16 มิ.ย. เวลา 23:45 • หุ้น & เศรษฐกิจ

📌 ปี 69 เลือกลดหย่อนภาษีด้วยอะไรดี?

ภาษีเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเรารู้จัก "การวางแผนภาษี" เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์และเพิ่มเงินออมได้อย่างถูกกฎหมาย
✨ หากวางแผนภาษีอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เรา
• ไม่ต้องจ่ายภาษีเกินความจำเป็น
• วางแผนการเงินได้เป็นระบบมากขึ้น
📖 การวางแผนภาษี คืออะไร?
คือการนำ "สิทธิลดหย่อนตามกฎหมาย" มาใช้เพื่อลดภาษีที่ต้องจ่ายอย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับเป้าหมายของตัวเอง
🚩 เริ่มต้นวางแผนภาษี ต้องรู้ 3 เรื่องนี้
1️⃣ รู้ฐานภาษีของตัวเอง
• คำนวณให้ได้ว่าต้องเสียภาษีกี่บาท
• อยู่ในฐานภาษีกี่ %
2️⃣ เข้าใจเงื่อนไขค่าลดหย่อน
• ลดหย่อนได้เท่าไร
• ต้องถือกี่ปี
• มีข้อผูกมัดอะไรบ้าง
3️⃣ ดูเป้าหมายการเงินและสภาพคล่องของตัวเอง
ตัวอย่าง
💡 หากอยู่ในฐานภาษี 10%
• ลงทุน RMF 30,000 บาท
• ประหยัดภาษีได้ 3,000 บาท
แต่ต้อง
• ถือเงินจนถึงอายุ 55 ปี
• ลงทุนมาแล้วอย่างน้อย 5 ปี
• ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (ขาดได้ไม่เกิน 1 ปีติดกัน)
ดังนั้น ก่อนลงทุนควรถามตัวเองว่า
✅ เงินก้อนนี้เหมาะกับแผนการเงินของเราหรือไม่
✅ สามารถทำตามเงื่อนไขได้จริงหรือไม่
✅ หากวางแผนตั้งแต่ต้นปี อาจทยอยลงทุนแบบ DCA เพื่อไม่ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ช่วงปลายปี (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแผนการเงินของแต่ละคน)
🎯 สิทธิลดหย่อน = เครื่องมือวางแผนการเงิน
เลือกให้ตรงกับ "เป้าหมายชีวิต" จะคุ้มค่าที่สุด
🏥 เป้าหมายด้านหลักประกันสุขภาพ
• ประกันสังคม
▪️ ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
▪️ สูงสุด 10,500 บาท
• ประกันสุขภาพตนเอง
▪️ ลดหย่อนได้ตามเบี้ยที่จ่ายจริง
▪️ ไม่เกิน 25,000 บาท
▪️ รวมกับประกันชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 บาท
🛡️ เป้าหมายด้านความคุ้มครองชีวิต
• ประกันชีวิต (คุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป)
▪️ ลดหย่อนได้ตามจริง
▪️ ไม่เกิน 100,000 บาท
ประกันชีวิตหลัก ๆ มี 4 แบบ
• แบบตลอดชีพ
• แบบชั่วระยะเวลา
• แบบสะสมทรัพย์
• แบบควบการลงทุน (Unit Linked)
💰 เป้าหมายด้านการออมระยะยาว
• ประกันสะสมทรัพย์
▪️ คุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
▪️ มองเป็นการออม
▪️ ผลตอบแทนค่อนข้างแน่นอน
▪️ IRR ประมาณ 2% ต่อปี
🌱 TESG
▪️ ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้
▪️ สูงสุด 300,000 บาท (เพดานรวมกับ TESGX)
▪️ ถือครองอย่างน้อย 5 ปี สำหรับเงินลงทุนที่ใช้สิทธิลดหย่อนในปีภาษี 2567–2569
▪️ ลงทุนในหุ้นไทยและตราสารหนี้ไทยที่ผ่านเกณฑ์ ESG หรือ CG Rating ตั้งแต่ 3 ดาวขึ้นไป
📈 TESGX (Thai ESGX)
ลงทุนในสินทรัพย์ไทยตามแนวคิด ESG
▪️ ลงทุนในสินทรัพย์ไทยไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV
▪️ หุ้นไทยไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV
แบ่งเป็น 2 กรณี
🔹 ส่วนที่ 1 : เงินลงทุนใหม่
▪️ ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้
▪️ สูงสุด 300,000 บาท
▪️ เพดานปี 69 ใช้ร่วมกับ TESG
▪️ ถือครองอย่างน้อย 5 ปี (วันชนวัน)
🔹 ส่วนที่ 2 : ย้ายจาก LTF เดิม
▪️ กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจาก LTF ไปยัง TESGX ภายในช่วงเวลาที่กำหนดในปี 2568
▪️ ส่วนมูลค่าที่โอนย้ายเกิน 300,000 บาท สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนในปี 2569–2572 ได้เท่า ๆ กัน
▪️ สูงสุดปีละ 50,000 บาท
👴 เป้าหมายเพื่อการเกษียณ
• PVD
▪️ ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้
▪️ สูงสุด 500,000 บาท
• กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน
▪️ ลดหย่อนได้ไม่เกิน 500,000 บาท
• กอช. (สำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระ)
▪️ ลดหย่อนได้ตามจริง
▪️ ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
• RMF
▪️ ลดหย่อนได้ไม่เกิน 30% ของรายได้
▪️ สูงสุด 500,000 บาท
▪️ ต้องลงทุนทุกปี (ขาดได้ไม่เกิน 1 ปีติดกัน)
• ประกันบำนาญ
▪️ ลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้
▪️ สูงสุด 200,000 บาท
▪️ หากใช้สิทธิประกันชีวิตไม่ครบ 100,000 บาท สามารถนำประกันบำนาญไปลดหย่อนให้ครบ 100,000 บาท ก่อนได้
⚠️ เพดานรวมสำคัญมาก
ประกันบำนาญ + PVD + กบข. + กอช. + กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน + RMF
รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
🔎 ก่อนหาค่าลดหย่อนเพิ่ม ต้องเช็กอะไรบ้าง?
✅ รายได้ทั้งปีเท่าไร (รวมโบนัสและรายได้พิเศษ)
✅ ฐานภาษีปีนี้อยู่กี่ %
✅ ใช้สิทธิลดหย่อนไปแล้วเท่าไร
✅ เหลือเพดานลดหย่อนอีกกี่บาท
✅ เงินก้อนนี้เหมาะกับแผนการเงินและทำตามเงื่อนไขได้จริงหรือไม่
✅ เลือกแบบที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ใช่แค่ลดภาษีได้เยอะ
💡 ลดภาษีที่ดี = ได้ประโยชน์ทั้งวันนี้และวันหน้า โดยไม่สร้างภาระให้ตัวเองในอนาคต
🆕 แล้ว TISA จะมาไหม?
มีแนวคิดการจัดตั้ง TISA (Thailand Individual Savings Account) ซึ่งภาครัฐมีแนวคิดให้เป็นบัญชีออมและลงทุนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และถูกพูดถึงตั้งแต่ปี 2568
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการพิจารณา จึงต้องติดตามรายละเอียด เงื่อนไข และช่วงเวลาการบังคับใช้อย่างเป็นทางการต่อไป
#ภาษี #วางแผนภาษี #มนุษย์เงินเดือน #คิดภาษี #หมอยุ่งอยากมีเวลา #กองทุนรวม
โฆษณา