วันนี้ เวลา 10:00 • ธุรกิจ

อายุ 20+ ก็มีแบรนด์เนมแล้ว เศรษฐกิจไทยไม่ดี แต่แบรนด์เนมยังขายได้ กูรูชี้ แบรนด์หรูปักหมุด 'ไทยแลนด์' สำคัญอันดับ 3 ของตลาดลักชัวรีแห่งเอเชีย

ตลาดสินค้าแบรนด์เนมในประเทศไทยมีมูลค่าร่วม 2 แสนล้านบาท เติบโตต่อเนื่อง 6-7% ต่อปี และ "ไทย" ยังเป็นหมุดหมายสำคัญที่แบรนด์เนมต่างมาทำตลาดอันดับ 3 ของเอเชีย รองจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภค “ส่วนใหญ่” ยังต้องการมีแบรนด์เนมไว้ครอบครองในชีวิต
ปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ผู้ก่อตั้งบริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด (Brandname Money) ผู้นำบริการขายฝากและสินเชื่อแบรนด์เนมแห่งเดียวในประเทศไทย และแห่งแรกของโลก เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ทำให้ตลาดสินค้าแบรนด์เนมยังเติบโตได้ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภค 70-80% ต้องการมีแบนด์เนมไว้ครอบครอง และยินดีจะซื้อแม้เศรษฐกิจไม่ดี แต่อุปสรรคใหญ่คือ ไม่มีโอกาส เอื้อมไม่ถึง
“ความรู้สึกผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์เนมไกลตัวเกินไป คิดว่าเป็นสินค้าที่คู่ควรกับคนรวย คนรวยมากจึงจะเข้าช็อปไปซื้อได้”
ทั้งนี้ หากพิจารณาผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีแบรนด์เนมตั้งแต่อายุน้อยลง 20 ปีขึ้นไป คนที่ใช้มือถือระดับราคา 7 หมื่นบาทต่อเครื่อง และเปลี่ยนทุกปี กลาเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญ เพราะแบรนด์เนมเป็นเครื่องบ่งบอกสถานะ ซึ่ง “แบรนด์เนม มันนี่” ช่วย “ช็อต คัท” ให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของสินค้าลักชัวรีได้
โดยบริการของ “แบรนด์เนม มันนี่” มี 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.สินเชื่อเช่าซื้อ ที่สามารถ “ผ่อนไป-ใช้ไป อัตราดอกเบี้ย 0.99% ต่อเดือน หรือ 11.88% ต่อปี ทำสัดส่วน 45% ของพอร์ตสินเชื่อ 2. บริการขายฝาก ในรูปแบบการรับจำนำ อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายกำหนด ที่ 1.25% ต่อเดือน หรือ 15% ต่อปี สัดส่วน 45% และ 3.สินเชื่อ “ผ่อนจบ-รับของ” รับสินค้าเมื่อผ่อนครบ ดอกเบี้ย 1.25% ต่อเดือน หรือ 15% ต่อปี สัดส่วน 10%
“ลูกค้าที่ต้องการผ่อนไปใช้ไป จะต้องวางเงินดาวน์ 30% แต่การจ่ายต่อเดือนต่ำหลักร้อยบาท ส่วนผ่อนจบรับสินค้า ไม่ต้องยื่นเอกสาร อนุมัติไวใน 1 ชั่วโมง กรณีที่ลูกค้าไม่ต้องการพลาดสินค้าบริษัทซื้อให้ก่อน ล็อกราคาไว้ ส่วนฝากขาย เหมาะกับผู้ที่ขาดสภาพคล่อง อยากใช้เงิน และยังย้ายฝากจากที่อื่นได้ โดยบริษัทจะไปปิดยอดสินเชื่อที่เดิมให้”
ทั้งนี้ บริษัทยังมองโอกาสเติบโตของตลาดสินค้าแบรนด์เนม เพราะผู้บริโภคโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ “อายุน้อยร้อยล้าน” มากขึ้น อีกด้านคนอาจมองสินค้าหรูเป็นของฟุ่มเฟือย แต่ยังมีด้านที่ลงทุนได้จริง เช่น นาฬิกา(ปาเต็ก ฟิลลิปป์) 10 ปีก่อน เรือนหลัก 3 แสนบาท ปัจจุบัน 3 ล้านบาท กระเป๋าหลัก 1 แสนบาท พุ่งเป็น 5 แสนบาท สร้างตัวตน และเติมเต็มชีวิตชีวิตคนได้ การพบปะผู้ใหญ่ นักลงทุน ทำให้ตัวมีคุณค่ามากขึ้น แบรนด์เนมสะท้อนการมีค่าที่แท้จริง
“บางคนชอบสะสม ซื้อทองคำ เพชร ที่ดิน เก็บเงิน มีเงินในบัญชีมากเท่าไหร่ยิ่งมีความสุขมากเท่านั้น แต่มีคนจำนวนมากซื้อแบรนด์เนม ดังนั้นเศรษฐกิจดีหรือไม่ดี จึงเห็นช็อปหลุยส์ วิตตอง ชาแนล แอร์เมส ปาเต๊ก ฟิลิปส์ โรเล็กซ์ ยังมีผู้บริโภคต่อคิวซื้อเต็ม ที่สำคัญการจะซื้อสินค้ารุ่นยอดนิยมได้ จะต้องมียอดสะสม”
#กรุงเทพธุรกิจ #InsightforOpportunities #กรุงเทพธุรกิจEconomic #กรุงเทพธุรกิจBusiness
โฆษณา