13 มิ.ย. เวลา 19:48 • ท่องเที่ยว
ซัปโปะโระ

Sapporo go go คนเดียวก็เที่ยวได้ ไม่ยากเลย

Day 1: BKK ➡️ SAPPORO
บินตรงค่าตั๋วแพง
บินแบบ Transit ไต้หวัน ก็ดีนะ
กับ EVA Air ✈️
อย่าลืมเลือก Special Meal ก่อนบิน
สำหรับใครที่ต้อง Request อะไรพิเศษ
เช่นคนแพ้นมวัว อย่างเรา
จาก สนามบินสุวรรณภูมิ ไป เถาหยวน
ใช้เวลา 3 ชม. กว่าๆ
แล้วเหมือนได้พัก ได้เดินยืดเส้น
เข้าห้องน้ำ แวะช้อปของจุกจิก
สำหรับขาไป เราอยากกินไรร้อนๆ
ไปตรง Food Court ชั้น 2
ร้านอาหารเพียบ เราเลือกกินบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง
ที่กุ้งเป็นตัวๆ ไม่ใช่กุ้งสับผสมหมู
ใครเป็น Starbucks Lover
บอกเลยที่ไต้หวัน ของน่ารัก น่าซื้อมาก
 
มีห้องอาบน้ำ บริการฟรีด้วย
วันสุดท้ายจะมาบอกทริค
ใช้ VIP Lounge ฟรีได้ยังไง
จากนั้นบินต่อไปเถาหยวน ไปลง New Chitose
อีก 3 ชม. ชิลๆ ก็ถึงแล้ว Sapporo
 
ก่อนเดินทางแนะนำให้เข้า Visit Japan Web 
กรอกข้อมูลการเเดินทางเพื่อรับ QR code
ผ่าน ตม. ใช้เวลาไม่นานเลย
วิธีเข้าเมืองมีหลายแบบ
เราเลือกเป็น Bus เดินมาขึ้นที่ฝั่ง Domestic
สะดวกไม่ต้อง แบกกระเป๋าเดินทาง
ขึ้นลงบันได สถานีรถไฟใต้ดิน
ราคา 1,500 เยน ถูกกว่า Taxi แน่นอน
 
แนะนำให้เช็กป้ายจอดรถบัส ใกล้ รร. อะไร
ก็เลือกไปพัก รร. นั้น
เราพักที่ Hotel Abest
ป้ายอยู่ตรงข้าม รร. เลย
 
แต่ Bus มี 2 ยี่ห้อนะ
ขาไปขึ้นผิดยี่ห้อ เลยไปลงอีกป้าย
เดินประมาณ 10 กว่านาที ถึง รร.
ช่วงเวลา 16.00 - 20.00
มี Soft drink บริการฟรี
 
Amenities ต่างๆ หยิบได้เอง
ไม่มีหมวกคลุมผมอาบน้ำนะ
แต่ชอบมากที่มีกิ๊บปากเป็ด
ใช้เก็บผมแทนหมวกได้อยู่
เราพักคนเดียว เลือกห้องเล็กสุด
ขนาด 19 ตรม กำลังเหมาะพอดี
นอนเต็มที่ได้ 2 คน
แต่เราว่าถ้านอน 2 คนจะอึดอัด
 
ห้องน้ำมาตรฐานญี่ปุ่น
มีอ่างอาบน้ำเล็กๆ
แบบเราตัวไม่สูง ยังยืดขาไม่ได้
แต่ข้อดีคือ เติมน้ำไม่นาน ก็เต็มแล้ว
พอให้แช่ตัวได้อยู่
รร. นี้ location อย่างดีเลย
ตั้งอยู่ใน Tanukikoji Shopping Street เลย Dome 6
ชั้น 1 ของ รร. มี Family mart
เก็บของเสร็จก็ออกไปหาข้าวเย็นกิน
ร้านอาหารเยอะมาก เลือกไม่ถูกเลย
มาได้ที่ ร้านข้าวหมูย่าง เป็นเซ็ตคู่กับ หมี่เย็น
อยู่ที่ตึก Moyuk SAPPORO เริ่ดเลยล่ะ
กินอิ่ม เดินเล่น ช้อปปิ้ง หมุนกาชาปอง
สวรรค์ของคนชอบของกระจุกกระจิกมาก
มาครั้งนี้ มีเวลา
ได้เดินตั้งแต่ Dome 1 ถึง Dome 7
แบบทั่วถึง ครบครัน
จาก Dome 3 เดินไปถึง Susukino แปปเดียว
แวะถ่ายรูปกับป้าย Nikka
เป็น Signature ของเมืองนี้เลย
ก่อนถึง รร. แวะกิน "CREMIA" Softcream
ร้านโปรด แสนอร่อย
 
มาที่นี่ คนไทย เที่ยวง่ายนะ
มีภาษาไทย หลายจุดเลย
 
กลับถึง รร. พักผ่อน
เตรียมตัวเที่ยววันต่อไป
Day 2: Sapporo Beer Museum
Highlight วันนี้
คือไป "Sapporo Beer Museum"
ที่นี่พระอาทิตย์ขึ้นเร็วมาก
ตื่นมา ตี 4 ฟ้าสว่างแล้ว
มองไปไกลๆ เห็นภูเขา ดูสบายตา
อาหารเช้าที่นี่เป็น Buffet
เลือกโต๊ะแล้ววางป้ายฝั่งสีขาวขึ้น คือ ยังกินอยู่
อิ่มแล้ว พลิกด้านเป็นสีเทา
เจ้าหน้าที่จะมาเก็บโต๊ะ
 
มีหลากหลาย ที่แนะนำคือ Sashimi
เอามาทำเป็นข้าวด้ง ได้เลย อร่อยใช้ได้
 
อื่นๆ มีขนมปัง+แยม แพนเค้ก
ชา กาแฟ น้ำหวาน
กินอิ่ม ได้เวลาเที่ยว
ถาม Gemini มีวิธีไป Sapporo Beer Museum 2 แบบ
 
นั่งรถไฟใต้ดินไปได้ ถึงปลายทาง จะเดินไกลหน่อย
กับนั่ง Loop line bus จะไปถึงด้านหน้าเลย เดินไม่ไกล
 
เราเลือกนั่ง Loop line bus สาย 88
แต่ด้วยดู google map ผิด
เดินเลยป้ายแถว รร. ไปไกลเลย
ต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปขึ้นป้ายรถบัสที่ใกล้สุดแทน
แนะนำใครหลงทิศ ให้เปิด map แบบ Live view
จะมีลูกศรบอกทิศ ชัดเจน ไม่หลงแน่นอน
ใครชอบเก็บตราประทับ
ให้ถาม Gemini ได้ว่าอยู่ไหน จะได้หาง่าย
ออกมากเจอป้ายรถบัสสาย 88 ละ
แต่ไม่มีบอกเวลา ถาม Google map ได้
บอกเวลาตรงแบบ Real time เลย
ว่าปกติต้องถึงเวลานี้ แต่รอบนี้ Delay กี่นาที
 
ขึ้นรถบัส มีเสียงอธิบายเป็นภาษาอังกฤษด้วย
ว่าขับผ่านสถานที่สำคัญอะไรบ้าง
เหมือนได้นั่งชมเมือง เพลินๆ
นั่งไปสุดทาง เห็นดาวแดง คือ ถึงแล้ว
เจอตึกสีน้ำตาลโดดเด่น
มีร้านอาหารหลายร้าน ร้านขายของฝาก
และพิพิธภัณฑ์ มีทั้งโซนฟรี กับ โซนเสียเงิน
เราไปถึงเที่ยงพอดี
ต้องลองกิน เนื้อแกะย่าง
อร่อยนุ่ม ไม่เหนียว ไม่มีกลิ่นเลย
ผักที่เอามาย่างบนเตา ก็หวานกรอบ เข้ากันดีมาก
เครื่องดื่ม ของหวาน ตักเองได้เรื่อยๆ
กินอิ่ม ถ่ายรูปเล่นกับตึกสวยๆ
และเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ในตึก
มีภาษาอังกฤษให้ทุกจุด
เจอรูป Promote เบียร์ สมัยก่อน
บางรูป ฟิลเหมือน ปฏิทินแม่โขง 😅
มี Premium Tour แบบเสียเงิน
แต่รับจำนวนจำกัด
ช่วงบ่ายๆ เจ้าหน้าที่ ติดป้ายว่าเต็มแล้ว
ข้างๆ มีห้าง ไปเดินช้อปปิ้งต่อ
ใครอยากได้รองเท้ากีฬา
ไปร้าน XEBIO Sports Express
มีหลายแบรนด์ให้เลือก ราคาดีด้วย
 
และร้าน GU
เสื้อผ้า ราคาดี ช้อปสนุกมาก
ใครหิวก็มี Food Court
เราเจอร้าน Ringodou เป็นแอ๊ปเปิ้ลเคลือบ
มีหลายรสให้เลือก
แอ๊ปเปิ้ล หวานหอม ชื่นใจมาก
จากนั้นขึ้น Bus สาย 188
กลับไป Sapporo Station
ได้เวลาอาหารเย็นพอดี
เจอร้านข้าวหน้าปลาไหล อร่อยมาก
มีน้ำซุป ให้เทกิน เปลี่ยนรสชาติเป็นข้าวต้มด้วย
ใครรัก Moomin, Glibli
แถวนี้ จัดว่า ละลายทรัพย์ มาก
อะไรๆ ก็น่าซื้อ
กินอิ่ม ช้อปสนุก
ได้เวลากลับ รร. พักผ่อน
แวะ Family Mart ซื้อไอติมแท่ง
ใครชอบ Chocolate Mint
แนะนำ Hershey's ตัวนี้เลย
รร. นี้ไม่ได้ทำความสะอาดห้องให้ทุกวัน
เฉพาะคนที่อยู่เกิน 4 คืน
จะขอทำความสะอาดได้ 1 ครั้ง
แต่ถ้าอยากเปลี่ยนผ้าเช็ดตัว กับเก็บขยะ
ให้วางไว้หน้าห้อง
เจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนผ้าเช็ดตัวใหม่ แขวนให้หน้าห้อง
และเก็บขยะให้
Day 3: Otaru
วันนี้ ตื่นแล้ว
กินข้าวเช้าเสร็จ ก็ออกเดินทาง
สถานีรถไฟใต้ดินทึ่ใกล้ที่สุด คือ Odori Station
ไปลง Sapporo Station
แล้วไปต่อ JR ไปลงปลายทางที่ Otaru
 
สามารถใช้บัตร Icoca หรือ Suica แตะเข้า JR ได้เลย
ราคา 800 เยน แต่ต้องลุ้นว่า จะได้ยืนหรือนั่ง
ถ้าอยากนั่งชมวิวทะเล
ให้ไปที่ ห้องขายตั๋ว ซื้อตั๋วแบบ U-Seat
เลือกที่นั่งแถว A ราคา 1,000 เยน
จะได้นั่งชมวิวทะเล สวยๆ
ตรงจุดขายตั๋ว มีตราประทับ ทั้งหมด 4 อัน
อยู่ตรง Counter ประขาสัมพันธ์ 1
และ Counter ขาย อีก 3
เก็บให้ครบนะ
ใช้เวลาประมาณ 40 นาที ถึง
สถานี Minami-Otaru เป็นสถานีก่อนสุดท้าย
Gemini แนะนำให้ลงสถานีนี้
ขากลับจะได้ไปขึ้น สถานี Otaru เป็นต้นทาง
ลงมาแล้ว เดิน 10 นาที จะถึง Music Box Museum
ด้านหน้าจะเจอสัญลักษณ์ของเมือง
คือ นาฬิกาไอน้ำ จะมีคนมารอถ่ายรูป
เพราะจะส่งเสียง และพ่นไอน้ำ ทุก 15 นาทึ
มาถึงก็เที่ยงกว่าพอดี
แวะกินข้าวที่ Otaru Cafe Hello Kitty
ใครรัก แมวเหมียวสีขาว ไม่มีปาก ต้องปลื้มแน่ๆ
 
ร้านตกแต่งน่ารักมาก
อาหารรสชาติใช้ได้
คนไม่เยอะ ถ่ายรูปได้เพลินๆเลย
กินคาวแล้วต้องต่อด้วยของหวาน
ไปกิน Melon Soft-serve
ที่ Snoopy Village
อร่อย และ น่ารัก สุดๆ
กินอิ่ม เดินเล่น ช้อปปิ้ง
หิวน้ำ ก็แวะหา Miffy
น้ำอร่อย สดชื่น
ของน่าซื้อทุกร้าน
ใครชอบของกระจุกกระจิกลายการ์ตูน
ละลายทรัพย์แน่นอน
เดินเล่น ถ่ายรูป ชมเมือง
แวะจิบ มัทฉะ อีกสักแก้ว ชื่นใจ
ใครสะสมตราประทับ
ให้มองหา Tourist Information
ของฝากแนะนำ คือ ร้านปลาหมึกย่าง
ห่อสีเหลือง ซื้อมาเถอะ ไม่ผิดหวัง
เดินไปเรื่อยๆ เพลินๆ
จะถึง คลองโอตารุ
ไม่ต้องกลัวหลง มีป้ายบอกทาง ชัดเจน
จากคลองโอตารุ เดินไปขึ้นรถไฟ กลับ Sapporo
ระหว่างทาง ได้ถ่ายรูป ชมเมือง สวยๆ ตลอดทาง
ซื้อตั๋วรถไฟแบบ U-seat แถว A
นั่งสบาย ได้ชมทะเล ขากลับ
ใครมีกระเป๋าเดินทาง
ซื้อตั๋วแบบนี้ มีที่วางกระเป๋าเดินทางด้วยนะ
กลับถึง Sapporo Station
แวะกิน Sashimi สด อร่อย
Asparagus หวานมาก
กลับ รร. พักผ่อน
จบภารกิจวันนี้
ซื้อ Yogurt กลับมากิน
อร่อยมาก ผลไม้แบบจริงใจ
Day 4: Odori Park ➡️ Sapporo TV Tower ➡️ Sapporo Clock Tower
วันนี้ เน้นเก็บที่เที่ยว ใกล้ๆ รร.
เริ่มจากเติมพลังด้วยอาหารเช้าก่อน
เปลี่ยนเป็น American Breakfast สไตล์ญี่ปุ่นบ้าง
Shio pan อร่อยมาก ขนมปังดี แต่แยมหวานเกินไปหน่อย
กินอิ่ม เดินจาก รร. ไป Odori Park
ใช้เวลาไม่นาน เดินลงทางใต้ดิน มีร้านค้าต่างๆ
เดินถึง Exit 5 ขึ้นมา เจอ Odori Park เลย
พร้อมด้วยลมร้อนที่ปะทะหน้า รับวันที่ 1 มิ.ย.
เมื่อวาน วันที่ 31 พ.ค. ยังเป็นลมเย็น ชื่นใจ
ข้ามเดือน แล้วเหมือนเปลี่ยนฤดูทันที
จาก Spring เป็น Summer
 
ท้องฟ้าโปร่งมาก ไม่มีเมฆ
รับแสงแดด แบบจัดเต็ม
เดินเล่น ถ่ายรูป ชมวิถีชีวิตคนญี่ปุ่น
และเก็บภาพ Seion Monument (อนุสาวรีย์เซยอน)
เดินกลางแดด เริ่มสู้แดดไม่ไหว
เลยเดินกลับไปเอาร่มที่ รร.
และแวะซื้อ Family Mart เป็นอาหารเที่ยง
กลับมากินบนห้อง ไม่น่าเชื่อ อร่อยทุกอย่าง
กินอิ่ม เดินไปทางใต้ดินอีกครั้ง
แวะซื้อ Soft icecream ร้าน Kinotoya
เพราะเมื่อคืนวันอาทิตย์ เห็นคนต่อคิวยาวมาก
อร่อยจริง ไม่จกตา
จากนั้นเดินไปทาง Odori Park
และเดินเรื่อยๆ ไปถึง Sapporo TV Tower
ซื้อตัวขึ้นไปชมด้านบน 1,200 เยน
Gimmick ของที่นี่คือ
สะสม ตราประทับ ทั้งหมด 5 จุด
จุดแรก ชั้นใต้ดิน Zone ร้านอาหาร
จุดที่ 2 และ 3 ชั้น 3 ฝั่งขายของที่ระลึก
จุดที่ 4 ซื้อตั๋ว ขึ้นไปชมวิวด้านบน
จุดที่ 5 ทางออกหลังจาก ลงมาจากจุดชมวิว
ก็จะได้ รูปตราประทับ Sapporo TV Tower
สวยๆ เป็นที่ระลึก
จากจุดชมวิวด้านบน จะเห็น Odori Park
เป็น ผังที่สวยงาม เป็นระเบียบ
เด็กๆ ที่ชอบ Miku
ที่นี่มี Collection น่ารักๆ เยอะเลยนะ
จากนั้นเดินจาก Sapporo TV Tower
ประมาณไม่เกิน 10 นาที
จะถึง Sapporo Clock Tower
อีก 1 โบราณสถานที่สำคัญของเมืองนี้
ที่นี่ปิด 5 โมงนะ
เราเดินมาถึง เกือบ 5 โมงละ
แต่โชคดี วันนั้น พิเศษ ปิด 2 ทุ่ม
ซื้อตั๋วค่าเข้า 350 เยน
เข้าไปเดินชม และเก็บตราประทับเป็นที่ระลึก
ตอนแรกอยากเดินไปตึกอิฐแดงต่อ
ห่างไปประมาณ 1 โล
แต่สถานที่ปิดทำการ 5 โมงครึ่ง
เลยเดินกลับไป รร.
แวะกิน ข้าวด้ง แถว รร.
และใช้สิทธิ์ รับเบียร์ฟรี 1 แก้ว ของทาง รร.
ได้ตั้งแต่ 16.00 - 20.00
เพราะวันนี้ วันสุดท้ายละ ก่อนกลับไทย
กินอิ่ม เดินเล่น ช้อปปิ้งที่ Donki
ที่ Tanukikoji มี 2 สาขา นะ
สาขาเล็ก ของน้อยกว่า คนต่อคิวซื้อก็น้อยกว่า
กับสาขา Mega Donki ของเยอะมาก
คนซื้อก็เยอะเช่นกัน
ช้อปเสร็จ เพราะคำนวนว่า
น้ำหนักน่าจะเต็มพิกัดแล้ว
แวะ Family Mart หน้า รร.
ซื้อ Caramel Custard ยี่ห้อ Ohayo
อร่อยมาก แบบเป็น Custard ที่ถูกต้อง
หวานหอม กำลังดี
กลับห้องพัก จัดกระเป๋า
เตรียมตัวกลับบ้าน
Day 5: Back to Bangkok ✈️
วันสุดท้าย เตรียมตัวกลับไทย
ตื่นมากินอาหารเช้า
วันนี้ลองกินแบบข้าวต้มกับปลาดิบ
ตามด้วยขนมปัง Shio pan และ Cheese Bagel
ปิดท้าย Americano โปะด้วย Soft Serve
เริ่ดเลยล่ะ
กินอิ่มประมาณ 9.30
รร.นี้ Check out 11 โมง
เรามีเวลาไปเดินเล่น เก็บตกบรรยากาศอีกนิดหน่อย
ตอนเข้าวันธรรมดา Tanikikoji ไม่ค่อยมีคนเดิน
อาจเพราะ ร้านค้าต่างๆ เริ่มเปิด 10 โมงด้วย
ยกเว้นร้านสะดวกซื้อต่างๆ
เห็นรถมาเก็บขยะ
มีประเภทของขยะที่มาเก็บวันนั้นชัดเจน
ว่ามาเก็บอะไรบ้าง
อ่านเจอว่า คนญี่ปุ่น ต้องแยกขยะ
และมาวางตามรอบว่า วันไหนเก็บขยะประเภทอะไร
เราอยากแวะร้านกาชาปอง
เก็บตัวที่อยากได้เพิ่ม
ร้านยังไม่เปิด แต่มีป้ายตั้งหน้าร้าน
กด Translate ได้ใจความว่า
ห้ามยืนรอคิวหน้าร้านก่อนร้านเปิด
เป็นร้านยอดฮิต กับทั้งคนท้องถิ่น และคนต่างชาติจริงๆ
เดินกลับมา รร. กดกาแฟฟรี สักแก้ว
เก็บกระเป๋าลงมา Check out
เจ้าหน้าที่มี Royce Chocolate
ให้สำหรับคนที่ Check out ด้วย น่ารักสุดๆ
เดินข้ามถนนจากหน้า รร.
ก็เป็นจุดรอรถบัส กลับ สนามบิน
สะดวกมาก มีเจ้าหน้าที่นั่งประจำอยู่
ช่วยยกกระเป๋าเดินทางขึ้นรถให้
ขึ้นรถบัสมา อ่านป้ายที่ขึ้นจอ
สบายใจ ขึ้นถูกคันแน่นอน
ราคา 1,500 เยน จ่ายด้วยบัตร Travel Card ได้
ใช้เวลา 1 ชั่วโมงกว่าๆ
รถจะไปจอดฝั่ง Domestic
ถึงสนามบิน มีแหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหาร
เยอะแยะมากมาย
ใครอยากมาเดิน ก็เผื่อเวลามายอะหน่อย
มีร้านโปเกมอน ไม่ได้ชอบมาก
แต่พอเห็นเวอร์ชั่นใส่ชุด นักบิน
อดใจไม่ไหว น่ารักสุดๆ
มีร้านชินจังด้วย ร้านน่ารักอื่นๆ
และมุมถ่ายรูป Sario น่ารักเต็มไปหมด
Gimmick ของที่นี่ คือ Stamp Rally
ทำให้ได้เดินทั่วสนามบินเลย
แนะนำให้เก็บอันที่ 6 สุดท้าย
เพราะจะอยู่ใกล้กับร้านที่แลกรับของที่ระลึก
เมื่อเก็บครบ 6 จุด
มีให้เลือก 7 อย่าง เราเลือกสมุดฉีก
เพราะปกน่ารัก เอาไปตั้งโชว์ได้
และได้น้ำแร่ 1 ขวด
แก้กระหายจากการเดิน
ได้เวลาขึ้นเครื่องกลับบ้าน
เราเลือก EVA Air มีแวะ Transit ไต้หวัน
ข้อดี คือ มีหลายเวลาให้เลือก ไม่ต้องกลับเช้า
เราเลือกกลับเวลา 4 โมง
ไม่ต้องรีบตื่นเช้า มีเวลาให้เที่ยวเล่นได้อีกหน่อย
ข้อเสีย คือ ให้ระวังของที่ซื้อ Carry on
ไต้หวันห้ามนำ เนื้อหมู เนื้อวัว ผลไม้ เข้าเด็ดขาด
จะมีเอกสารแจ้งว่าห้ามอะไรบ้าง
ถ้ามีติดมา ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่
 
แนะนำ เพื่อความชัวร์ ไม่ซื้อของกิน
กับของเหลว ก็จะได้ไม่มีปัญหา
ไปถึงไต้หวัน เรามีบัตร CardX JCB
ใช้เข้า Oriental Club Lounge ได้ฟรีเลย
เก้าอี้นั่งสบาย มีอาหารร้อน ของหวาน
เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ ไวน์แดง ไวน์ขาว
มีห้องอาบน้ำ ห้องออกกำลังกาย
ได้นั่งรอขึ้นเครื่องแบบสบายมาก
 
กลับถึง กทม. โดยสวัสดิภาพ
เตรียมหยอดกระปุก เก็บเงินเที่ยวต่อ 😽

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา