Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 12:00 • ธุรกิจ
ฉากสุดท้ายทีวีไทย? ถึงเวลานับถอยหลัง เมื่อดิจิทัลทีวีกำลังตายอย่างเงียบๆ
ย้อนกลับไปในช่วงปี 2013 การประมูลทีวีดิจิทัลในประเทศไทยเรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สะเทือนวงการสื่ออย่างมาก
มีกลุ่มทุนยักษ์ใหญ่หอบเงินหลายหมื่นล้านบาทมาฟาดฟันกันเพื่อแย่งชิงคลื่นความถี่
ทุกคนต่างเชื่อมั่นว่านี่คือขุมทรัพย์แห่งใหม่ที่จะสร้างเม็ดเงินมหาศาล
แต่ภาพจำอันหอมหวานเหล่านั้นกำลังจะกลายเป็นเพียงอดีต…
1
วันนี้เราเปิดหน้าจอทีวีกันน้อยลงแค่ไหน หรือบางบ้านอาจจะไม่มีเครื่องรับโทรทัศน์ตั้งอยู่เลยด้วยซ้ำ
1
คำถามที่น่าสนใจคือตอนนี้อุตสาหกรรมทีวีไทยกำลังเผชิญหน้ากับอะไรอยู่
นี่คือการปรับสมดุลใหม่ ทางรอด หรือมันคือฉากสุดท้ายของอุตสาหกรรมสื่อระดับชาติกันแน่
…
งานวิจัยเชิงลึกจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้เข้าไปสำรวจพฤติกรรมคนดูทีวีในปัจจุบันและพบกับความจริงที่น่าสนใจ
เวลาที่เราไปถามผู้ชมว่าอยากดูรายการแบบไหน คำตอบยอดฮิตที่ได้กลับมาคืออยากดูรายการที่มีสาระประโยชน์
1
ผู้ชมหลายคนบอกว่าอยากเห็นเนื้อหาที่ส่งเสริมวัฒนธรรมและสะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น
ฟังดูเป็นอุดมคติที่สวยงามและเป็นสิ่งที่สังคมควรจะมี
แต่เมื่อนักวิจัยไปกางตัวเลขพฤติกรรมการรับชมจริงๆ กลับพบข้อมูลที่น่าตกใจ
ผู้ชมใช้เวลาถึงวันละสี่ถึงห้าชั่วโมงไปกับการดูรายการบันเทิง ละคร และซีรีส์ดราม่าตบตี แย่งผัว…
3
สิ่งนี้สะท้อนสัญชาตญาณลึกๆ ของมนุษย์ที่มักไม่ชอบเสพเนื้อหาที่เครียดและยาวเกินไป
เมื่อพฤติกรรมคนดูเป็นแบบนี้ โจทย์ที่หนักหน่วงจึงไปตกอยู่กับผู้ผลิตสื่อ
พวกเขาจะผสมผสานเนื้อหาที่มีคุณค่าให้เข้ากับความนิยมที่ขายโฆษณาได้อย่างไร
ในวงการสื่ออุตสาหกรรมนี้มีสิ่งที่เรียกว่าเรตติ้งเป็นเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงช่อง
เมื่อเม็ดเงินโฆษณามีจำกัด การปรับตัวเพื่อเอาชีวิตรอดจึงต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…
ผลลัพธ์ที่ตามมาคือรายการสำหรับเด็กและเยาวชนแทบจะสูญพันธุ์ไปจากหน้าจอทีวีไทย
โดยเฉพาะรายการสำหรับเด็กในระดับปฐมวัยวัยที่ตัวเลขการค้นพบจากนักวิจัยคือ “ศูนย์”
ส่วนรายการที่นำเสนอเรื่องราวท้องถิ่นก็เหลือพื้นที่เพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น
1
แรงกดดันทางเศรษฐกิจกำลังบังคับให้ทีวีไทยต้องละทิ้งบทบาทการเป็นแหล่งเรียนรู้ฟรีของสังคม
ลองสังเกตหน้าจอทีวีทุกวันนี้ดู เราจะพบว่ารายการข่าวได้กลายเป็นเดอะแบกของแทบทุกช่อง
1
การเล่าข่าวใช้เวลาหน้าจอสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับอดีต
แต่สิ่งที่แทรกซึมเข้ามาพร้อมกันคือโฆษณาแฝงและการขายสินค้าแบบตรงไปตรงมา…
เราอาจจะเห็นผู้ประกาศข่าวเล่าเรื่องอาชญากรรมอยู่ดีๆ แล้วตัดภาพไปขายยาปลูกผมยาวนานหลายนาที
2
แม้สิ่งนี้จะเป็นการต่อลมหายใจทางธุรกิจ แต่มันกำลังกัดกร่อนความน่าเชื่อถืออย่างรุนแรง
นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “วงจรวิกฤตรายได้” ที่กลายร่างเป็นวงจรวิกฤตคุณภาพ
เมื่อแบรนด์สินค้าต่างๆ ย้ายเม็ดเงินโฆษณาไปสู่สื่อออนไลน์ ผู้ผลิตทีวีก็ถูกบีบให้ต้องลดต้นทุนลง
เมื่อต้นทุนต่ำคุณภาพเนื้อหาก็ลดลง หรือต้องหันไปพึ่งพารายการแนวดราม่าเพื่อเรียกเรตติ้งแบบฉาบฉวย…
พอเนื้อหาไม่มีคุณภาพ คนดูก็เบือนหน้าหนีแล้วย้ายไปดูคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มต่างชาติกันหมด
ยิ่งทำให้รายได้ของช่องหดตัวหนักกว่าเดิมจนแทบจะเดินต่อไปไม่ไหว
หากปล่อยให้วงจรนี้หมุนต่อไปโดยไม่มีใครมาหยุดมัน อุตสาหกรรมทีวีอาจไม่เหลือซาก
และเพื่อฉายภาพให้เห็นชัดเจนขึ้น ทีมวิจัยได้พยากรณ์ภาพอนาคตของทีวีไทยหลังปี 2029 เอาไว้
ลองจินตนาการตามดูว่าเรากำลังเดินไปสู่ฉากทัศน์ไหนในอนาคตอันใกล้นี้…
ภาพแรกคือ Survival of the Fittest หรือผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่รอด
ในกรณีนี้ช่องที่ปรับตัวได้จะอยู่รอดด้วยการใช้ช่องทีวีเป็นเหมือนโชว์รูมเพื่อสร้างแบรนด์
คาดการณ์กันว่าภายในไม่กี่ปีนับจากปี 2029 ช่องทีวีของไทยจะล้มหายตายจากไปเกือบหมด
2
ภาพที่สองคือ Phoenix Rising ซึ่งเป็นภาพฝันที่สวยงามที่สุด
อุตสาหกรรมทีวีฟื้นคืนชีพได้ด้วยระบบนิเวศที่ดีและรัฐมีนโยบายสนับสนุนอย่างเต็มที่…
แต่มันก็มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมากเพราะต้องพึ่งพาแผนแม่บทที่ชัดเจนและปฏิบัติได้จริง
ภาพที่สามคือ State-Dependent Limbo หรือภาวะชะงักงัน
เป็นภาพที่รัฐมีแผนที่ดีแต่วางแผนช้าเกินไปจนผู้ประกอบการขาดทุนสะสมจนสายป่านขาด
ไม่มีเงินไปลงทุนเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำได้แค่อยู่รอดไปวันๆ แต่ไม่สามารถเติบโตได้
และภาพสุดท้ายซึ่งเป็นอนาคตที่น่ากลัวที่สุดและมีโอกาสเกิดขึ้นสูงมากถึงเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์…
สิ่งนั้นเรียกว่า “Slow Collapse” หรือการล่มสลายอย่างช้าๆ
ความน่ากลัวของภาพนี้คือมันจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติหากเราปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป
เรตติ้งจะค่อยๆ ลดลง เม็ดเงินโฆษณาจะถูกแพลตฟอร์มข้ามชาติสูบออกไปนอกประเทศ
อุตสาหกรรมจะหดตัวลงอย่างเงียบๆ และช่องทีวีขนาดกลางต้องปิดตัวลง
คุณภาพเนื้อหาจะถูกลดทอนจนเหลือแค่การเอารายการเก่ามารีรันเพื่อพยุงบริษัท…
หากทีวีล่มสลายผลกระทบไม่ได้ตกอยู่แค่กับนายทุน แต่จะตกอยู่กับสังคมในระดับมหาภาค
เมื่อเราไม่มีทีวี สังคมจะสูญเสียพื้นที่ความจริงร่วมกัน
ผู้คนจะถูกต้อนเข้าไปอยู่ใน Echo Chamber ที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียวผ่านคอมพิวเตอร์อัลกอริธึม
ลองจินตนาการถึงเวลาเกิดวิกฤตการณ์ระดับชาติ เช่นน้ำท่วมใหญ่ แผ่นดินไหว ฯลฯ หากเราไม่มีสถาบันข่าวที่น่าเชื่อถือ
สังคมไทยจะ panic แค่ไหนเมื่อต้องพึ่งพาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตที่ใครพิมพ์ขึ้นมาก็ไม่รู้…
ผู้เชี่ยวชาญมองเห็นความสำคัญและย้ำว่าทีวีคือโครงข่ายความปลอดภัยทางข้อมูลข่าวสาร
สำหรับคนจำนวนมากที่อยู่ห่างไกล ทีวีฟรีๆ นี่แหละคือเพื่อนที่เข้าถึงง่ายที่สุด
ที่ผ่านมารัฐมีกฎ Must Carry ที่บังคับให้นำช่องทีวีไปออกอากาศให้ประชาชนเข้าถึงได้
แต่ในยุคนี้แค่นั้นอาจจะไม่พออีกต่อไป มันต้องยกระดับเป็น Must Find…
ทำอย่างไรให้เนื้อหาของทีวีไทยเป็นสิ่งที่คนต้องอยากค้นหา
แต่ปัญหาใหญ่ที่กำลังทำลายคนทำสื่อไทยคือความไม่สมดุลในการกำกับดูแล
ทุกวันนี้ทีวีดั้งเดิมของไทยถูกตีกรอบด้วยกฎหมายสารพัดอย่าง
ในขณะที่แพลตฟอร์มต่างชาติกลับสามารถทำอะไรก็ได้โดยแทบไม่มีใครไปแตะต้อง
นี่คือการต่อสู้บนสนามที่เอียงจนผู้ประกอบการไทยแทบไม่มีทางชนะ…
คนในวงการสื่อเปิดเผยความจริงที่เจ็บปวดว่าการล่มสลายอย่างช้าๆ มันคือภาพสถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเกิดขึ้นแล้ว
แม้บางรายการจะดูเหมือนเรตติ้งดี แต่พอดูงบการเงินจริงๆ เม็ดเงินโฆษณากลับหายไปอย่างน่าใจหาย
การประคองตัวให้รอดแบบเดือนต่อเดือนคือความจริงที่ผู้ประกอบการต้องเผชิญ
1
เสียงสะท้อนจากคนทำสื่อต่างเรียกร้องให้ภาครัฐเลิกยึดติดกับคำว่าทีวีดิจิทัลที่ผูกติดกับเสาก้างปลา
ควรมองภาพใหญ่เป็น National Television ที่เนื้อหาต้องไปอยู่บนทุกหน้าจอ…
หากเราปล่อยให้ทีวีค่อยๆ ล่มสลาย เม็ดเงินโฆษณาของแบรนด์ต่างๆ จะไหลออกนอกประเทศ
ท้ายที่สุดอำนาจการตัดสินใจและควบคุมสื่อในประเทศเราจะตกไปอยู่ในมือของบริษัทต่างชาติทั้งหมด
ความน่ากลัวขยับเข้ามาใกล้ตัวเรามากยิ่งขึ้นเมื่อโลกยุคนี้ไม่มีรายการเด็กที่คอยสอนวัฒนธรรมอีกแล้ว
เด็กๆ เลือกที่จะไปดูเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตที่ใครก็ไม่รู้สร้างขึ้นมาอย่างไร้การควบคุม
สิ่งที่น่ากังวลกว่านั้นคืออนาคตอันใกล้ที่เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมจะครอบคลุมทั่วโลก…
ถึงวันนั้นกติกาและใบอนุญาตที่ภาครัฐพยายามถกเถียงกันอยู่อาจกลายเป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย
การฝากอนาคตสื่อของชาติไว้กับแพลตฟอร์มต่างชาติคือความเสี่ยงขั้นสูงสุด
พวกเขาพร้อมที่จะลดการมองเห็นหรือแบนเพจข่าวของไทยเมื่อไหร่ก็ได้ตามอำเภอใจโดยไม่ต้องอธิบาย
แล้วทางออกของวิกฤตที่หนักหน่วงนี้คืออะไร
ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านเสนอตรงกันว่าภาครัฐต้องเร่งสร้างกติกาที่เท่าเทียมโดยด่วน…
ต้องกำกับดูแลแพลตฟอร์มต่างชาติให้อยู่ภายใต้กติกาเดียวกันกับสื่อไทย
ภาครัฐอาจต้องแบ่งงบประมาณมาลงโฆษณาในรายการน้ำดีโดยไม่ต้องไปสนใจเรตติ้งรวมของช่อง
การทำแบบนี้จะช่วยต่อลมหายใจให้ผู้ผลิตรายการคุณภาพมีทุนในการสร้างสรรค์งานต่อไป
วงการสื่อเองก็ต้องเลิกบ้าจี้กับยอดวิวแบบฉาบฉวยและหันมาวัดผลด้วยคุณภาพการรับชมอย่างแท้จริง
พร้อมทั้งเร่งผลักดันแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแห่งชาติให้เกิดขึ้นจริงเสียที…
นอกจากนี้กองทุนที่สนับสนุนสื่อควรเปลี่ยนมาทำ Content Sandbox
คือการสนับสนุนผู้ผลิตคอนเทนต์โดยตรงตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำแบบครบวงจร
เพื่อให้เกิดโมเดลรายการที่เป็นประโยชน์และมีคุณค่าต่อสังคมให้เกิดขึ้นจริงในระบบอุตสาหกรรม
วิกฤตของทีวีไทยในวันนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของธุรกิจที่กำลังขาดทุน
แต่มันคือบททดสอบครั้งสำคัญว่าเราจะสามารถรักษาสถาบันสื่อของคนในชาติเอาไว้ได้หรือไม่…
ผู้ผลิตสื่อเองก็ต้องปรับตัวทำเนื้อหาน้ำดีให้สนุกน่าติดตามและไม่ยัดเยียด
เพราะศิลปะในยุคนี้จำเป็นต้องพึ่งพารายได้ทางธุรกิจเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองให้อยู่รอด
1
ส่วนหน่วยงานกำกับดูแลก็จำเป็นต้องตื่นตัวเร่งทำแผน Roadmap ให้มีความชัดเจน
นำเทคโนโลยีอย่าง HbbTV ที่ผสมผสานการออกอากาศเข้ากับโลกออนไลน์มาปรับใช้
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อที่ทุกคนสามารถเชื่อถือได้อย่างแท้จริง…
หากทุกภาคส่วนยังคงนิ่งเฉยและปล่อยให้ความคลุมเครือทำหน้าที่ของมันต่อไป
ปลายทางของอุตสาหกรรมนี้ก็คงหนีไม่พ้นการล่มสลายอย่างช้าๆ
หน้าจอทีวีที่เราคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กจะค่อยๆ ดับลงทีละช่องอย่างเงียบๆ
โดยอาจจะไม่มีแม้กระทั่งงานเลี้ยงอำลาและกลายเป็นเพียงหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งของสังคมไทย…
References : [สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย tja .or .th]
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/the-final-scene-on-thai-tv/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
——————————————––
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
การลงทุน
เทคโนโลยี
ธุรกิจ
29 บันทึก
33
3
24
29
33
3
24
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย