17 มิ.ย. เวลา 07:33 • บันเทิง

The Villisca Axe Murders – คดีสังหารหมู่ด้วยขวานที่ยังไร้คำตอบมากว่า 100 ปี

ในประวัติศาสตร์อาชญากรรมของสหรัฐอเมริกา มีคดีไม่กี่คดีที่สร้างความสะเทือนใจได้เท่ากับ “The Villisca Axe Murders” การสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นในเมืองเล็ก ๆ ชื่อ Villisca เมื่อปี 1912 และยังคงเป็นปริศนาจนถึงปัจจุบัน
คืนวันที่ 9 มิถุนายน 1912 ครอบครัวของ Josiah Moore และ Sarah Moore เดินทางกลับบ้านหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมของโบสถ์ พร้อมลูกทั้งสี่คน นอกจากนี้ยังมีเด็กหญิงเพื่อนบ้านอีกสองคนมาค้างคืนที่บ้านด้วย
เช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อนบ้านเริ่มผิดสังเกตเมื่อไม่มีใครออกมาทำกิจวัตรประจำวัน เมื่อเข้าไปตรวจสอบ พวกเขาพบภาพอันน่าสยดสยอง สมาชิกทั้ง 8 คนในบ้านเสียชีวิตทั้งหมด
เจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าเหยื่อทุกคนถูกสังหารด้วยขวาน ซึ่งเป็นขวานของเจ้าของบ้านเอง คนร้ายทิ้งอาวุธไว้ในที่เกิดเหตุ และดูเหมือนจะใช้เวลาอยู่ในบ้านหลังเกิดเหตุเป็นเวลานานหลังการสังหาร
สิ่งที่ทำให้นักสืบประหลาดใจคือ พฤติกรรมแปลก ๆ ของผู้ก่อเหตุ กระจกภายในบ้านถูกคลุมด้วยผ้า หน้าต่างหลายบานถูกปิด และมีหลักฐานบ่งชี้ว่าฆาตกรอาจซ่อนตัวอยู่ในบ้านก่อนที่ครอบครัวจะกลับมา
คดีนี้ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วประเทศ และมีผู้ต้องสงสัยหลายคน หนึ่งในนั้นคือ George Kelly อดีตบาทหลวงที่มีพฤติกรรมผิดปกติ เขาเคยสารภาพผิดระหว่างการสอบสวน แต่ภายหลังกลับถอนคำสารภาพ และท้ายที่สุดศาลยกฟ้องเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ยังมีชื่อของ Henry Lee Moore ซึ่งถูกเชื่อมโยงกับคดีฆาตกรรมด้วยขวานหลายคดีในยุคเดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ความเกี่ยวข้องได้
แม้เวลาจะผ่านมากว่า 100 ปี แต่คดี Villisca Axe Murders ยังคงไม่สามารถปิดได้อย่างสมบูรณ์ หลักฐานจำนวนมากสูญหายไปตามกาลเวลา ขณะที่พยานและผู้เกี่ยวข้องต่างเสียชีวิตไปแล้ว
ทุกวันนี้ บ้านหลังเกิดเหตุยังคงตั้งอยู่และกลายเป็นสถานที่ที่ผู้สนใจประวัติศาสตร์อาชญากรรมเดินทางไปเยี่ยมชม คดีนี้ยังถูกกล่าวถึงในหนังสือ สารคดี และรายการสืบสวนต่าง ๆ ในฐานะหนึ่งในปริศนาฆาตกรรมที่น่ากลัวที่สุดของอเมริกา
และจนถึงทุกวันนี้ คำถามสำคัญยังคงไม่มีคำตอบ...
ใครกันแน่คือคนที่ถือขวานเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น เมื่อค่ำคืนแห่งเดือนมิถุนายน ปี 1912?
โฆษณา