วันนี้ เวลา 06:00 • สิ่งแวดล้อม

โลกร้อนทุบสถิติใหม่ จากฝีมือมนุษย์ล้วน ๆ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุด งบประมาณคาร์บอนเหลือ 3 ปี คาดอุณหภูมิทะลุ 1.5°C ในปี 2030 หากไม่ลดการปล่อยก๊าซทันที

รายงานตัวชี้วัดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ฉบับที่ 4 ระบุว่า ในปี 2025 ระดับการร้อนขึ้นที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ พุ่งแตะระดับ 1.37 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม ข้อมูลนี้สอดคล้องกับการตรวจวัดอุณหภูมิพื้นผิวโลกจริง ซึ่งพบว่าปี 2025 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับสามเท่าที่มีการบันทึกมา โดยปัจจัยจากความแปรปรวนทางธรรมชาติมีส่วนเกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นอกจากนี้ ในช่วงปี 2016–2025 อัตราการร้อนขึ้นจากกิจกรรมของมนุษย์ ยังคงรักษาระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.27 องศาเซลเซียสต่อทศวรรษ นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากแนวโน้มนี้ยังคงดำเนินต่อไป โลกจะก้าวข้ามเกณฑ์สำคัญที่ 1.5 องศาเซลเซียสตามความตกลงปารีส ภายในช่วงปี 2030 หรือในเวลาอีกประมาณ 4 ปีข้างหน้า ซึ่งเร็วกว่าที่หลายฝ่ายเคยคาดการณ์ไว้
ในปี 2024 โลกมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 56,800 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล แม้ในตอนนี้อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ปริมาณก๊าซที่ถูกปล่อยออกมาทั้งหมดก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอัตราที่น่ากังวล
ความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกหลักสามชนิดในชั้นบรรยากาศ ได้แก่ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน และก๊าซไนตรัสออกไซด์ ล้วนทำสถิติสูงสุดใหม่ในปี 2025 โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ที่พุ่งสูงถึง 425.6 ส่วนในล้านส่วน (ppm) เพิ่มขึ้น 3.8% จากระดับปี 2019 แสดงให้เห็นว่าก๊าซเหล่านี้กำลังดักจับความร้อนไว้ในบรรยากาศมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในช่วงสิบที่ผ่านมาเกิดกิจกรรมของมนุษย์เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้น และกำลังส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและระบบนิเวศทั่วโลก ซึ่งสถานการณ์จะยิ่งเลวร้ายลงหากอุณหภูมิยังคงเพิ่มสูงขึ้นโดยไม่มีการยับยั้งอย่างจริงจัง
งบประมาณคาร์บอนที่เหลืออยู่ (RCB) เพื่อจำกัดอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส เหลืออยู่เพียง 130,000 ล้านตันเมื่อนับจากต้นปี 2026 หากอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับปัจจุบัน RCB ที่มีอยู่จะหมดลงภายในเวลาประมาณ 3 ปี ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเราไม่สามารถรักษาเป้าหมายตามความตกลงปารีสได้แล้ว
อ่านต่อ:
โฆษณา