วันนี้ เวลา 00:00 • ข่าวรอบโลก

จากแผนสันติภาพ 'สหรัฐ-อิหร่าน' ถึงสมดุลพลังงาน 'รัสเซีย-อาเซียน' | #บทบรรณาธิการกรุงเทพธุรกิจ

นับว่าข่าวดีมาก่อนกำหนดสองวันเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ และประธานาธิบดีมาซุด เปเซสเคียนของอิหร่าน ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) อันจะนำไปสู่ข้อตกลงสันติภาพในท้ายที่สุด การลงนามผ่านอิเล็กทรอนิกส์ของสองผู้นำเมื่อวันพุธ (17 มิ.ย.) ส่งผลให้เอ็มโอยูมีผลบังคับใช้ทันที
ประเด็นสำคัญที่โลกจับตาอยู่ที่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสำคัญของโลก สงครามทำให้ช่องแคบใช้การไม่ได้เหมือนเดิม ราคาน้ำมันสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว
ก่อนสงคราม ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบหนึ่งในห้าของโลก แต่ในปัจจุบัน เรือหลายร้อยลำที่ติดอยู่ในอ่าวเปอร์เซียจะต้องใช้เวลาในการออกจากช่องแคบ ผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียที่ลดกำลังการผลิตลงจะต้องใช้เวลาในการเริ่มผลิตน้ำมันอีกครั้ง บริษัทเดินเรือก็อาจต้องใช้เวลาตัดสินใจว่าช่องแคบปลอดภัยจริงๆ หรือยัง ภัยคุกคามจากการถูกโจมตียังมีอีกหรือไม่
โกลด์แมนแซกส์คาดการณ์ว่าปริมาณการไหลผ่านน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเคลื่อนไหวแค่ 70% ของระดับก่อนเกิดสงคราม เพราะผู้ผลิตในภูมิภาคได้หันไปพึ่งพาเส้นทางทางเลือกอื่นๆ
ระหว่างที่โลกกำลังลุ้นเรื่องเอ็มโอยูสหรัฐ-อิหร่าน อีกมุมหนึ่งของโลกมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับผู้นำและเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ร่วมการประชุมสุดยอด “รัสเซีย-อาเซียน” ที่เมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 17-18 มิถุนายนนี้ เฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับอาเซียน
และโอกาสครบรอบ 30 ปีที่รัสเซียเป็นคู่เจรจาของอาเซียน ถือเป็นการประชุมสุดยอดครั้งแรกนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อปี 2022 ประเด็นหลักหนีไม่พ้นเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน และนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูลเข้าร่วมประชุมด้วย
รัสเซียก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแหล่งพลังงานสำคัญของอาเซียน หลังสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่านส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซปิดตัวลงโดยพฤตินัย กระทบการส่งออกน้ำมันและก๊าซซึ่งมีความสำคัญต่อประชากร 680 ล้านคนในภูมิภาค แม้เอ็มโอยูระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ทำให้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทุเลาลง
แต่วิกฤติดังกล่าวได้ผลักดันให้สมาชิกอาเซียนหลายประเทศหันมาหารือความร่วมมือด้านพลังงานกับมอสโกมากขึ้น กล่าวได้ว่า พลังงานเป็นเรื่องปากท้องของแท้ พลังงานขึ้นราคาสินค้าก็ขึ้นราคา แต่ละประเทศล้วนต้องเร่งกระจายความเสี่ยง นายกฯ อนุทินไปจับมือกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินมาแล้ว กลับมาหวังว่าจะมีข่าวดีด้านพลังงานมาฝากคนไทยบ้าง
โฆษณา