เมื่อวาน เวลา 16:25 • ดนตรี เพลง

Album Review: Soft Pine — Life on a Rocket (2026)

การเดินทางของจรวดสัญชาติไทยที่อาจไปไม่ถึงดวงจันทร์ แต่กลับกลายเป็นดาวดวงเล็กที่ส่องประกายอย่างจริงใจในความมืดมน
แนวเพลง: Indie Pop, Indie Rock, Psychedelic Pop, Hypnagogic Pop, Space Rock Revival, Progressive Pop, Glitch Pop
ท่ามกลางกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากและไม่เคยหยุดนิ่งของซีนดนตรีอินดี้ไทย Soft Pine วงอินดี้ป๊อบสามชิ้นจากกรุงเทพฯ ที่ประกอบด้วย เอ็กซ์ (กีตาร์, ร้องนำ), ไวกิ้ง (กีตาร์, คอรัส) และบูม (กลอง) ยังคงทำหน้าที่เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการดนตรีนอกกระแสด้วยความเชื่อมั่นอันแรงกล้า
ในยุคที่ซิงเกิ้ลสั้นๆ ครองเมือง พวกเขาเป็นหนึ่งในไม่กี่วงที่ยังคงศรัทธาในการทุ่มเทเวลาร้อยเรียงเรื่องราวผ่าน “อัลบั้มเต็ม” และล่าสุดกับผลงานสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ห้าอย่าง Life on a Rocket คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่า ยานอวกาศลำกะทัดรัดของพวกเขาลำนี้กำลังทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้จุดสิ้นสุด พร้อมๆ กับการทลายขอบเขตดนตรีเดิมๆ ของตัวเองลงอย่างสิ้นเชิง
หากย้อนมองกลับไปนับตั้งแต่ผลงานแจ้งเกิดอย่าง Major 13th, Love, Snake Plant (2019) มาจนถึง Brainwreck (2022) ภาพจำของ Soft Pine มักผูกติดอยู่กับความนุ่มนวลละเมียดละไมชวนเคลิบเคลิ้มไปกับท่วงทำนอง แต่จุดเปลี่ยนที่ส่งสัญญาณถึงความจัดจ้านได้เริ่มต้นขึ้นในผลงานชุดก่อนหน้าอย่าง Another Half (2023)
ซึ่งวงเริ่มตบแต่งกรู๊ฟดนตรีด้วยสุ้มเสียงแปลกใหม่ และในผลงานชุดล่าสุดนี้เองที่ซาวด์เหล่านั้นถูกนำมาหลอมรวมจนได้ที่ ดนตรีของพวกเขาแปรสภาพเป็นพื้นที่เปิดกว้างที่ไร้เส้นแบ่งแนวเพลง มีการหยิบยืมความซับซ้อนของแจ๊ส ความขบถของพังก์ และความล้ำสมัยของกลิตซ์ป็อบ มาสอดประสานเข้ากับความลอยๆ แบบไซคีเดลิกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างไร้รอยต่อ
นอกจากพาร์ทดนตรีที่ก้าวล้ำไปไกลแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยตรึงอารมณ์และมอบความรู้สึกอันเป็นมิตรให้กับผู้ฟัง คือเสียงร้องที่ปล่อยอารมณ์ไปตามธรรมชาติของเอ็กซ์ ที่แม้จะฟังดูเรียบง่ายทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยเรื่องเล่า เสียงร้องที่เนิบนาบแต่ทรงเสน่ห์ของเขาชวนให้นึกถึงลีลาการเล่าเรื่องของศิลปินระดับตำนานอย่าง Lou Reed ในขณะเดียวกันก็แฝงความละมุนและเข้าถึงง่ายคล้ายกับ Stuart Murdoch แห่ง Belle and Sebastian
และเมื่อเสียงร้องสไตล์นี้เดินทางมาพบกับพาร์ท Jam Session ในช่วงท้ายอัลบั้ม ที่ซึ่งเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นค่อยๆ บิวต์อารมณ์และทับซ้อนเลเยอร์ขึ้นเรื่อยๆ ท่วงทำนองที่ลื่นไหลและค่อยๆ ไต่ระดับความเข้มข้นขึ้นตลอดทั้งเพลงเช่นนี้ มันชวนให้คิดถึงซาวด์ระดับขึ้นหิ้งของวงดนตรีไซคีเดลิกจากญี่ปุ่นอย่าง Fishmans อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันคือการปล่อยให้กรู๊ฟทำหน้าที่สะกดจิตและพาคนฟังหลุดลอยไปในห้วงอวกาศอย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ
อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวม อัลบั้มนี้อาจจะมีบางช่วงบางตอนที่ซาวด์และวิธีการดีไซน์เพลงมีความคล้ายคลึงกันไปบ้างในบางแทร็ก ซึ่งอาจทำให้คนฟังรู้สึกว่ากราฟของอัลบั้มค่อนข้างราบเรียบเป็นเส้นตรงในบางช่วง และมีบางเพลงที่น่าจะผลักดันความเอ็กซ์เพอริเมนทัลหรือความแปลกใหม่ไปได้ไกลกว่านี้อีกซักนิด
แต่ถึงอย่างนั้น ข้อตำหนิเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้ลดทอนความยอดเยี่ยมของงานโปรดักชั่นและการมิกซ์เสียงที่มีความละเมียดละไมลงไปได้เลย เพราะทุกองค์ประกอบถูกจัดวางมาอย่างถูกที่ถูกทาง และเปี่ยมไปด้วยรสนิยมเท่าที่อัลบั้มดีๆ ชุดหนึ่งจะทำได้แล้ว
บทสรุปของ Life on a Rocket อาจไม่ใช่เรื่องราวของนักบินอวกาศผู้ยิ่งใหญ่ แต่คือการจำลองเสี้ยวชีวิตของมนุษย์ธรรมดาๆ อย่างพวกเราทุกคนที่ตื่นมาเพื่อออกไปเผชิญหน้ากับความไม่แน่นอนในแต่ละวัน แม้ว่าสุดท้ายแล้วจรวดลำนี้อาจจะไปไม่ถึงดวงจันทร์หรือจุดหมายที่ตั้งใจไว้
แต่อย่างน้อยระหว่างทางที่ได้ลองพยายามทำความเข้าใจตัวเอง ได้โอบกอดความล้มเหลว และฝากผลงานดนตรีที่มีความทะเยอทะยานชิ้นนี้ไว้ในซีนดนตรี มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ Soft Pine กลายสภาพเป็นดาวดวงเล็กๆ ที่ยังคงส่องประกายอย่างจริงใจและงดงามที่สุดดวงหนึ่งในค่ำคืนอันมืดมิดของจักรวาลอินดี้ไทย
คะแนน: 🚀/10
แทร็กไฮไลต์: Funky Getaway, Volcatronix, Smileyface, Forestictronic, Jazzpunkclub และ Space Jazz Odyssey
โฆษณา