10 มิ.ย. เวลา 14:57 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Ep.13 : Vaccine & Serum "คู่หูตัวตึงแฮกระบบธรรมชาติ"

สุดยอดคู่ซี้ของการแฮ็กความตายในสมรภูมิชีววิทยา
หากการเดินทางของยาน Voyager คือการเอาชนะข้อจำกัดของพลังงานในอวกาศ และการกลับลำเรือฟางของขงเบ้งคือการเอาชนะข้อจำกัดของทรัพยากรในสงคราม
มนุษยชาติก็เคยเผชิญหน้ากับสมรภูมิที่โหดเหี้ยมที่สุด ซึ่งไม่ได้รบกันด้วยปืนหรือระเบิด แต่วัดกันที่ระดับ "โมเลกุลและระบบภูมิคุ้มกัน"
นั่นคือสมรภูมิระหว่าง "ร่างกายของมนุษย์" กับ "เชื้อโรคและพิษงู" สถานการณ์ที่เราถูกธรรมชาติล็อกผลลัพธ์ไว้แล้วว่า "ต้องแพ้เท่านั้น"
สมรภูมิที่ไม่มีวันชนะ (The Biological Kobayashi Maru)
ในอดีต เมื่อมนุษยชาติถูกโจมตีด้วยโรคร้ายอย่าง ฝีดาษ (Smallpox), โปลิโอ, ล่าสุดกับโควิท 19 หรือถูกอสรพิษฝังเขี้ยวพิษ (Fangs) เข้าสู่กระแสเลือด กติกาทางชีววิทยาดั้งเดิมบีบให้เราต้องเล่นในเกมที่เสียเปรียบอย่างถึงที่สุด
วิกฤตคอขวดของเวลา (Time Overload)
เมื่อเชื้อโรคบุก ร่างกายต้องใช้เวลาในการ "ถอดรหัส" และ "ผลิตแอนติบอดีจากศูนย์" (Manufacturing from Scratch) ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ แต่เชื้อโรคหรือพิษงู (ที่มีสารประกอบเชิงซ้อนอย่าง Neurotoxin หรือ Hemolysin) ไม่ได้รอเวลา
มันวิ่งไปกดปิดวงจรระบบประสาทและทำลายเนื้อเยื่อจนร่างกายพังพินาศในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทางตันทางกายภาพของร่างกายมนุษย์มีขีดจำกัดในการรับโหลดทางชีวภาพต่ำมาก หากปริมาณพิษหรือเชื้อโรคเกินค่าวิกฤตที่ร่างกายจะทนไหว ระบบจะล่มสลายลงทันที (ตุยเย่)
นี่คือ No-Win Situation ของโลกจริงที่เราดื้อสู้ในกติกาเดิมไม่ได้ จนกระทั่งยอดวิศวกรทางการแพทย์กลุ่มหนึ่งตัดสินใจ "แฮ็กระบบ" ด้วยวิธีคิดที่ต่างกันสุดขั้ว
เกิดเป็นคู่หูตัวตึงที่ชื่อว่า Vaccine & Serum ใน Ep.13 นี้
1. Vaccine: การแฮ็กระบบจำลอง (The Simulation Hack)
ผู้ที่เปลี่ยนกติกาโลกคนแรกคือ เอ็ดเวิร์ด เจนเนอร์ (Edward Jenner) แพทย์ชาวอังกฤษในปี ค.ศ. 1796 เขาค้นพบวิธีสกัดกั้นโรคฝีดาษ โดยการนำเชื้อฝีดาษวัว (ซึ่งไม่รุนแรงในคน) มาฉีดให้มนุษย์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันก่อนที่โรคจริงจะมาถึง
หลักการคิด :
มันคือวิธีคิดเดียวกับการสร้าง "Simulator (ห้องจำลองการรบ)" หรือการเข้าไปแก้ซอฟต์แวร์ระบบจำลอง Kobayashi Maru ของกัปตันเคิร์กเป๊ะๆเลย
The Hack:
แทนที่จะปล่อยให้ร่างกายไปเจอข้อสอบจริงที่ไม่เคยเห็นจนสอบตก (ตุยเย่) มนุษย์ใช้วิธีเอาเชื้อโรคมาทำให้อ่อนแรง หรือตัดเอาแค่พิมพ์เขียวบางส่วน เช่น mRNA หรือโปรตีนส่วนเปลือก) ส่งเข้าไปในร่างกาย ร่างกายจะคิดว่านี่คือสงครามจริง จึงจัดตั้งกองทัพแอนติบอดีมารุมสกรัมชิ้นส่วนจำลองนั้นจนช่ำชอง พอวันหนึ่งที่เชื้อโรคตัวจริงบุกเข้ามา ร่างกายที่เคยผ่านการซ้อมรบมาแล้ว จะเปิดระบบล็อกผลชนะและบดขยี้ศัตรูได้ทันทีภายในไม่กี่ชั่วโมง
2. Serum : วิศวกรรมย้อนกลับเพื่อเก็บเกี่ยวทรัพยากร (The Bio-Harvesting Hack)
แต่ถ้าเราไม่ได้ฉีดวัคซีนล่วงหน้า แล้วจู่ๆ โดนงูพิษตัวเต็มวัยฝังเขี้ยวฉีดพิษเข้าใส่ล่ะ? ในวินาทีวิกฤตนั้น ร่างกายไม่มีเวลาเข้าห้อง Simulator อีกต่อไปแล้ว ระบบกำลังจะพังในไม่กี่นาที
ผู้ที่เข้ามาแก้สมการนี้คือ เอมิล วอน เบห์ริง (Emil von Behring) และ คิตาซาโตะ ชิบาซาบุโร (Kitasato Shibasaburo) ผู้ค้นพบวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก (Tetanus) และโรคคอตีบ (Diphtheria) ในปี ค.ศ. 1890
และถูกนำมาต่อยอดเป็นเซรุ่มแก้พิษงูโดย อัลเบิร์ต คาลเมตต์ (Albert Calmette) ในปี ค.ศ. 1895
หลักการคิด :
ในเมื่อระบบร่างกายของเราผลิตชิ้นส่วนแก้ไขไม่ทัน และมีขีดจำกัดทางกายภาพที่รับโหลดได้ต่ำ เราก็แค่ "ขอยืมกำลังการผลิตและขีดจำกัดจากระบบที่ใหญ่กว่า" ซึ่งเป็นปรัชญาเดียวกับขงเบ้งยืมธนูโจโฉ และยาน Voyager ทำหนังสติ๊กอวกาศโหนแรงดาวพฤหัสเป๊ะๆ
The Hack :
มนุษย์ฉีดพิษงูปริมาณน้อยๆ เข้าไปในสัตว์ใหญ่ที่มีมวลและระบบกายภาพที่อึดกว่าเรามาก เช่น "ม้า" หรือ "แกะ" ร่างกายของม้าจะทำหน้าที่เป็นโรงงานผลิตแอนติบอดีแก้พิษให้เราอย่างมหาศาล มนุษย์เรามีหน้าที่แค่ไป "เก็บเกี่ยว" (Harvest) พลาสมาเลือดของม้ามาสกัดเป็น "เซรุ่ม" (Serum) ที่เต็มไปด้วยแอนติบอดีต้านพิษงูแบบพร้อมใช้งาน
เมื่อคนไข้โดนงูกัด เราก็แค่ฉีดเซรุ่มนี้เข้าไป แอนติบอดีสำเร็จรูปจากม้าจะพุ่งเข้าบล็อกและสะกัดกั้นพิษงูทันที โดยที่ร่างกายของคนไข้ไม่ต้องเหนื่อยสร้างเองเลย
ตารางเปรียบเทียบคู่หูตัวตึง Vaccine & Serum
Chief Engineer's Log: จงหาพิมพ์เขียวแห่งชัยชนะให้เจอ
ไม่ว่าตัวแปรที่กำลังจะเข้ามาบดขยี้ระบบของคุณจะเป็นไวรัสขนาดไม่กี่นาโนเมตร หรือพิษร้ายจากเขี้ยวงู บทเรียนจาก Vaccine และ Serum ได้สอนให้เราเห็นว่า "ขีดจำกัดของระบบหนึ่ง สามารถชดเชยได้ด้วยอีกระบบหนึ่งเสมอ"
ถ้าเวลาของคุณมีจำกัด (Constraint) จงเปลี่ยนสถานการณ์ให้กลายเป็นระบบจำลอง (Simulation) เพื่อเตรียมพร้อมล่วงหน้า
แต่หากวิกฤตพุ่งชนตรงหน้าจนตั้งตัวไม่ทัน จงเลิกดื้อดึงที่จะแก้ปัญหาจากศูนย์ด้วยตัวเอง แต่จงซูมเอาต์ออกมามองภาพกว้าง แล้วมองหา "ระบบที่ใหญ่กว่า" เพื่อขอยืมกำลังมาช่วยซับแรงกระแทกและเก็บเกี่ยวพิมพ์เขียวแห่งชัยชนะมาใช้แฮ็กวิกฤตตรงหน้าให้ทันท่วงที
โฆษณา