15 มิ.ย. เวลา 03:45 • ประวัติศาสตร์
เทศบาลนครหาดใหญ่

ตอนที่ 57 กบฏมุสตาฟา ครั้งที่ 1 (1416): เมื่อ "ผีบ้า" จากอังการา คืนชีพหวังทวงบัลลังก์

▪️หลังสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 1 จัดการเจ้าชายมูซาและรวบรวมแผ่นดินได้ในปี 1413 พระองค์คิดว่าฝันร้ายของ "สงครามกลางเมืองระหว่างพี่น้อง" ได้จบสิ้นลงแล้ว เพราะพี่ชายที่เหลืออีก 3 คน ล้วนตายไปหมดแล้ว
3
▪️ในขณะที่กำลังรวบรวมข่าวสารคามวุ่นวายจาก กบฏเชค เบดเรดดินพระองค์แทบลืมไปแล้วว่า ยังมีพี่ชายอีกหนึ่งคน... เจ้าชายมุสตาฟา (Mustafa Çelebi) ผู้หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในยุทธการอังการา (1402) เมื่อครั้งที่ติมูร์เลงจับตัวสุลต่านบาเยซิดผู้เป็นบิดาไป
▪️13 ปีผ่านไป จู่ๆ ชายคนหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นที่ตอนเหนือของคาบสมุทรบอลข่าน ประกาศก้องว่าเขาคือ "เจ้าชายมุสตาฟา บุตรชายคนโตของอัศนีบาต" ที่หนีรอดจากค่ายของติมูร์มาได้ และบัดนี้เขาจะมาทวงบัลลังก์คืน!
การปรากฏตัวอย่างกระทันหันของเจ้าชายมุสตาฟา
🟧1. บททดสอบในสงครามโฆษณาชวนเชื่อ: ตัวจริง หรือ "ตัวปลอม?"
⏺︎ การปรากฏตัวของมุสตาฟาสร้างความสั่นสะเทือนอย่างหนัก เพราะหากเขาคือมุสตาฟาตัวจริง เขาย่อมมี "สิทธิ์อันชอบธรรม" ในบัลลังก์มากกว่าเมห์เหม็ด (เพราะมุสตาฟาเป็นพี่ชายที่อายุมากกว่า)
⏺︎ แคมเปญล้างสมองของราชสำนัก: เพื่อทำลายความชอบธรรมนี้ เมห์เหม็ดที่ 1 จึงใช้กลยุทธ์โฆษณาชวนเชื่อขั้นเด็ดขาด พระองค์ประกาศว่าพี่ชายของตนตายไปนานแล้ว และชายผู้นี้คือ "ดุซเมเจ มุสตาฟา" (Düzmece Mustafa - มุสตาฟาตัวปลอม/จอมลวงโลก)
⏺︎ นักประวัติศาสตร์ออตโตมันในยุคหลังก็ถูกสั่งให้บันทึกชื่อเขาด้วยฉายานี้ทั้งหมด (แม้ในความเป็นจริง นักประวัติศาสตร์สมัยใหม่หลายคนเชื่อว่าเขาคือมุสตาฟา "ตัวจริง")
⏺︎ เพราะหากอ้างอิงจากหลักฐานรัฐร่วมสมัย อย่างเวนิสและไบแซนไทน์ระบุถึงเขาในฐานะเจ้าชายออตโตมันอย่างชัดเจน รวมไปถึงการได้รับสนับสนุนอย่างท่วมท้นจากขุนนางฝั่งรูเมเลีย และที่สำคัญที่สุดคือปฏิกริยาของราชสำนักเองที่หวาดหวั่นกับการปรากฎตัวของมุสตาฟาจะผิดสังเกต
การปรากฏตัวของมุสตาฟา สร้างความปั่นป่วนในราชสำนักอย่างมาก
🟥2. พันธมิตรแห่งความวุ่นวาย: อดีตโจทก์ผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง
♦︎ มุสตาฟาไม่ได้มาตัวคนเดียว แต่ได้รับการสนับสนุนจากศัตรูตัวฉกาจของเมห์เหม็ดที่ 1:
♦︎ เมียร์เชีย แห่งวัลลาเคีย: เจ้าชายแห่งวัลลาเคีย (โรมาเนีย) ผู้ไม่ต้องการเห็นออตโตมันเข้มแข็งที่เวลานั้นเริ่มลืมตาอ้าปากได้ เขาได้ให้ที่พักพิง เงินทุน และกำลังทหารแก่มุสตาฟาเพื่อใช้ป่วนออตโตมันจากทางเหนือ
จูเนย์ดแห่งไอดีน และ เมียร์เชีย แห่งวัลลาเคีย แนวร่วมของมุสตาฟา
♦︎ จูเนย์ด จอมพลิกสลับ (Junayd of Aydın): ขุนศึกจอมฉวยโอกาสที่เมห์เหม็ดเคยไว้ชีวิตและส่งไปเป็นเจ้าเมืองนิโคโพลิส จูเนย์ดฉวยโอกาสนี้แปรพักตร์ทันที และนำกองทหารของตนไปเข้าร่วมกับมุสตาฟา หวังจะใช้มุสตาฟาเป็นหุ่นเชิดเพื่อทวงอำนาจของตนคืน (อ่าานวีรกรรมย้อนหลังในตอนที่ 51)
🟧 3. จุดจบที่รวดเร็ว: กำปั้นเหล็กของเมห์เหม็ด (1416)
♦️ในปี 1416 มุสตาฟาและจูเนย์ดนำทัพข้ามพรมแดนเข้าสู่แคว้นเทสซาลี (Thessaly) ในฝั่งยุโรป หวังจะปลุกระดมทหารชายแดนให้ลุกฮือขึ้นต่อต้านสุลต่าน
เมห์เหม็ดที่ 1 เดินเกมเร็วยกทัพกวาดล้างมุสตฟาทันที
♦️แต่เมห์เหม็ดที่ 1 ไม่ปล่อยให้ไฟลามทุ่ง พระองค์รู้ดีว่าการต่อสู้กับสายเลือดเดียวกันต้องเด็ดขาด พระองค์ยกทัพหลวงข้ามช่องแคบมาด้วยตนเองด้วยกองทัพของเมห์เหม็ดมีทั้งระเบียบวินัยและกำลังคนที่เหนือกว่า ทัพผสมของมุสตาฟาและจูเนย์ดจึงถูกตีแตกพ่ายอย่างง่ายดาย
🟩 4. การทูตมาสเตอร์พีซ: เปลี่ยนภัยคุกคาม ให้กลายเป็น "นักโทษวีไอพี
"
♣️ เมื่อทัพแตก มุสตาฟาและจูเนย์ดหนีตายไปลี้ภัย ณ เมืองเทสซาโลนิกา (Thessaloniki) ซึ่งเป็นเขตแดนของจักรวรรดิไบแซนไทน์ ข้าหลวงไบแซนไทน์ยอมเปิดประตูรับให้ที่ลี้ภัย
♣️ นี่คือจุดวัดใจของเมห์เหม็ดที่ 1 พระองค์ยกทัพมาล้อมเมืองเทสซาโลนิกา และเรียกร้องให้ไบแซนไทน์ส่งตัวกบฏทั้งสองมาให้ประหาร แต่สำหรับปราชญ์อัจฉริยะทางการฑูต นี้เป็นหุ่นกระบอกไม้ชั้นดีจักรพรรดิมานูเอลที่ 2 แห่งไบแซนไทน์ทรงปฏิเสธอย่างสุภาพ นักโทษของเมห์เหม็ดสำหรับพระองค์คือแขก
(มานูเอลต้องการเก็บมุสตาฟาไว้เป็นไพ่ต่อรองกับสุลต่าน)
♣️แทนที่จะสั่งทหารบุกตีเมืองให้แตก (ซึ่งอาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่กับคริสเตียน) เมห์เหม็ดที่ 1 กลับเลือกใช้ "เงิน" แก้ปัญหา:
♣️ เมห์เหม็ดบรรลุข้อตกลงกับจักรพรรดิมานูเอลที่ 2 โดยไบแซนไทน์ตกลงจะเนรเทศมุสตาฟาและจูเนย์ดไปกักขังไว้บนเกาะเลมนอส (Lemnos) กลางทะเลอีเจียน และสัญญาว่าจะไม่ปล่อยตัวทั้งสองคนออกมาตราบใดที่เมห์เหม็ดที่ 1 ยังมีชีวิตอยู่
ออตโตมันเสนอ 300,000 เหรียญทองต่อปีเพื่อกักตัวมุสตาฟา
บำนาญกบฏ: แลกกับการเป็น "พัศดี" คุมขังให้ เมห์เหม็ดตกลงจ่ายเงินให้ราชสำนักไบแซนไทน์สูงถึง 300,000 เหรียญทองต่อปี! (ซึ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาลที่ช่วยหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไบแซนไทน์ให้อู้ฟู่ได้เลย)
มุสตาฟาถูกกักตัวบนเกาะเลมนอส (Lemnos)
🚩บทสรุป: ยอมกลืนเลือด กลืนศักดิ์ศรีเพื่อผลประโยชน์ของรัฐ
🟪 กบฏมุสตาฟาครั้งที่ 1 จบลงโดยที่เจ้าชายออตโตมันไม่ต้องหลั่งเลือด แต่มันสะท้อนถึงวุฒิภาวะอันเยือกเย็นของสุลต่านเมห์เหม็ดที่ 1 อย่างชัดเจน:
พระองค์ยอมเสียหน้า ยอมกลืนศักดิ์ศรีที่ต้องจ่ายเงินให้กษัตริย์คริสเตียนเพื่อขังพี่ชายของตนเอง เพราะพระองค์คำนวณแล้วว่า "ค่าใช้จ่ายในการจ่ายบำนาญให้ไบแซนไทน์นั้น ถูกกว่าค่าใช้จ่ายในการทำสงครามสู้รบหลายสิบเท่านัก"
🟪 การตัดสินใจนี้ซื้อความสงบสุขให้จักรวรรดิออตโตมันได้ตลอดรัชกาลของพระองค์... แต่มันก็กลายเป็น "ระเบิดเวลา" ที่ไบแซนไทน์เก็บไว้ใช้แบล็กเมล์ออตโตมันในอนาคต
.............
♦︎ ตลอดชีวิตของ สุลต่านเมห์เหม็ดที่ 1 ทรงใช้เวลาไปกับการซ่อมแซมจักรวรรดิออตโตมันที่แตกเป็นเสี่ยงๆ จากสงครามกลางเมือง 11 ปี บวกช่งเวลาแห่งการฟื้นฟูอีก 8 ปี แต่ความทุ่มเทอย่างหนักหน่วงนี้ แลกมาด้วยสุขภาพที่ทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว
♦︎ นำไปสู่ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตที่สำหรับพระองค์แล้ว แม้จะถูกความตายพรากไปแล้วพระองค์ก็ยังทรงยอมเล่นละครตบตา ทั้งหมดนี้เพื่อผลประโยชน์ของรัฐจนวินาทีสุดท้าย....
ตอนที่ 58 วาระสุดท้ายของเมห์เหม็ดที่ 1: ละครฉากใหญ่ 41 วัน และความตายที่ถูกปิดตาย

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา