เมื่อวาน เวลา 11:46 • ประวัติศาสตร์

ประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดหนักที่สุดในโลก ไม่ใช่ญี่ปุ่น ไม่ใช่เยอรมนี แต่คือ “ลาว”

ป.ล. เนื้อหาทั้งหมดเป็นเพียงการนำเสนอข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ไม่มีเจตนาส่งเสริมความรุนปรงทุกประเภท
หากลองให้ใครสักคนนิยามภาพความขัดแย้งในศตวรรษที่ 20 ภาพที่ทุกคนจะนึกถึงทันทีคงหนีไม่พ้นการทิ้งระเบิดปูพรมครั้งใหญ่ในสงครามโลกครั้งที่สอง (WWII) หรือความโหดร้ายของสงครามเวียดนาม (Vietnam War) ที่ถูกถ่ายทอดผ่านหน้าจอโทรทัศน์ เราต่างถูกพร่ำสอนมาว่าเหตุการณ์เหล่านั้นคือจุดสูงสุดของความพินาศย่อยยับทางการทหาร
ทว่า ประเทศที่ถูกทิ้งระเบิดหนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติไม่ใช่เยอรมนี ไม่ใช่ญี่ปุ่น และไม่ใช่แม้กระทั่งเวียดนาม
แต่คือ "ลาว" ประเทศเกษตรกรรมอันเงียบสงบที่ประกาศตัวเป็นกลางอย่างเป็นทางการ และหน่วยงานที่กระหน่ำทิ้งระเบิดเหล่านั้นก็ไม่ใช่กองทัพอเมริกันในรูปแบบปกติ แต่เป็นสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ที่ปฏิบัติการอย่างลับๆ นอกเหนือกฎหมาย หลบเลี่ยงการตรวจสอบจากรัฐสภาอย่างสิ้นเชิงเพื่อทำสงครามเงาอันโหดเหี้ยมที่ยาวนานถึงเก้าปี
การจะเข้าใจว่าประเทศมหาอำนาจใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายใดในการทำลายล้างประเทศอธิปไตยอย่างลับๆ จนย่อยยับเช่นนี้ เราต้องย้อนกลับไปดูสนธิสัญญาที่พวกเขาพยายามซิกแซ็กหลบเลี่ยง โดยในปีค.ศ.1962 (พ.ศ.2505) ประชาคมโลกได้ร่วมลงนามใน “อนุสัญญาเจนีวา (Geneva Accords)” เพื่อรับรองให้ลาวเป็นประเทศตัวกลางที่มีความเป็นกลางทางการเมือง ซึ่งหมายความว่าทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตไม่สามารถส่งกองกำลังทหารเข้าไปประจำการบนแผ่นดินลาวได้อย่างถูกกฎหมาย
ทว่าความเป็นจริงในสนามรบกลับซับซ้อนกว่านั้นมาก เมื่อเวียดนามเหนือได้ใช้ "เส้นทางโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Trail)“ ซึ่งเป็นเครือข่ายลำเลียงพลขนาดใหญ่ ตัดผ่านป่าทึบของลาวเพื่อส่งอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าไปยังเวียดนามใต้
เพนตากอน (กระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกา) ก็ต้องการที่จะทำลายเส้นทางส่งกำลังบำรุงนี้ใจจะขาด แต่เนื่องจากกองทัพอเมริกันมีข้อจำกัดทางกฎหมาย ไม่สามารถเหยียบย่างเข้าสู่แผ่นดินลาวได้ วอชิงตันจึงโยนภารกิจนี้ไปให้ CIA จัดการแทน
และ CIA ก็ตระหนักดีว่า พวกเขาไม่จำเป็นต้องส่งทหารอเมริกันไปตาย สิ่งที่พวกเขาต้องใช้ มีเพียงแค่เงินและระเบิดเท่านั้น
CIA ขับเคลื่อนการรบจากฐานทัพลับที่ชื่อว่า "ล่องแจ้ง" (ซึ่งกลายเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของลาวในเวลานั้น ทั้งที่ไม่เคยปรากฏอยู่บนแผนที่อย่างเป็นทางการฉบับใดเลย) พวกเขาจัดตั้งและสนับสนุนเงินทุนให้กับ "กองทัพตัวแทน" ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ม้งในท้องถิ่นกว่า 30,000 นาย เพื่อทำสงครามภาคพื้นดิน
แต่ความสยดสยองที่แท้จริงมาจากฟากฟ้า โดยตั้งแต่ปีค.ศ.1964-1973 (พ.ศ.2507-2516) CIA ได้สั่งการแคมเปญทิ้งระเบิดลับที่ค้านสายตาและความรู้สึกของมนุษยชาติอย่างสิ้นเชิง
สหรัฐอเมริกาได้ทิ้งระเบิดลงบนแผ่นดินลาวรวมแล้วกว่าสองล้านตัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ตัวเลขนี้เทียบเท่ากับการที่เครื่องบินทิ้งระเบิด B-52 บรรทุกระเบิดมาเต็มพิกัด แล้วบินมาปล่อยลงสู่พื้นดิน ทุกๆแปดนาทีตลอด 24 ชั่วโมงต่อเนื่องกันยาวนานถึงเก้าปีเต็ม
1
ปริมาณระเบิดที่ CIA ถล่มใส่ประเทศเกษตรกรรมเล็กๆ ที่เป็นกลางแห่งนี้ มีจำนวนมากกว่าระเบิดที่กองกำลังสัมพันธมิตรทั้งหมดใช้ทิ้งในทวีปยุโรปและสมรภูมิแปซิฟิกรวมกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองเสียด้วยซ้ำ
ในขณะที่สาธารณชนชาวอเมริกันกำลังจดจ่ออยู่กับการประท้วงสงครามเวียดนามผ่านหน้าจอทีวี พวกเขาก็ไม่มีทางรู้เลยว่าเงินภาษีของตนเองกำลังถูกนำไปใช้จ่ายให้กับการทำลายล้างที่ไร้ร่องรอยในอีกพื้นที่หนึ่ง
สิ่งที่ดำมืดที่สุดของโศกนาฏกรรมทางภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ปริมาณของวัตถุระเบิดมหาศาล ทว่ามันคือ "ชนิด" ของอาวุธที่ CIA เลือกใช้
ระเบิดส่วนใหญ่ที่ถูกทิ้งลงมาคือ "ระเบิดพวง" หรือ "ระเบิดลูกปืน (Cluster Bombs)“ ซึ่งเป็นระเบิดถังขนาดใหญ่ที่จะแตกตัวออกกลางอากาศ แล้วกระจายระเบิดลูกเล็กๆ (ขนาดพอๆ กับลูกเทนนิส) หลายร้อยลูกให้ตกเกลื่อนกลาดไปทั่วผืนป่า ทว่า มีการประเมินว่าระเบิดลูกปืนจิ๋วเหล่านี้ราวๆ 30% ไม่ยอมระเบิดทำงานทันทีเมื่อกระทบพื้น
นั่นหมายความว่า CIA ได้ทิ้งระเบิดแสวงเครื่องที่มีความไวต่อการสัมผัสสูงและยังมีอานุภาพทำลายล้าง พร้อมใช้งานกว่า 80 ล้านลูก ฝังอยู่ตามชนบทของลาว
แม้ในปัจจุบัน เวลาจะล่วงเลยผ่านไปกว่า 50 ปีแล้วนับตั้งแต่สงครามเงายุติลง แต่ชาวนาที่กำลังไถพรวนดิน หรือเด็กๆ ที่วิ่งเล่นตามพื้นดิน ก็ยังคงต้องสูญเสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือเผชิญกับความสูญเสียจากวัตถุระเบิดของฝ่ายอเมริกันที่ยังไม่ทำงานเหล่านี้อยู่เป็นประจำ
โฆษณา