Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Healthntier
•
ติดตาม
13 มิ.ย. เวลา 00:00 • สุขภาพ
ปวดหัวบ่อยจนชิน: สัญญาณที่ร่างกายกำลังบอกอะไรบางอย่าง
มีคนจำนวนมากที่เริ่มมองว่าการปวดหัวทุกสองสามวันเป็นเรื่องปกติของชีวิต บางคนชินกับมันมานานหลายปีจนลืมไปแล้วว่าเคยมีวันที่ไม่ปวดหัว บางคนกินยาแก้ปวดเหมือนกินขนม โดยไม่รู้ว่าตัวเองกำลังวนอยู่ในวงจรที่ทำให้อาการแย่ลงเรื่อยๆ
แต่ความจริงคือ ปวดหัวบ่อยไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนอยู่กับมัน และมันไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอหรือเครียดง่าย ในหลายกรณี สาเหตุที่แท้จริงอยู่ใกล้กว่าที่คิด และแก้ได้ง่ายกว่าที่คาดไว้มาก
ปวดหัวบ่อยแค่ไหนถึงเรียกว่า "เรื้อรัง"
ในทางการแพทย์ Chronic Daily Headache (CDH) หมายถึงการปวดหัวที่เกิดขึ้นมากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันอย่างน้อย 3 เดือน พบได้ในประชากรประมาณ 3–5% ทั่วโลก และส่งผลต่อการทำงาน การนอน และความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ ปวดหัวเรื้อรังไม่ใช่โรคเดียว แต่เป็นกลุ่มอาการที่เกิดได้จากหลายสาเหตุ การรักษาจึงต้องหาต้นเหตุให้ถูกต้องก่อน ไม่ใช่แค่กดอาการด้วยยาไปเรื่อยๆ
สาเหตุที่หลายคนมองข้าม
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดและน่าแปลกใจที่สุดคือ Medication Overuse Headache หรืออาการปวดหัวจากการใช้ยาแก้ปวดมากเกินไป ถ้ากินยาแก้ปวดเกิน 10–15 วันต่อเดือน สมองจะปรับตัวจนทนต่อยาน้อยลง และกลับมาปวดหัวเองได้บ่อยขึ้น สัญญาณที่ชัดคือรู้สึกดีขึ้นทันทีหลังกินยา แต่พอหมดฤทธิ์ก็ปวดกลับมาใหม่ วนเป็นวัฏจักร
นอกจากนั้นยังมีสาเหตุอื่นที่มักถูกมองข้าม เช่น ความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะที่ระดับสูงเกิน 180/120 mmHg ซึ่งทำให้ปวดหัวท้ายทอยโดยเฉพาะตอนเช้า, ปัญหาสายตาและ Digital Eye Strain จากการเพ่งหน้าจอนานโดยไม่พักตา, กล้ามเนื้อคอและไหล่ตึงจากท่านั่งผิด ซึ่งนำไปสู่ Tension-Type Headache, ภาวะ Sleep Apnea ที่ทำให้ออกซิเจนต่ำขณะนอนและตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหัวทุกเช้า และในผู้หญิง ฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ผันผวนก่อนมีประจำเดือนหรือในช่วงวัยทองก็เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ
อาการที่ต้องรีบไปโรงพยาบาลทันที
ปวดหัวส่วนใหญ่ไม่ได้อันตราย แต่มีสัญญาณบางอย่างที่ไม่ควรรอดูอาการเด็ดขาด ได้แก่ ปวดรุนแรงมากที่สุดในชีวิตและเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที, ปวดพร้อมกับมีไข้สูงและคอแข็ง, ตามัวหรือเห็นภาพซ้อนร่วมกับปวดหัว, แขนขาหรือใบหน้าชาและอ่อนแรง รวมถึงพูดไม่ออก, ปวดหัวหลังได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ และปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ดีขึ้นเลย อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของภาวะฉุกเฉินทางสมอง ควรโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที
เมื่อไหรต้องทำ MRI หรือ CT Scan
ไม่ใช่ทุกคนที่ปวดหัวบ่อยจำเป็นต้องสแกนสมอง แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายก่อนเสมอ และพิจารณาทำ CT Scan หรือ MRI เมื่อมีสัญญาณเตือน เช่น อาการเปลี่ยนรูปแบบจากเดิม ไม่ตอบสนองต่อยา มีอาการทางระบบประสาทร่วมด้วย หรือในผู้สูงอายุที่เพิ่งเริ่มปวดหัวโดยไม่มีประวัติมาก่อน สำหรับคนที่ไม่มีสัญญาณเตือน การตรวจเลือดและตรวจสายตามักเพียงพอในการหาต้นเหตุ
ดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร
สิ่งที่ทำได้ทันทีคือจดบันทึกปวดหัว ระบุวันที่ ความรุนแรง สิ่งกระตุ้น และยาที่กิน เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น ลดการกินยาแก้ปวดให้เหลือไม่เกิน 10 วันต่อเดือน ใช้กฎ 20-20-20 สำหรับการพักสายตา (มองไกล 20 ฟุต นาน 20 วินาที ทุก 20 นาที) ยืดคอและไหล่ทุกชั่วโมง และรักษาเวลานอนให้สม่ำเสมอ
ถ้าปรับพฤติกรรมแล้วยังไม่ดีขึ้น การพบแพทย์คือขั้นตอนสำคัญที่สุด เพราะการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นจะลดทั้งความถี่และความรุนแรงของอาการได้อย่างแท้จริง
🎯 ติดตามเรื่องราวดีๆ แบบนี้ต่อได้ที่
📖 อ่านบทความฉบับเต็ม:
https://healthntier.com/blog/frequent-headaches-causes-when-to-see-doctor
🌐 เว็บไซต์หลัก:
https://healthntier.com
📺 YouTube:
https://www.youtube.com/@healthntier
📘 Facebook:
https://www.facebook.com/healthntier
📸 IG:
https://www.instagram.com/healthntier
💬 Threads:
https://www.threads.com/@healthntier
🎵 TikTok:
https://www.tiktok.com/@healthntier
📲 Line Official: @561aszhq
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย