาสตร์สุดท้ายอาจแทบไม่เปลี่ยน เพราะมูลค่าที่แท้จริงยังอยู่ฝั่งลูกค้า
Isaac มองกราฟอัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่พักหนึ่งก่อนพูดขึ้น “โรงงานจำนวนมากไม่ได้พังตอนยอดขายหาย มันพังตอนอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงนิดเดียว แล้วอัตรากำไรที่ผันแปรตามรายได้เริ่มย้อนกลับมาทำลายทุกอย่าง”
ห้องประชุมเงียบลงทันที ทุกคนเข้าใจความหมายของประโยคนั้นดี ต้นทุนคงที่ของโรงงานไม่เคยใจดี
Derek มองภาพสายการผลิตบนจออีกครั้ง “ธุรกิจแบบนี้หยุดลงทุนเมื่อไร แรงส่งก็เริ่มหาย”
บริษัทนี้ยังไม่ได้มีปัญหางบดุลรุนแรง อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ตอนนี้ ประสิทธิภาพการผลิตยังควบคุมได้ เงินทุนหมุนเวียนยังไม่แตก และคำสั่งซื้อยังเติบโต แต่ Charles รู้ดีว่าถ้าบริษัทไม่สามารถขยับตัวเองขึ้นไปสู่ห่วงโซ่มูลค่าที่สูงกว่าได้ สุดท้ายผลตอบแทนต่อทุนจะถูกจำกัดโดยธรรมชาติของเกม เพราะรายได้ที่โตกับการสร้างมูลค่าสำหรับผู้ถือหุ้นไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
Charles ปิดหน้าจอทั้งหมดลงช้าๆ ตลาดยังคงจัดบริษัททั้งสามไว้ในเรื่องเล่าเดียวกัน ทั้งสุขภาพ สังคมผู้สูงอายุ และกลุ่มเติบโตเชิงรับ แต่ในความจริง บริษัทแรกกำลังสร้างอำนาจผ่านช่องทางจัดจำหน่าย บริษัทที่สองกำลังพยายามเปลี่ยนการตลาดให้กลายเป็นพฤติกรรมซื้อซ้ำ และบริษัทที่สามกำลังต่อสู้กับข้อจำกัดของเศรษฐศาสตร์โรงงาน
บริษัทแรกกำลังเสี่ยงกับวันที่ความซับซ้อนของสินค้าคงคลังโตเร็วกว่าความสามารถในการควบคุมช่องทางขาย
บริษัทที่สองกำลังเสี่ยงกับวันที่ตลาดเริ่มถามหายอดซื้อซ้ำมากกว่าเรื่องเล่าการเติบโต
และบริษัทที่สามกำลังเสี่ยงกับวันที่อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงเพียงเล็กน้อย แต่เริ่มทำลายผลตอบแทนจากเงินลงทุนทั้งระบบ
Elena มองหน้าจอแสดงรายการคำสั่งซื้อขายอีกครั้งก่อนพูดขึ้น “กองทุนใหญ่หลายแห่งยังลงน้ำหนักไม่ได้อยู่ดี”
Joseph หันไปมองเธอ “เพราะสภาพคล่องซื้อขาย?”
Elena พยักหน้า “เงินทุนขนาดใหญ่เข้าออกลำบากเกินไปสำหรับหุ้นแบบนี้”
Charles ยิ้มบางๆ “ซึ่งแปลว่า ตลาดอาจใช้เวลานานกว่าจะค้นพบว่าธุรกิจทั้งสามกำลังเดินไปคนละเส้นทาง”
Joseph เงียบไปพักหนึ่ง เขารู้ดีว่าข้อได้เปรียบนั้นมีอีกด้านเสมอ รายย่อยเคลื่อนที่ได้เร็วกว่า แต่ก็ตื่นตระหนกได้เร็วกว่าเช่นกัน
Charles หยิบแก้วกาแฟขึ้นมาช้าๆ นิ้วมือสัมผัสความอุ่นของแก้วพลางมองตัวเลขสีแดงเขียวที่กะพริบบนหน้าจอคำสั่ง ไม่มีใครในห้องรู้ว่าหุ้นตัวไหนจะให้ผลตอบแทนดีที่สุดในปีนี้ แต่ทุกคนเริ่มเห็นตรงกันแล้วว่าอีก 10 ปีข้างหน้า บริษัททั้งสามอาจกลายเป็นธุรกิจคนละสายพันธุ์โดยสมบูรณ์
"เนื้อหาในนิยายเป็นเหตุการณ์สมมติ ตัวละครและชื่อบริษัทถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงและถ่ายทอดบทเรียนทางธุรกิจเท่านั้น มิได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนในหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ"
— เกียรติธร วีรอัศวปรีชา
#หุ้น
#การลงทุน
#โรงงานยา

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา