14 มิ.ย. เวลา 10:30 • หนังสือ

หากชีวิตนี้เลือกเรียนได้แค่วิชาเดียว

วิชาที่แนะนำที่สุด ก็คือ ‘วิชาชีวิต’
และนี่คือ 23 ข้อคิดดีๆ จากหนังสือ ‘Life lecture’
หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องราวของวิชาแห่งชีวิตที่ใครได้อ่านก็ได้ประโยชน์แน่นอน
ซึ่งข้อคิดที่ผมได้ ผมจะแบ่งเป็น 4 หมวดใหญ่ๆ นั่นคือ
1 วิชาแนะแนว
2 วิชาการงาน
3 วิชาความมั่งคั่ง
4 วิชาความสัมพันธ์
✅ วิชาแนะแนว
[1] เรื่องที่ให้เราเรียนรู้ มีได้ไม่สิ้นสุด ไม่ได้จบแค่เพียงปริญญา
เราสามารถเจียดเวลาวันละเล็กละน้อย เพียงก่อนนอนหรือหลังตื่นนอน เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
เพื่อให้เราได้เป็นคนที่เก่งขึ้นในทุกๆวัน
[2] สูตรการค้นหาสิ่งที่เราอยากทำ
สิ่งที่เราอยากทำจริงๆ= สิ่งที่ชอบ x สิ่งที่เราถนัด x สิ่งที่ให้ความสำคัญ
สิ่งที่ชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่เรารู้สึกสนุก แต่เป็นสิ่งที่เราอยากเรียนรู้ต่อ แม้มันจะยากขึ้น
สิ่งที่ถนัด มันคือสิ่งที่เราทำได้ดี ทำได้ง่ายกว่าคนอื่น
สิ่งที่ให้ความสำคัญ อะไรคือคุณค่า หรืองานแบบไหนที่ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่า
ลองค้นหาสิ่งที่เราอยากทำผ่านสมการนี้กันดูครับ
[3] ตัดสินใจผิดดีกว่าเราไม่ตัดสินใจ เพราะการไม่ตัดสินใจก็คือการตัดสินใจอย่างหนึ่ง
แต่สิ่งที่เราตัดสินใจนั้น ต้องเป็นเรื่องที่สามารถถอยหลังกลับได้ ไม่ใช่ทุ่มมากไจนกันหลังกลับไม่ได้ด้วยครับ
[4] อยากเปลี่ยนสายงาน ให้ลองดูทักษะที่ตัวเองมีก่อน
เพราะมันมีหลายอย่างที่เราสามารถนำไปใช้ข้ามสายงานได้
เช่น ทักษะการทำงานเป็นทีม ทักษะการสื่อสาร เป็นต้น
[5] การเล่าสิ่งดีๆให้คนอื่นฟังทำให้ความสุขเพิ่มขึ้น 2 เท่า
และการบอกเล่าความทุกข์จะทำให้ความทุกข์ลดลงครึ่งหนึ่ง
การระบายสิ่งที่รู้สึกมาดีออกมาให้คนที่ไว้ใจได้ฟัง ก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี
[6] สมดุลชีวิตมันอยู่ความต้องการของแต่ละคน ไม่มีผิด ไม่มีถูก
ไม่ว่าจะเลือกเงิน เลือกงานหรือเลือกการใช้ชีวิต
ขอแค่มันเข้ากับชีวิตของเราและเราชัดเจนกับมันก็พอ
[7] ทุกคนมีเวลาเติบโตของตัวเอง แม้เรายังค้นหาตัวเองไม่เจอ มันก็แปลว่ามันยังไม่ถึงเวลาของเรา
ข้อคิดนี้ ผมได้อ่าน ได้เจอ ได้ฟัง มาหลายครั้ง แต่ไม่ว่าจะเจอกี่ครั้ง
ผมต้องจด ต้องนำมาสรุปตลอด เพราะมันทำให้รู้ว่า
ทุกความสำเร็จต้องใช้เวลาและทุกการพยายามไม่มีสิ่งใดเสียเปล่า
✅ วิชาการงาน
[8] เปลี่ยนวิธีของเราให้เหมือนกับเราเป็นเจ้าของธุรกิจดู แล้วมุมมองต่องานทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
ในแง่พนักงานประจำ ‘สินค้า’ ของเราก็คืองานที่เราส่งมอบออกไป
และเราจะพัฒนาสินค้าได้ก็ต่อเมื่อเราลับคมทักษะของเรา
ซึ่งเราสามารถพัฒนาได้โดย
1 หมั่นหาจุดอ่อน ให้ลองหาสิ่งที่เราคิดว่าจะปรับปรุงได้อีก หากเราได้ทำอีกครั้ง
2 พัฒนาให้เราเป็นคนที่ทั้งรู้ลึกและรู้กว้าง (T Shape) เพื่อให้เราเป็นคนที่มีคุณค่ามากขึ้น
3 เรียนรู้จากคนที่สำเร็จ ลองเลือกมาสักคนแล้วถอดเคล็ดลับความสำเร็จของเขา ตั้งแต่วิธีคิด การใช้ชีวิตและอื่นๆ
[9] สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ทัศนคติในการเรียนรู้การทำงาน
เพราะองค์กรมองหาคนที่สื่อสารได้ดี รับฟังผู้อื่น พร้อมทำงานเป็นทีม มากกว่าคนที่มีความรู้แต่เข้ากับคนอื่นไม่ได้
[10] ก่อนกินกบอาจจะต้องเพิ่มพลังด้วยของอร่อยก่อน
หลายๆคนอาจเคยได้ยินว่าให้ทำสิ่งที่ยาก หรืองานที่ยากที่สุดก่อน แต่บางครั้งเราไม่พร้อมที่จะกินกบหรือทำงานยากนั้นจริงๆ
การเริ่มต้นด้วยการกินของอร่อยก่อน อยากงานที่ง่ายเล็กๆน้อยๆ ก็ทำให้เรามีแรงใจเริ่มต้นทำงานยากได้ครับ
[11] หากลังเลว่าจะทำงานนี้ต่อดีไหม ลองถาม 3 คำถามนี้ดู
1 งานนี้ทำให้เราเก่งขึ้นไหม
มันทำให้เรา ‘รู้ลึก’ หรือ ‘ได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ’ บ้างหรือเปล่า
2 งานนี้ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าหรือไม่
ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องเงิน แต่หมายถึง เวลา พลังงานและคุณภาพชีวิตที่เราต้องแลกไปด้วย
3 งานนี้ตอบโจทย์ชีวิตเราไหม
เพราะงานที่ดีมันไม่ควรให้เราต้องทิ้งชีวิต ทิ้งสุขภาพ หรือครอบครัวเพื่อมัน
[12] ความโชคดีมันไม่ได้มาในรูปแบบที่เราหวังเสมอไป
ไม่ว่าจะการสมัครงาน การสัมภาษณ์หรือการทุ่มเทในงาน
มันจะมาในรูปแบบที่เราต้องคิดต่อ
เช่น เราไม่ได้งานนี้ นั่นอาจหมายถึงงานที่ดีกว่ากำลังรอเราอยู่ เป็นต้น
[13] อย่าปล่อยให้เราเป็นคนที่ มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ ในบริษัท
เพราะนั่นคือจุดอันตรายของการทำงาน
[14] อย่ากลัวความไม่รู้
คนที่ถามจะโง่แค่ตอนนั้น แต่ถ้าไม่ถามเราจะโง่ไปตลอดกาล
แต่เราควรหาคำตอบบางอย่างเองก่อนที่จะถาม เพื่อไม่ให้เสียเวลาอีกฝ่ายด้วยครับ
[15] อย่าทำงานมากไปจนละเลยสุขภาพ
เพราะสุดท้ายความสำเร็จที่ล้มเหลวที่สุด คือความสำเร็จที่แลกมาด้วยชีวิตและสุขภาพของเรา
✅ วิชามั่งคั่ง
[16] ลองลดค่าใช้จ่ายของเรา ผ่าน 2 แบบ
1 ผ่านการตัดสิ่งที่ให้ความสุขกับชีวิตน้อยที่สุดออกไป
เช่น ค่าใช้จ่ายที่จ่ายจนชิน พวกสมาชิกดูหนัง ฟังเพลง
2 ผ่านการตัดรายจ่ายตามกระแสเพราะทุกคนมี
ลองลดค่าใช้จ่ายพวกนี้ไปได้ เงินเก็บเราก็มีมากขึ้นแล้วครับ
[17] ราคาสูงไม่เท่ากับราคาแพง
ราคาสูงอาจไม่แพง เมื่อเราวัดผลลัพธ์ของการใช้งานแล้ว
ราคาสูงแต่เราสามารถมีจำนวนการใช้มากกว่า เมื่อหารค่าใช้จ่ายต่อครั้งแล้ว มันคุ้มกว่าของราคาถูกอีกครับ
เช่น เสื้อตัวละ200 ใส่ครั้งเดียว กับเสื้อ 2000 ใส่ 100 ครั้ง
แบบหลังถือว่าเป็นราคาสูงแต่คุ้มค่าครับ
[18] 3 สิ่งที่เราต้องมีหากอยากประสบความสำเร็จในการลงทุน
1 ความรู้ในสินทรัพย์ที่เรามี เพราะเราควรต้องตอบให้ได้ ว่าสิ่งที่เราลงทุนไปมันคุ้มค่าหรือไม่
2 จิตใจที่มั่นคง โดยไม่หวั่นไหวไปตามกระแสหรืออารมณ์
3 ความพร้อมในการรับมือกับวิกฤต เพราะเราควบคุมไม่ได้ทุกอย่าง
ลองถามตัวเองล่วงหน้าก็ได้ ว่าถ้าพอร์ตเราตกหนักๆ เราจะทำอย่างไร
[19] เราไม่ควรเอาเงินมาตั้งเป็นเป้าหมาย
แต่ควรมองว่า เงินเป็นเครื่องมือไปสู่เป้าหมาย
✅ วิชาความสัมพันธ์
[20] ความรักที่ดีไม่ได้เกิดจาก 0.5 มารวมกันกับ 0.5
แต่คือ 1 ที่สมบูรณ์ด้วยตัวเองมาเจอกัน เติมเต็มในจุดที่เป็นข้อดีและข้อเสียของกันและกัน
[21] เราดูแลร่างกายตัวเอง เพื่อตัวเองและคนที่เรารักด้วย
เพื่อให้เรามีเวลาได้ใช้กับคนที่เรารักนานๆนั่นเองครับ
[22] คนที่ใช่ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ขอแค่เป็นคนที่ทำให้หัวใจเราเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอและมั่นคงก็พอ
สุดท้าย
[23] อีกหนึ่งทักษะที่สำคัญกับเรามากๆ นั่นคือ ทักษะการเรียนรู้
หากเราเปิดใจที่จำเรียนรู้อยู่เสมอ
เราจะปรับตัวและอยู่รอดในสถานการณ์ปัจจุบันได้ครับ
ความรู้สึกหลังอ่าน
เมื่อมีชื่อของอาจารย์นภดล ออกหนังสือใหม่
ผมก็ไม่พลาดที่จะไปหาซื้อมาอ่านทันที และเนื้อหาภายในเล่มนี้ก็ยังคงดีเหมือนเดิม
ผมมองว่าหนังสือเล่มนี้ ใครอ่านก็ได้ข้อคิด ได้ประโยชน์ไม่เหมือนกัน
หากกำลังจะเรียนจบ หรือ First Jobber ก็จะได้ข้อคิดแบบหนึ่ง ได้รู้ถึงการเรียนรู้การทำงาน การเลือกเส้นทางชีวิตของตนเอง
หากทำงานไปแล้วสักพัก ก็จะได้เรียนรู้ถึงการรักษาความมั่งคั่ง ความสัมพันธ์ที่ควรจะสร้างตั้งแต่ตอนนี้ เป็นต้น
แม้ทุกคนอ่านสรุปกันมาแล้ว แต่ผมก็ยังอยากให้ทุกคนได้หยิบหนังสือเล่มนี้กันมาอ่านอีกครั้งครับ
ผู้เขียน อาจารย์นภดล ร่มโพธิ์
จำนวนหน้า 245 หน้า
สำนักพิมพ์ Welearn
โฆษณา