16 มิ.ย. เวลา 04:00 • สิ่งแวดล้อม

‘ยุโรป’ รื้อเขื่อนทุบสถิติ เชื่อมแม่น้ำกว่า 3,700 กม. เปิดทางให้ปลาอพยพ น้ำไหลได้อิสระ ฟื้นฟูระบบนิเวศ คืนชีวิตให้แหล่งน้ำ

ในปี 2025 “ยุโรป” รื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำ ได้แก่ เขื่อน ฝาย ท่อระบายน้ำ และประตูระบายน้ำ รวมทั้งสิ้น 602 แห่งใน 21 ประเทศ ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 11% และสะท้อนให้เห็นว่าการฟื้นฟูแม่น้ำเพื่อช่วยให้สัตว์ป่าเจริญเติบโต กำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในทวีปแห่งนี้
ตามรายงานขององค์กรการรื้อเขื่อนในยุโรป ระบุว่า กว่า 75% ของสิ่งกีดขวางที่ถูกรื้อถอนไปมีความสูงไม่เกิน 2 เมตร ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป การรื้อถอนจึงทำได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ทางนิเวศวิทยาที่จะได้รับ
สวีเดนเป็นประเทศที่มีการรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำมากที่สุดถึง 173 แห่ง ตามมาด้วยฟินแลนด์ 143 แห่ง และสเปน 109 แห่ง ความพยายามร่วมกันนี้ส่งผลให้แม่น้ำความยาวกว่า 3,740 กิโลเมตรในยุโรปสามารถเชื่อมต่อกันได้อีกครั้งในปีเดียว
ขณะเดียวกัน ประเทศที่ไม่เคยรื้อถอนเขื่อนมาก่อนอย่างไอซ์แลนด์ ก็เริ่มตระหนักถึงความสำคัญของการคืนธรรมชาติให้สายน้ำ โดยในปี 2025 ได้รื้อถอนเขื่อนเป็นครั้งแรกบนแม่น้ำเมลซา เพื่อเปิดทางให้ปลาสามารถอพยพได้อีกครั้งหลังจากเขื่อนทรุดโทรมจนใช้งานไม่ได้มานาน
1
ในปี 2024 สหภาพยุโรปบังคับใช้กฎระเบียบการฟื้นฟูธรรมชาติ ซึ่งกำหนดเป้าหมายที่มีผลผูกพันให้ประเทศสมาชิกต้องฟื้นฟูแม่น้ำให้ไหลอย่างอิสระรวม 25,000 กิโลเมตรภายในปี 2030 ซึ่งสร้างแรงผลักดันให้ประเทศสมาชิกเร่งรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำ
ผลกระทบจากการปิดกั้นแม่น้ำรุนแรง โดยพบว่า ตั้งแต่ปี 1970 เป็นต้นมา ประชากรปลาอพยพในน้ำจืดของยุโรปลดลงถึง 75% เขื่อนและสิ่งกีดขวางขัดขวางไม่ให้ปลาเดินทางไปสู่แหล่งวางไข่ได้ และเปลี่ยนสภาพน้ำที่เคยไหลเวียนให้กลายเป็นแอ่งน้ำนิ่งที่อุณหภูมิสูงขึ้นและเสี่ยงต่อการเน่าเสีย
นอกจากนี้ เขื่อนยังทำให้ยุโรปสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำไปกว่า 80% ในช่วงสหัสวรรษที่ผ่านมา ทั้งที่พื้นที่เหล่านี้ทำหน้าที่เหมือน “ฟองน้ำธรรมชาติ” ช่วยซับน้ำในช่วงน้ำท่วมและค่อยๆ ปล่อยน้ำออกมาในช่วงภัยแล้ง ซึ่งทำให้ระบบนิเวศเปราะบางต่อวิกฤตภูมิอากาศสุดขั้วมากขึ้น
แต่เมื่อมีการรื้อสิ่งกีดขวางออก ทุกอย่างก็เริ่มกลับมา เห็นได้จากความสำเร็จจากการรื้อถอนเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ 3 แห่งบนแม่น้ำฮิโตลันโยกิ ในฟินแลนด์ ระหว่างปี 2021-2023 ส่งผลให้ปลาแซลมอนที่ใกล้สูญพันธุ์สามารถกลับคืนสู่แหล่งวางไข่ได้ทันที
อ่านต่อ:
โฆษณา