วันนี้ เวลา 00:36 • ไลฟ์สไตล์

แบบทดสอบจิตวิทยาเชื่อได้แค่ไหน? เมื่อทุกคนพร้อมเป็น INFJ หลังทำควิซ 3 นาที

🤔 เคยเป็นไหม แค่ไถฟีดเล่นๆ ก็เจอโพสต์ประมาณว่า
“เลือกสัตว์ 1 ตัว แล้วจะรู้ว่าคนรอบตัวมองคุณยังไง”
หรือไม่ก็ “ภาพนี้เห็นอะไรเป็นอย่างแรก? คำตอบจะบอกตัวตนที่ซ่อนอยู่” และนี่เล่นประจำ เลยอยากรู้ว่ามันได้ผลจริงไหม เรามาหาคำตอบไปด้วยกัน
🔮 จริงๆ แล้วเรื่องแบบนี้ไม่ใช่ของใหม่เลย
ก่อนยุคโซเชียล คนก็ชอบดูดวง ดูลายมือ ดูโหงวเฮ้ง หรือทายนิสัยจากวันเกิดกันอยู่แล้วเพราะมนุษย์มีความอยากรู้อยากเห็นอย่างหนึ่งเหมือนกันทุกยุค
ดูลายมือตามความเชื่อของแต่ละบุคคล
นั่นคือ “ฉันเป็นคนแบบไหน” และ “คนอื่นมองฉันยังไง”
ต่างกันแค่ วันนี้คำถามเดิมๆ แต่มันถูกแปลงร่างให้กลายเป็นสินค้าทางการตลาดเพื่ยอดคลิกและยอดเอนเกจ
🦊 ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือแบบทดสอบเลือกสัตว์
ถ้ามีสุนัข แมว และสิงโตอยู่ตรงหน้า จะเลือกตัวไหน?
หรือภาพลวงตาที่บางคนเห็นหน้าคน แต่บางคนเห็นต้นไม้
พอเฉลยออกมา หลายคนก็ร้อง
“เฮ้ย ตรง!”
“แม่นมาก!”
“เหมือนรู้จักฉันเลย!”
แล้วก็แชร์ต่อทันที
📱 ปัญหาคือบางครั้งเราเผลอลืมไปว่า แบบทดสอบจำนวนมากบนโซเชียลไม่ได้ถูกสร้างโดยนักจิตวิทยา
บางอันถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง อย่างที่บอกมันคือกลยุทธ์ทางการตลาดบางอันถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง
บางอันทำขึ้นเพื่อเรียก Engagement
บางอันถูกคัดลอกต่อกันมาหลายปีจนหาต้นทางไม่เจอแล้ว
แต่พอมีคำว่า “จิตวิทยา” ติดอยู่หน้าชื่อ หลายคนก็พร้อมจะเชื่อมากขึ้นโดยอัตโนมัติ
🧠 ในวงการจิตวิทยามีคำหนึ่งที่น่าสนใจชื่อว่า Barnum Effect อธิบายง่ายๆ คือ มนุษย์มักรู้สึกว่าคำอธิบายกว้างๆ นั้นตรงกับตัวเองอย่างน่าประหลาด
เช่น
“คุณเป็นคนใจดี แต่บางครั้งก็อยากอยู่คนเดียว”
“คุณดูเข้มแข็ง แต่ลึกๆ ก็อ่อนไหว”
ฟังดูเหมือนเฉพาะเจาะจงมาก
แต่ถ้าคิดดีๆ มันอาจตรงกับคนจำนวนมากก็ได้
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมทั้งคำทำนาย ดูดวง และแบบทดสอบบางประเภท ถึงให้ความรู้สึกว่าแม่นเหลือเกิน
⚠️ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การเล่นสนุก แต่อยู่ที่การเอาผลลัพธ์ไปใช้ตัดสินตัวเองหรือคนอื่น เช่น
“ฉันเป็นคนแบบนี้ เปลี่ยนไม่ได้หรอก”
“คนประเภทนี้คบไม่ได้”
“เราทำงานด้วยกันไม่ได้ เพราะ MBTI ไม่ตรงกัน”
ทั้งที่ความจริงแล้ว บุคลิกภาพของคนซับซ้อนกว่าตัวอักษร 4 ตัว หรือคำตอบจากภาพเพียงภาพเดียวมาก
📊 แล้วแบบทดสอบจิตวิทยาเชื่อได้แค่ไหน?
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับว่าเป็นแบบทดสอบประเภทไหน
ควิซไวรัลตามโซเชียลจำนวนมากแทบไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ และควรมองเป็น Entertainment มากกว่า Assessment
ในขณะที่เครื่องมือบางประเภท เช่น Big Five Personality Test หรือแบบประเมินสุขภาพจิตที่ใช้ในวงการแพทย์ จะผ่านการทดสอบด้านความน่าเชื่อถือและการวิจัยมามากกว่า พูดง่ายๆ คือ แบบทดสอบทุกอันไม่เท่ากัน
BIG FIVE : PERSONAL TRAITS
💡 ถ้าอยากลองทำแบบทดสอบที่มีพื้นฐานทางวิชาการมากขึ้น อาจเริ่มจาก
• 16Personalities (MBTI)
• PHQ-9 แบบคัดกรองภาวะซึมเศร้า
• Big Five Personality Test หรือ OCEAN Model ซึ่งอันนร้จะแม่นกว่า MBTI ด้วยซ้ำ
เพราะอย่างน้อยเครื่องมือเหล่านี้ก็ถูกพัฒนาจากแนวคิดทางจิตวิทยาที่มีการศึกษาและวิจัยรองรับมากกว่าควิซ “เลือกสีที่ชอบแล้วรู้อนาคตความรัก” ที่โผล่มาในฟีดทุกสัปดาห์ 😆
☕ สุดท้ายแล้ว แบบทดสอบจิตวิทยาอาจไม่ใช่เครื่องมือที่เอาไว้บอกว่าเราเป็นใครแบบ 100% แต่มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีให้เราได้หันกลับมาสังเกตตัวเองเพราะบางทีสิ่งที่น่าสนใจที่สุด อาจไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ปรากฏบนหน้าจอ
แต่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เรากดเข้าไปทำแบบทดสอบนั้นตั้งแต่แรกต่างหาก Click Bait!
𝗣𝘂𝗹𝗹 𝘂𝗽 𝗮 𝗰𝗵𝗮𝗶𝗿 𝗮𝗻𝗱 𝘀𝗽𝗶𝗹𝗹 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗲𝗮 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝗺𝗲。
𝐓𝐡𝐞 𝐂𝐮𝐫𝐢𝐨𝐮𝐬 𝐓𝐚𝐛𝐥𝐞.
โฆษณา