17 มิ.ย. เวลา 13:52 • ข่าวรอบโลก
สหรัฐอเมริกา

บรรยากาศเต็มไปด้วยความเข้มข้นทางการเมืองและสิทธิมนุษยชน

เกิดการชุมนุมประท้วงนอกสนามลอสแอนเจลิส (สนาม SoFi Stadium ในเมืองอิงเกิลวูด) เกิดขึ้นในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลกระหว่างทีมชาติอิหร่านกับนิวซีแลนด์
โดยมีกลุ่มชาวอิหร่านพลัดถิ่นและผู้ประท้วงหลายร้อยคนมารวมตัวกันโบก
ซึ่งมันเป็น ธงชาติอิหร่านก่อนการปฏิวัติ (ธงสัญลักษณ์สิงโตและดวงอาทิตย์)
2
ธงชาติอิหร่านก่อนการปฏิวัติอิสลามในปี 2522 นี้เป็นธงแถบแนวนอน 3 สี (สีเขียว สีขาว และสีแดง) ตรงกลางประดับด้วยตราสัญลักษณ์ "สิงโตและดวงอาทิตย์" (Shir-o-Khorshid)
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เก่าแก่ที่แสดงถึงรากฐานทางประวัติศาสตร์และอัตลักษณ์อันยาวนานของเปอร์เซียซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านรัฐบาลเตหะราน
แต่ขอบอกว่าเป็นการประท้วงนอกสนามนะครับ
ผู้ชุมนุมประมาณ 300-500 คน ได้รวมตัวกันนอกรั้วสนามเพื่อต่อต้านทางการอิหร่าน โดยมีป้ายข้อความเรียกร้องเสรีภาพและตะโกนสโลแกนว่า
"Woman, Life, Freedom" (สตรี ชีวิต เสรีภาพ) ซึ่งเป็นสโลแกนทางการเมืองของชาวเคิร์ด
ที่กลายมาเป็นสัญลักษณ์ระดับโลกของการต่อต้านการกดขี่ การทวงคืนสิทธิสตรี และความเท่าเทียม โดยโดดเด่นอย่างมากจากการประท้วงในประเทศอิหร่านเพื่อเรียกร้องเสรีภาพ
ข้อพิพาทเรื่องธงนี้ และ การประท้วงจึงเกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงอย่างหนัก
เนื่องจากฟีฟ่า (FIFA) ประกาศห้ามนำธงสิงโตและดวงอาทิตย์เข้าสนามโดยอ้างว่าเป็นสัญลักษณ์ทางการเมือง
โดยการประท้วงดังกล่าวเกิด ในตารางการแข่งขัน ที่ระบุว่าเป็นการแข่งขันระหว่าง "อิหร่านกับนิวซีแลนด์"
ส่งผลให้แฟนบอลบางส่วนต้องแอบนำธงเข้าไป หรือถูกเจ้าหน้าที่ขอให้ถอดเสื้อที่มีสัญลักษณ์ดังกล่าวออก
ทำให้...ท่ามกลางเสียงตะโกนจากอัฒจันทร์และนอกสนาม และคู่ต่อสู้ที่ดังที่สุดของอิหร่านกลับไม่ใช่นิวซีแลนด์
.... แต่เป็นคู่ต่อสู้ของตัวเอง
เจ้าหน้าที่อิหร่านเน้นย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าพวกเขาหวังว่าฟุตบอลจะรวมใจประชาชน
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบแบ่งกลุ่มครั้งนี้แทบไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความสามัคคีเลย
นอกสนามในลอสแอนเจลิส บรรยากาศเต็มไปด้วยการเมือง ธงชาติ และคำตะโกนลั่น....
ธงอิหร่านหลายร้อยผืนโบกสะบัดในสายลม ธงที่โดดเด่นที่สุดคือธงก่อนการปฏิวัติ ซึ่งมีรูปสิงโตและดวงอาทิตย์
แน่นอนครับ สำหรับชาวอิหร่าน-อเมริกันจำนวนมาก
ธงนี้ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านระบอบการปกครองของเตหะราน ฟีฟ่าถือว่าเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองและสั่งห้ามไม่ให้ใช้ในสนามกีฬา
อย่างไรก็ตาม ยังคงสามารถเห็นธงนี้ได้ภายในสนาม บางคนถึงกับพิมพ์ลงบนเสื้อยืดของตนเอง
ส่วนนอกสนาม ผู้ประท้วงหลายร้อยคนรวมตัวกัน
ไม่พอใจกับการตัดสินใจของฟีฟ่าและโกรธแค้นทีมชาติที่พวกเขาเห็นว่าเป็นตัวแทนของสาธารณรัฐอิสลาม ไม่ใช่ประชาชนอิหร่าน
“ทีมของผู้นำศาสนาไม่ใช่ทีมของฉัน” ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่งตะโกนออกมา
สอดคล้องกับอีกกลุ่มหนึ่งเรียกร้องพร้อมกันว่า “ระบอบการปกครองของอิหร่านต้องเปลี่ยนแปลง”
จากนั้นฝูงชนก็ร้องเพลงชาติอิหร่านก่อนการปฏิวัติ
ในกรณีนี้..ชายหนุ่มคนหนึ่งยิ้มเมื่อถูกถามเกี่ยวกับเนื้อเพลง “มันแสดงถึงเสรีภาพและศักดิ์ศรี” เขากล่าว
บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างมากเมื่อเข้าไปในสนามกีฬา ด้านนอก มีการตะโกนต่อต้านระบอบการปกครองและประกาศว่า
“ฉันมาที่นี่เพื่อสนับสนุนอิหร่าน ไม่ใช่ระบอบการปกครอง”
ในขณะที่ด้านในมีเสียงเชียร์อย่างร้อนแรงให้แก่นักกีฬา ซึ่งอิหร่านตกเป็นรองสองครั้ง แต่ในที่สุดก็เสมอกับนิวซีแลนด์ 2-2
ทำให้เสียงเชียร์ดังกึกก้องจากฝูงชน
ธงชาติอิหร่านหลายพันผืนโบกไปมาอยู่บนอัฒจันทร์
จากระยะไกล พวกมันดูเกือบจะเหมือนกัน แต่เมื่อมองใกล้ๆ พวกมันสื่อความหมายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
บางผืนเป็นธงอย่างเป็นทางการของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน
บางผืนแสดงสิงโตและดวงอาทิตย์ และทุกคนล้วนสวมใส่สีที่เป็นตัวแทนของอิหร่าน
นี่คือสถานการณ์ที่ผู้เล่นเผชิญหน้ากันระหว่าง อิหร่าน ที่ต่อสู้กับ อิหร่าน
1
“มันซับซ้อน” ซามาเนห์ ชาวอิหร่าน-อเมริกันที่อาศัยอยู่ในสหรัฐฯ มา 10 ปีกล่าว
“ฉันมาที่นี่เพื่อสนับสนุนอิหร่าน ไม่ใช่รัฐบาล ฉันคิดถึงประเทศของฉัน”
เธอบอกว่าเธออดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตาขณะที่เพลงชาติอิหร่านกำลังบรรเลง
“พ่อของฉันอยู่ที่นี่ แต่แม่ของฉันยังคงอยู่ในอิหร่านเพราะปัญหาเรื่องเอกสารและข้อจำกัดการเดินทางของประธานาธิบดีทรัมป์ ฉันเป็นห่วงเธอตลอดเวลาและกลัวที่จะกลับไปเยี่ยมเธอ”
เมื่อนิวซีแลนด์ขึ้นนำ ความขัดแย้งนี้ก็กลับปรากฏให้เห็นตลอดการแข่งขัน ผู้ชมบางส่วนที่ต่อต้านรัฐบาลโบกธงสิงโตและดวงอาทิตย์
และบางคนถึงกับนิ่งเงียบ...
เมื่อกลับไปที่นอกสนาม ประเด็นทางการเมืองก็กลับมาอีกครั้ง
“เราไม่ต้องการข้อตกลงใดๆ” นินีกล่าว โดยอ้างถึงข้อตกลงล่าสุดที่บรรลุระหว่างวอชิงตันและเตหะรานเพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
“ประชาชนอิหร่านสมควรได้รับการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ผู้คนถูกสังหารหมู่บนท้องถนนในเตหะราน”
“เราไม่สามารถทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นในเดือนมกราคมเป็นเรื่องปกติได้เพียงเพราะการแข่งขันกีฬา” ฟาริมาห์กล่าว
แน่นอนครับ....เธอสวมเสื้อยืดที่มีสัญลักษณ์สิงโตและดวงอาทิตย์ ...แฮร์
1
“ทีมนี้ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนอิหร่าน”
ใกล้ๆ กันนั้น มีผู้ประท้วงชื่อ คูรอช ซึ่งมีเชือกที่ทำขึ้นเอง เขาเอามันมาพันรอบคอ เป็นเชิงสัญลักษณ์ (Symbol)
และกล่าวว่า “มันเป็นสัญลักษณ์ของการหยุดยั้งการประหารชีวิตชาวอิหร่านผู้กล้าหาญและบริสุทธิ์”
เช่นเดียวกับหลายๆ คนในสนามกีฬา เขาเชื่อว่าผู้เล่นเป็นตัวแทนของระบอบการปกครอง ไม่ใช่ประชาชน
แต่ผู้เล่นกลับปฏิเสธในเรื่องนี้
1
โดยก่อนการแข่งขัน เมห์ดี ทาเรมี กองหน้ากล่าวว่า....ทีมต่อสู้เพื่อชาวอิหร่านทุกคน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง
แฟนบอลบางส่วนที่เข้าร่วมชมการแข่งขันก็มีความคิดเห็นเช่นเดียวกัน
แม้จะมีความตึงเครียดระหว่างบ้านเกิดและประเทศของเขา โมสตาฟา ชาวอิหร่าน-อเมริกัน เชื่อว่าฟุตบอลควรเป็นสิ่งที่รวมผู้คนเข้าด้วยกัน
“ฟุตบอลเป็นตัวแทนของมิตรภาพ การเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม และการวางเรื่องการเมืองไว้ข้างๆ” เขากล่าวขณะเดินเข้าไปในสนามกีฬา
“ผมพยายามแยกเรื่องรัฐบาลออกจากทีม”
เอลิกา ชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่านอีกคนหนึ่งที่รู้สึกขัดแย้ง แต่เธอเชื่อว่าการแยกทีมออกจากรัฐบาลเป็นสิ่งสำคัญ
เธอแต่งกายด้วยสีประจำชาติอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ และเชื่อว่าไม่ควรนำเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องกับนักฟุตบอล
“นักฟุตบอลเหล่านี้เป็นตัวแทนของประชาชนอิหร่าน” เธอกล่าว “พวกเขามาที่นี่เพื่อพิสูจน์ว่าเราสมควรที่จะอยู่บนเวทีนี้ เพื่อสื่อสารข้อความแห่งมิตรภาพและคุณค่าของมนุษย์”
เอลิกา ชาวอเมริกันเชื้อสายอิหร่านคนนี้ พ่อของเธอเสียชีวิตในปี 2563 และการชมอิหร่านเล่นฟุตบอลโลกด้วยกันก็เป็นประเพณีของครอบครัวที่สืบทอดกันมายาวนาน
“ฉันรู้สึกว่าฉันต้องมา เพื่อระลึกถึงพ่อของฉัน และเพื่อชาวอิหร่านที่ต้องการสันติภาพและสนุกกับการชมเกม” เธอกล่าว และกล่าวเสริมว่า....
“ฉันพยายามแยกระบอบการปกครองออกจากทีม”
แม้จะไม่มีการประท้วง การเมืองก็ยังคงบดบังการเดินทางของอิหร่านในฟุตบอลโลกอย่างต่อเนื่อง
อย่างเช่น ปัญหาเรื่องวีซ่า ที่ทำให้ทีมอิหร่านต้องย้ายค่ายจากแอริโซนาไปยังติฮัวนา เม็กซิโก ซึ่งผมหมายความว่านักฟุตบอลจะเล่นในสหรัฐอเมริกาแต่ต้องพักอาศัยอยู่อีกฝั่งหนึ่งของพรมแดน
แสดงให้เห็นว่า....แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงจะช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับการบานปลาย แต่ความตึงเครียดก็ยังคงอยู่
1
ท่ามกลางสถานการณ์เช่นนี้ นักเตะยังคงพยายามมุ่งเน้นไปที่ฟุตบอล
และการยืนประท้วงก็อยู่ที่นอกสนาม
ทำให้ยากที่จะเชื่อว่าฟุตบอลจะแยกออกจากเรื่องการเมืองได้ ...ที่นี่ ทีมชาติอิหร่านอาจหวังที่จะสร้างความสามัคคีผ่านการแข่งขัน
แต่สิ่งที่เกมเปิด(การประท้วง)สนามฟุตบอลโลกเผยให้เห็นคือความแตกแยกอย่างลึกซึ้งที่ยังคงมีอยู่ภายในสังคมอิหร่าน
แม้จะมีความตึงเครียดด้านการเมือง
แต่แฟนบอลชาวอิหร่านในสนามก็ให้กำลังใจทัพนักกีฬาอย่างกึกก้อง และสามารถเสมอกับนิวซีแลนด์ไปอย่างสุดมัน
ด้วยสกอร์ 2 ต่อ2 นะครับท่านผู้ชม....
1
โฆษณา