11 มิ.ย. เวลา 02:10 • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Ep.13 | Chief Engineer's Log : พอกันทีกับการวิ่งไล่ตาม

คุณเคยเหนื่อยกับการวิ่งไล่ตามความรักที่ไม่มีทางสมหวังไหม ?
วงการแพทย์ที่ต้องคอยผลิตวัคซีนใหม่ๆไล่ตามไวรัสให้ทันก็ให้ความรู้สึกเดียวกันเป๊ะ
อ้างอิงข้อมูลจากเพจ SCIWAYS (อีกแล้ว 😅)
แต่เพจเค้าดีจริงๆนะ ผมอ่านบทความเพจพี่เค้าทุกวันเลย
ใครยังไม่ได้กดติดตาม ไปตามด่วนๆ ความรู้วิทย์แน่นๆเข้มๆเลยครับ
ตลอดประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แม้มนุษย์จะแฮ็กความตายด้วยการสร้าง "วัคซีน" (ระบบจำลองการซ้อมรบ)
และ "เซรุ่ม" (การเก็บเกี่ยวทรัพยากรฉุกเฉิน) ได้สำเร็จ แต่มันก็ยังคงมี "บั๊ค" (Bug) ตัวใหญ่ซ่อนอยู่ในกติกาของธรรมชาตินี้
นั่นคือสิ่งที่วิศวกรซอฟต์แวร์เรียกว่า "การอัปเดตแพตช์" (Patch Update) หรือที่ในทางชีววิทยาเรียกว่า "การกลายพันธุ์" (Mutation)
ไวรัสอย่างโคโรนา เช่น โควิท-19 เป็นศัตรูที่ฉลาดล้ำลึก เมื่อมันรู้ตัวว่าระบบจำลองของเราจับทางมันได้ มันจะทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างโปรตีนภายนอก (เปลี่ยนหน้าตา) ทันที
ส่งผลให้แอนติบอดีหรือวัคซีนเวอร์ชันเดิมของเราตกรุ่น กลายเป็นว่ามนุษยชาติต้องตกอยู่ในเกม "วิ่งไล่จับ" ที่เหนื่อยหอบ และมองไม่เห็นเส้นชัย
เราต้องคอยอัปเดตวัคซีนตามหลังไวรัสอยู่ก้าวหนึ่งเสมอ ซึ่งเป็นกติกาที่ล๊อคผลไว้ให้มุนษย์เราตกเป็น "ฝ่ายตั้งรับ" ตลอดกาล
แต่มนุษยชาติไม่เคยยอมจำนนต่อสถานการณ์ Kobayashi Maru อยู่แล้วครับ และการค้นพบครั้งล่าสุดของทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge)
นำโดย ศาสตราจารย์ โจนาธาน ฮีนีย์ (Prof. Jonathan Heeney) คือการโชว์The Ultimate Hack ที่ฉีกกติกาการวิ่งไล่จับนี้ทิ้งอย่างสิ้นเชิง
พวกเขาเปลี่ยนเกมจากการ "วิ่งตาม" มาเป็นการ "ดักหน้า" ด้วยการใช้สุดยอดนักสังเคราะห์ข้อมูลแห่งยุคอย่าง ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
1. หา Silent Constraint ของศัตรูให้เจอ
แทนที่จะให้ AI ไปนั่งวิเคราะห์ว่าไวรัสจะเปลี่ยนหน้าตาไปเป็นแบบไหน (ซึ่งมีความเป็นไปได้ไม่รู้จบ) ทีมวิจัยกลับสั่งให้ AI ถอยออกมามองมุมกว้างของระบบ แล้วมองหา "ข้อจำกัดที่ซ่อนอยู่" (Silent Constraint) ของตัวไวรัสเอง
AI ทำการสแกนตระกูลซาร์บีโคไวรัส (Sarbecovirus) ทั้งหมด แล้วค้นพบแกนหลักของโครงสร้างที่ไวรัสห้ามเปลี่ยนแปลงเด็ดขาด เพราะถ้ากลไกตรงนี้เปลี่ยน ไวรัสจะสูญเสียความสามารถและตายไปเอง เมื่อเจอจุดบอดนี้ AI จึงทำการออกแบบ "ซูเปอร์แอนติเจน" (Super-antigen) เข้าไปล็อกเป้าโจมตีที่จุดตายนี้โดยตรง
ผลลัพธ์คือ ไม่ว่าเปลือกนอกของไวรัสจะกลายพันธุ์ไปอีกกี่ร้อยกี่พันเวอร์ชัน หรือแม้กระทั่งไวรัสจากค้างคาวที่ยังไม่เคยข้ามสายพันธุ์มาสู่คน วัคซีนตัวนี้ก็ดักทางไว้หมดแล้ว! นี่คือการพุ่งเป้าไปที่การตีฟันเฟืองตัวหลักให้แตก แทนที่จะไปมัววิ่งไล่ตีฟันเฟืองย่อยทีละตัว
2. ทะลวงคอขวดทางวิศวกรรมแบบ End-to-End
ความน่าทึ่งยังไม่จบแค่นั้น ในมุมมองของการออกแบบเชิงกลและโลจิสติกส์ วัคซีน pEVAC-PS ตัวนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อแฮ็กข้อจำกัดทางกายภาพ (Physical Constraints) อย่างหมดจด
Supply Chain Hack
เปลี่ยนจากวัคซีน mRNA ที่เปราะบางและต้องพึ่งพาตู้แช่เย็นจัด (Cold Chain) มาเป็น วัคซีนชนิดดีเอ็นเอ (DNA Vaccine) ที่มีความเสถียร ทนทานต่ออุณหภูมิปกติ ปลดล็อกคอขวดด้านการขนส่งให้สามารถส่งไปได้ทุกซอกทุกมุมของโลก
UX/Physical Hack
เปลี่ยนวิธีการนำส่งจากการใช้ "เข็มฉีดยา" ที่เจ็บปวดและสร้างความกลัวทางจิตวิทยา มาใช้ "หัวฉีดของเหลวแรงดันสูง" (Micro fluid jet) ดันวัคซีนทะลุผิวหนังไปแบบไร้เข็ม (Needle-free) ทำลายกำแพงความกลัวของผู้ใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เมื่อเรานำวิทยาการข้อมูลขั้นสุดยอด (AI) มาผสมผสานกับวิศวกรรมการออกแบบทางชีววิทยา (Bio-Engineering)
เราจึงไม่ได้เป็นเพียงผู้เล่นที่คอยวิ่งตามกติกาของธรรมชาติอีกต่อไป
แต่เรากำลังสวมบทบาทเป็น "ผู้เขียนกติกาใหม่" ที่ล็อกผลลัพธ์แห่งชัยชนะไว้ล่วงหน้าอย่างแท้จริง
โฆษณา