Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เขียนไว้ให้เธอ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
15 มิ.ย. เวลา 08:59 • ความคิดเห็น
ขี้หมาติดหัว
วันก่อน น้องออย หมอฟันประจำตระกูลผมเขียนข้อความหนึ่งที่สะกิดใจมากๆ..
หมอออยเห็นมาจากโพสต์หนึ่งว่าเวลาอายุมากขึ้น มีหน้าที่การงานสูงขึ้น ความน่ากลัวของชีวิตไม่ใช่การมีขี้หมาติดอยู่บนหัว แต่การที่มีขี้หมาติดอยู่บนหัวแล้วไม่มีใครบอกเรา
เวลาไหว้พระ หมอออยเลยขอให้ตัวเองรายล้อมไปด้วยกัลยาณมิตรที่กล้าบอกกล้าเตือนในสิ่งที่เราไม่อยากฟัง ไม่ใช่เออออห่อหมกไปทุกเรื่อง….
ผมฟังแล้วนี่รีบยกมือไหว้ขึ้นฟ้าแล้วขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากๆ เพราะรู้เลยว่าในชีวิตมีกัลยาณมิตรที่ดีหลายคนมากๆ ที่เวลามีอะไรก็จะคอยบอก คอยเตือน คอยพูดตรงๆ หรือแม้แต่ผมไม่รู้ตัวก็จะมีพี่ๆมาเตือนเสมอ
คนแรกที่ผมนึกถึงเลยก็คือพี่ตุ้ม หนุ่มเมืองจันท์ ผมทำหลักสูตร abc กับพี่ตุ้มมาสิบกว่าปี แต่พี่ตุ้มเป็นมากกว่าคู่หูที่ทำงานด้วยกัน เพราะพี่ตุ้มเป็นพี่ชายที่คอยให้สติ คอยเตือนเวลาผมทำอะไรแล้วอาจสุ่มเสี่ยง หรือดูแล้วไม่ดีต่อตัวผมอยู่เนืองๆ เอาจริงๆแล้วพี่ตุ้มไม่ได้ทำแบบนี้เฉพาะผม น้องๆที่พี่ตุ้มสนิท เวลามีอะไรพี่ตุ้มก็จะคอยเป็นห่วง คอยเตือนด้วยความปรารถนาดี ผมว่ามีคนเห็นเหมือนผมอีกเยอะมาก
ล่าสุดพี่ตุ้มเพิ่งเป็นห่วงน้องคนหนึ่ง ตอนแรกจะฝากผมสะกิด แต่คุยกันซักพัก พี่ตุ้มบอกว่าเดี๋ยวผมบอกเองดีกว่า ผมยังย้ำพี่ตุ้มว่าพี่ตุ้มจะเตือนจริงเหรอพี่ เพราะเขาอาจจะไม่พอใจก็ได้ แต่พี่ตุ้มก็คิดว่าจำเป็นเพราะถ้าไม่เตือน เดี๋ยวน้องคนนั้นไม่เห็นภยันตรายที่กำลังจะมา เตือนแล้วเขาไม่เชื่อไม่ทำก็ไม่เป็นไร
พี่ตุ้มเป็นคนแบบนี้จริงๆ….
เวลาที่มีใครมาเตือนหรือให้ข้อมูลอะไรด้วยความเป็นห่วงนี่ผมจะรู้สึกขอบคุณเป็นพิเศษมากกว่าปกติมาก เพราะเขาไม่จำเป็นต้องบอกเราก็ได้ เดินมาบอกนี่ถ้าไม่ฟังก็คงเซ็ง หรือเจอคนเถียงยิ่งเซ็งเข้าไปใหญ่ทั้งที่ปรารถนาดีแท้ๆ การที่คนเราจะเดินมาบอก มาปิดห้องคุยด้วยจึงต้องมีน้ำใจกันมากกว่าปกติ
เมื่ออาทิตย์ก่อน ผมก็ได้รับน้ำใจแบบนั้นจากพี่หมอนาย นายแพทย์ ดิตถพงษ์ แห่ง S Spine ปกติผมกับพี่หมอนายก็เจอกันอยู่ที่ HOW Club คุยกันเรื่อยๆแต่ไม่ได้ลึกซึ้งอะไร ก็เคารพนับถือในความเป็นผู้ใหญ่ ความเก่งและความใจดี รู้เลยว่าไม่ง่ายที่พี่หมอนายจะมาบอกในเรื่องที่ไม่ต้องบอกก็ได้ แต่ด้วยความเป็นห่วงผมว่ามีขี้หมาติดหัว พี่หมอนายเลยตัดสินใจขอคุย
ระหว่างคุยก็ยิ่งรู้ว่าพี่หมอนายไม่ถนัดมากๆในการคุยอะไรแบบนี้ เพราะกลัวผมเข้าใจผิด แต่ก็พยายามเล่า มีความปรารถนาดีอยู่ในนั้นอย่างเต็มเปี่ยม
พอเห็นเรื่องขี้หมาติดหัวก็เลยนึกถึงพี่หมอนายขึ้นมาอีกคน…
นอกจากความโชคดีที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ส่งกัลยาณมิตรมาให้แล้ว ผมว่าการทำตัวให้ผู้คนที่หวังดีกล้าบอกเรานี่ก็สำคัญนะครับ ผมยังนึกอยู่เลยว่า เวลาเราอยากเตือนใครด้วยความเป็นห่วง ถ้าเขาไม่ได้ต้องการฟัง หรือชักสีหน้านิดนึง ผมก็จะไม่กล้า เคยมีคนรู้จักชวนไปชิมอาหารร้านเปิดใหม่ แล้วขอความเห็น พอเริ่มให้ความเห็นแบบตรงๆ หน้างี้ออกเลย พูดไม่จบประโยคก็สวนว่าที่ทำแบบนี้เพราะมีเหตุแบบนี้ ..
ความเห็นที่ได้ก็กลายเป็นแนวอวยๆ ชมๆ ไม่มีใครกล้าบอกเรื่องขี้หมาจริงๆ แทนที่จะได้ความเห็นดีๆ ไปปรับปรุงก็กลายเป็นหยุดนิ่งอยู่กับที่ไปซะอย่างนั้น…
การมีขี้หมาอยู่บนหัวแล้ว จะมีคนกล้าบอกเรา ก็เป็นศิลปะประเภทหนึ่งเหมือนกัน ลองทบทวนตัวเองดีๆว่าทำไมถึงไม่มีใครกล้าเตือนเราจริงๆดูซักทีก็ดีนะครับ อาจจะไม่ใช่แค่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ช่วย ท่านอาจจะช่วยแล้ว แต่เราไม่รับด้วยหูที่ดับ หน้าตาที่บอกบุญไม่รับ และปากที่ไวจนฟังไม่จบ
อาจจะเริ่มต้นจากการบอกคนรอบตัวด้วยการส่งบทความนี้ไป แล้วบอกว่า
ถ้าวันหนึ่งขี้หมาติดหัว ก็ช่วยบอกกันบ้างนะก็น่าจะดีนะครับ..
บันทึก
14
3
14
3
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย