11 มิ.ย. เวลา 04:40 • หุ้น & เศรษฐกิจ

มีหุ้นตัวนึงที่ลูกค้าของเขาเกือบทุกคน เดินเข้าประตูมาด้วยรถเข็นครับ

เพื่อน ๆ ลองนึกภาพคุณตาคนนึงตามผมนะครับ แกเพิ่งผ่านอาการเส้นเลือดในสมองแตก หมอช่วยชีวิตไว้ทัน รอดมาได้ แต่ตื่นมาอีกที ซีกตัวขยับไม่ได้ พูดไม่ชัด ช้อนยังตักข้าวเองไม่ได้เลย
คำถามคือหลังจากโรงพยาบาลใหญ่ช่วยให้แกรอดแล้ว ใครล่ะครับที่จะพาแกกลับมาเดินได้ กลับมาพูดได้ กลับมาใช้ชีวิตเองได้อีกครั้ง
หุ้นที่ผมจะเล่าวันนี้ เขาทำธุรกิจนี้แหละครับ เขาคือ Encompass Health หรือในตลาดหุ้นเรียกสั้น ๆ ว่า $EHC ครับ
ผมอยากให้เพื่อน ๆ เห็นภาพความต่างตรงนี้ก่อนครับ โรงพยาบาลทั่วไปที่เราคุ้นกัน หน้าที่เขาคือ "ต่อชีวิต" คือทำให้คนไข้รอดจากวิกฤต แต่ Encompass เขาทำอีกหน้าที่ที่มาทีหลัง คือ "คืนคุณภาพชีวิต" ครับ
เขาคือเครือโรงพยาบาลเวชศาสตร์ฟื้นฟู พูดง่าย ๆ คือที่ที่คนเพิ่งผ่านสโตรก ผ่านผ่าตัดใหญ่ หรือบาดเจ็บไขสันหลังมา จะถูกส่งต่อมาฝึกเดิน ฝึกพูด ฝึกหยิบจับ กว่าจะกลับไปใช้ชีวิตเองได้ และเขาไม่ได้ทำเล่น ๆ ครับ เขาเป็นเบอร์ 1 เครือใหญ่ที่สุดในอเมริกา มีโรงพยาบาลในมือถึง 173 แห่ง กระจายอยู่ 39 รัฐ
🏥 ทีนี้พอมาดูตัวเลขของเขา ผมว่ามันเข้ากับภาพคุณตาคนนั้นพอดีเลยครับ
เพราะคนแก่ในอเมริกากำลังมีมากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ ครับ ผู้บริหารเขาพูดเองเลยว่า รุ่นเบบี้บูมเมอร์คนแรก ๆ เพิ่งอายุครบ 80 ปีไปเมื่อมกราคมต้นปีนี้เอง แล้วก็จะมีคนทยอยแก่ตามมาอีกเป็นสิบ ๆ ปี
แล้วคนแก่ขึ้นมันหมายถึงอะไรครับ มันหมายถึงคนที่เสี่ยงสโตรกมากขึ้น เสี่ยงล้มกระดูกหักมากขึ้น เสี่ยงต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าข้อสะโพกมากขึ้น พอคนกลุ่มนี้เยอะขึ้น คนที่ต้องมาฝึกเดินใหม่ที่โรงพยาบาลแบบเขาก็เยอะขึ้นตามไปเอง นี่คือลมส่งหลังที่มาแน่ มาเรื่อย ๆ ไม่ใช่กระแสที่เดี๋ยวก็หายไปครับ
แล้วของจริงในงบเขาก็สวยรับเทรนด์นี้พอดีครับ ปีที่ผ่านมารายได้เขาอยู่ที่ราว 5.94 พันล้านดอลลาร์ โตขึ้นราว 10.5% กำไรสุทธิทำได้ราว 759 ล้านดอลลาร์ และที่ผมชอบที่สุดคือ กำไรที่โตขึ้นเนี่ย มันโตเพราะเขาทำธุรกิจได้กำไรหนาขึ้นจริง ไม่ใช่เล่นแร่แปรธาตุทางบัญชี
ตรงนี้ขอแปลเป็นภาษาคนนิดนึงครับ คำว่า margin ที่หนาขึ้น แปลว่าขายของได้ร้อยบาทเท่าเดิม แต่เหลือเป็นกำไรในกระเป๋ามากขึ้น ไม่ใช่แค่เร่งยอดให้ดูโต ปีที่แล้วเขายังลงทุนเพิ่มเตียงใหม่อีกราว 517 เตียงเพื่อรับคนไข้ที่จะมามากขึ้นด้วย แถมหนี้เขาก็น้อยมากเมื่อเทียบกับธุรกิจโรงพยาบาลด้วยกัน ฟังดูเป็นคุณตาที่สุขภาพแข็งแรงดีใช่ไหมครับ
⚠️ แต่เดี๋ยวก่อนครับ ก่อนเพื่อน ๆ จะหลงรักเขา ผมอยากให้ลองถามคำถามนึงก่อน คือเงินที่ไหลเข้ากระเป๋าเขาทุกวันนี้ มันมาจากใครกันแน่
คำตอบคือ รายได้ของเขาราว 2 ใน 3 หรือราว 65.5% มาจากสิ่งที่เรียกว่า Medicare ครับ
Medicare คืออะไร ขออธิบายง่าย ๆ ครับ มันคือระบบประกันสุขภาพของรัฐบาลสหรัฐที่ดูแลคนแก่ตั้งแต่อายุ 65 ปีขึ้นไป พูดง่าย ๆ คือคุณตาคนนั้นไม่ได้ควักเงินจ่ายเองหรอกครับ รัฐบาลเป็นคนจ่ายค่ารักษาให้เขาแทน
ทีนี้เหรียญมันมีสองด้านครับ ด้านดีคือรายได้เขามั่นคงสุด ๆ เพราะรัฐจ่ายแน่ ไม่มีเบี้ยวเหมือนลูกค้าทั่วไป มีคนไข้เข้ามาก็มีเงินเข้าแน่นอน
แต่ด้านที่ผมเป็นห่วงคือ พอรายได้ตั้ง 2 ใน 3 ฝากชะตาไว้กับรัฐบาลคนเดียว วันไหนที่รัฐบอกว่า ปีนี้ขอลดงบหน่อย ขอจ่ายค่ารักษาให้น้อยลงหน่อย เขาแทบทำอะไรไม่ได้เลยครับ ต้องก้มหน้ารับ เพราะลูกค้ารายใหญ่สุดของเขาคือคนเดียวกับคนที่ออกกฎ แล้วบังเอิญปีนี้เป็นปีที่รัฐมีการออกกฎเกณฑ์ด้านนี้กันเยอะเป็นพิเศษด้วย มันเลยเป็นความเสี่ยงที่ลอยอยู่เหนือหัวเขาตลอดเวลา
💡 พอเห็นทั้งสองด้านแล้ว ผมเลยส่งให้ทีมช่วยคิดสองคนประจำเพจช่วยตัดสินครับ คนแรกชื่อ Vena หน้าที่ดูตัวเลข อีกคนชื่อ Veto หน้าที่คอยมองต่างมุมจับจุดอ่อน แล้วผมเอาความเห็นสองคนมาเรียบเรียงเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังเอง
Vena ให้ 6.4 ครับ เธอชอบที่กำไรเขาโตจากเนื้อธุรกิจจริง margin ขยายเอง ไม่ได้พึ่งลูกเล่นทางบัญชี แล้วเขายังเกาะเทรนด์สังคมสูงอายุที่มาแน่นอน เป็นเบอร์ 1 ของตลาด งบดุลก็แข็งหนี้น้อย ความต้องการใช้บริการเขาโตสม่ำเสมอ เธอเลยมองว่าเป็นธุรกิจดีที่นอนหลับได้สบายกว่าหุ้นเก็งทั่วไป
ส่วน Veto ให้ต่ำกว่าที่ 6.0 ครับ เขาไม่ได้เถียงว่าธุรกิจไม่ดีนะครับ แต่เขาติงสองเรื่อง เรื่องแรกคือราคา ตอนนี้หุ้นเขาเทรดที่ P/E ราว 17 ถึง 18 เท่า (P/E คือราคาหุ้นเทียบกับกำไร ยิ่งสูงยิ่งแพง) ซึ่งไม่ได้ถือว่าถูก แปลว่าของดีอันนี้ตลาดเขารู้กันหมดแล้ว เราไม่ได้ของถูกซ่อนราคา เรื่องที่สองคือเรื่อง Medicare ที่ผมเล่าไป เขาย้ำว่าการฝากรายได้ 2 ใน 3 ไว้กับนโยบายรัฐที่เราเดาใจไม่ได้ มันคือความเสี่ยงแบบผ่านหรือพังที่อยู่นอกการควบคุมของบริษัทเองล้วน ๆ ยิ่งปีนี้กฎรัฐออกเยอะ ยิ่งต้องระวัง
สุดท้ายผมเฉลี่ยกลางออกมาที่ราว 6.2 เต็ม 10 ครับ สรุปสั้น ๆ คือ ตัวธุรกิจเขาดีจริง เกาะเทรนด์ที่มาแน่จริง งบแข็งจริง แต่ราคาวันนี้ไม่ได้ถูก แล้วก็ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องพึ่งเงินรัฐให้ได้ก่อน
แล้วสรุปคุณตาตัวนี้เหมาะกับใครครับ เขาเหมาะกับเพื่อน ๆ ที่มองยาว เชื่อในเทรนด์สังคมสูงอายุ และโอเคกับการถือของดีในราคาที่ไม่ได้ลดแลกแจกแถม ขอแค่ได้ธุรกิจแข็งแรงเกาะเมกะเทรนด์ก็พอ แต่ถ้าใครเป็นสายชอบของถูกมีส่วนเผื่อเยอะ ๆ หรือกังวลเรื่องนโยบายรัฐที่เดายาก อันนี้อาจต้องรอจังหวะหรือชั่งใจดูดี ๆ ก่อนครับ
พวกเรานักลงทุนรายย่อยเนี่ย พอเจอธุรกิจที่เรื่องดูดีไปหมด เกาะเทรนด์ใหญ่ ใจมันชอบมองข้ามราคากับความเสี่ยงเงียบ ๆ ไปก่อนเสมอ หุ้นตัวนี้แหละครับคือบททดสอบว่าเราจะรักของดีแบบลืมดูป้ายราคาหรือเปล่า
เอาเป็นว่าผมอยากชวนเพื่อน ๆ เติมประโยคนี้ให้ผมหน่อยครับ ถ้าให้ผมถือ EHC ผมขอถือในฐานะหุ้น ___ เพื่อน ๆ มองเขาเป็นหุ้นเมกะเทรนด์สูงอายุที่ต้องมีติดพอร์ต หุ้นดีแต่ขอรอราคาถูกกว่านี้ หรือหุ้นที่ขอผ่านเพราะพึ่งเงินรัฐเยอะไป เติมคำเดียวก็ได้ครับ พิมพ์มาในเม้นต์ได้เลย ผมอ่านทุกเม้นต์และตอบทุกคนแน่นอนครับ
ปิดท้ายขอย้ำเหมือนเดิมนะครับ ทุกอย่างที่ผมเล่าวันนี้เป็นแค่มุมมองเชิงวิเคราะห์ ไม่ใช่คำแนะนำให้ซื้อหรือขายนะครับ แล้วตัวเลขทั้งหมดเป็นข้อมูล ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2026 ก่อนตัดสินใจอย่าลืมเช็กล่าสุดอีกทีนะครับ ถ้าชอบแนวเล่าหุ้นแบบนี้ฝากกดติดตามเพจวันละหุ้นไว้ด้วยนะครับ 🙏
โฆษณา