14 มิ.ย. เวลา 12:31 • ปรัชญา

บ้านที่เดินกลับได้ทุกเวลา

“บ้านสวน”ไม่ได้เป็นเพียงเป็นสถานที่แต่เป็นปลายทางของ
หัวใจของคนที่อ่อนล้าเป็นที่ที่ความเงียบไม่ได้น่ากลัวและ
ความเหงาไม่จำเป็นต้องถูกไล่
โลมรันให้วิ่งหนีไปจากใจ
บ้านสวนกับเส้นทางที่เดินกลับ
มีช่วงหนึ่งของชีวิตที่เราเคยคิด
ว่าความสุขอยู่ไกลออกไป
ส่วนใหญ่คิดว่าต้องก้าวไปข้างหน้าเท่านั้น คิดแบบนี้
ไกลจากบ้าน
ไกลจากต้นไม้หน้ารั้ว
ไกลจากเสียงหมาเห่าในตอนเช้า
ไกลจากแมวที่นอนขดตัวใต้เก้าอี้ไม้เก่า
ก่อนนั้นเราเคยรีบเดินออกไป
ตามหาความหมายของชีวิต
คิดว่าปลายทางต้องยิ่งใหญ่
ต้องมีใครสักคนรออยู่ต้องมี
บางอย่างเติมเต็มหัวใจที่เรา
คิดว่าขาดหาย
แต่เมื่อชีวิตเดินมาไกลมากพอ
ผ่านความสมหวังและผิดหวัง
ผ่านการมีใครสักคนและการสูญเสียใครบางคน
แต่บางคนสำเร็จเพราะหลงทางจนค้นพบตนเอง
ผ่านวันที่หัวเราะจนลืมเวลา
และผ่านคืนที่ร้องไห้จนเช้า
กลับพบว่าความสุขที่แท้จริง
อาจไม่เคยหนีไปไหนเพราะ
ใจมันยังอยู่ที่บ้านสวนหลังเดิม
อยู่ในมุมซุกเศร้าเล็กๆที่เรา
เคยนั่งมองฝนตก
อยู่ในกระถางต้นไม้ที่ค่อย ๆ เติบโตแม้ไม่มีใครสังเกต
อยู่ในสายตาซื่อๆของเพื่อนหมาแมวที่ไม่เคยถามว่าเราประสบความสำเร็จแค่ไหน
ไม่เคยถามว่าเธอสำเร็จรึล้มเหลวแต่คอยดีใจที่เธอคนนั้นหวนกลับมา
อยู่ในกาแฟแก้วธรรมดาที่ชง
ดื่มคนเดียวในยามเช้า
บ้านสวนสอนให้รู้ว่า“เวิ้งว้าง”ความว่างเปล่าไม่ใช่ศัตรูเสมอไป
บางครั้งความว่างเปล่าคือพื้นที่
ให้หัวใจได้พัก
ให้ความคิดที่สับสนจนค่อยๆตกตะกอนกลายเป็นความคิดใหม่ๆ
ให้บาดแผลได้หายใจและให้เรากลับมาเจอตัวเองอีกครั้ง
มุมชิวๆกับกาแฟเช้าวันใหม่
วันนี้จึงเข้าใจแล้วว่า
จุดสิ้นสุดของการเดินทางอาจไม่ใช่การไปถึงที่ไหนดอกที่รัก
แต่อาจเป็นการได้เดินกลับมา
กลับมาหาความเรียบง่าย
กลับมาหาความเงียบ
กลับมาหาความทรงจำ
และกลับมาหาบ้าน
บ้านหลังเดียวกัน
แต่หัวใจของคนกลับมา
อาจต่างอาจไม่เหมือนเดิม
ก่ะได้เนาะ
กาแฟยามเช้าเวลาของเราเอง
ครั้งหนึ่งเราเคยอยากออกจากบ้านแต่วันนี้
บนเส้นทางที่สวนกับวันที่เคย
เดินจากมา
เรากลับอยากเดินกลับบ้านอย่าง
มีความสุขเหลือเกิน
ก่ะแค่มุมบางมุมรึหลายมุมที่สัมผัสคุ้นเคยมานาน
ว่ามะ!
“บ้านสวนยังรอเราอยู่ไม่รู้เบื่อ
แม้วันเหลือเพียงเงาเหงาอาศัย
ต้นไม้เก่าในกระถางข้างบันได
ยังเติบใหญ่เงียบงามตามเวลา
มุมซุกเศร้าที่เคยนั่งฟังลมพัด
ยังชัดชัดเหมือนวันก่อนอ่อนล้า
มีหมาแมวเป็นเพื่อนเฝ้าทุกครา
ไม่เคยเอื้อนวาจาแต่เข้าใจเธอ
กาแฟแก้วเดิมกรุ่นอุ่นบนโต๊ะไม้
ไอจางไหวคล้ายเรื่องราวทอดทิ้ง
ให้หัวใจเล็งมองเห็นถึงความจริงในบางสิ่งยิ่งตามยิ่งห่างไกล
ออกจากบ้านวันนั้นด้วยความฝัน
คิดว่าสวรรค์อยู่สุดฟ้าอันกว้างใหญ่
จดจ่อฝากรักฝากหวังเอาไว้ไกล
แล้วออกไปตามทางชีวิตลิขิตมา
ผ่านผู้คนผ่านน้ำตาและรอยยิ้ม
ผ่านความอิ่มและความเหงาจน
ใจคิด
ผ่านวันที่เสมือนดั่งว่าจะมีสิทธิ์
แต่ดันผิดพบวันมืดมิดจนไร้ใคร
มองเข้ามา
จึงได้รู้วันนี้เดินมาไกลเกินพอ
สิ่งที่รอปรารถณาไม่ใช่ที่ไหน
แต่เป็นบ้านสวนเงียบงามในหัวใจ
ยังเปิดไฟรอเรากลับเสมอมา
ความเวิ้งว้างไม่ได้น่ากลัวนัก
เมื่อได้พักพิงรักเราอันมีค่า
เสียงใบไม้พลิ้วไหวใต้ชายคา
คอยเยียวยากว่าถ้อยคำจากผู้ใด“
ใครๆหลายคนและปะต้าก่ะเคยเหมือนนกตัวนึงนั้นที่โผบินกลับบ้าน
เป็นกำลังใจให้คนเดินทางไกล
ทางที่ไกลบ้านแต่วันนึงอาจพบ
ว่าบ้านคือSafe Zoneสุดท้ายรึ
เป็นที่เดียวเท่านั้นที่ปลอดภัย
มั่นคงที่สุดของเรา
โฆษณา