4 ชั่วโมงที่แล้ว • ปรัชญา

จากต้นโพธิ์ต้นนั้นสู่ห้องบำบัด : เมื่อพุทธศาสนากับจิตวิทยามีความเชื่อมโยงกัน

(🚫Disclaimer: เขียนจากความฟุ้ง การเชื่อมโยงและความเป็นไปได้ระหว่างพุทธศาสนากับจิตวิทยา)
ก่อนที่โลกจะมีคำว่า Psychology หรือการศึกษาจิตวิทยา กว่า 2,500 ปี พระพุทธเจ้าอาจเป็นหนึ่งในต้นแบบ (Role model) ของการศึกษาจิตใจมนุษย์ก็ได้นะ
ลองคิดว่า ...เจ้าชายสิทธัตถะ ผู้สละราชสมบัติและอำนาจทางการเมือง เพื่อออกเดินทางตามหาความหมายของการมีชีวิตอยู่ ในยุคชมพูทวีปที่ไม่ได้สะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน ผ่านทั้งการแสวงหา การเรียนรู้ และบำเพ็ญทุกรกิริยา จนกระทั่งสามารถสร้างผู้ติดตามและผู้ศรัทธาได้เป็นจำนวนมาก ทั้งที่ไม่มีอำนาจ ไม่มีเงินไม่มีสถานะใดๆ และไม่มี connection สนับสนุนด้วย !!!
หากเปรียบเทียบกับปัจจุบัน พระพุทธเจ้าอาจสวมบทบาทเป็นทั้งนักจิตวิทยา นักบำบัด ไลฟ์โค้ช นักปรัชญา ผู้นำทางความคิดและเป็น Infopreneur อยู่ในคนคนเดียวก็ได้
เพราะอะไร?
เพราะบุดด้าของเราเข้าถึงจิตใจมนุษย์ได้อย่างลึกซึ้ง ผ่านการสำรวจจิตใจของตัวเองก่อน ค้นหาคำตอบของเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต เป็นนักตั้งคำถาม ผ่าน 5W1H จนเกิดการ Awareness และการตื่นรู้ Awakening ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงภายในตัวเอง ก่อนจะส่งต่อความเข้าใจนั้นไปสู่ผู้คนรอบข้าง โดยไม่ได้ควบคุมหรือบังคับให้ใครเชื่อ
สอดคล้องกับจิตวิทยาตรงไหน?
- เข้าใจความคิด อารมณ์ แรงจูงใจ และธรรมชาติของจิตใจมนุษย์
- สอนให้ผู้คนมีสติ รู้เท่าทันตัวเอง และเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายในใจ
- ทำให้เห็นก่อน
สิ่งเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับแนวคิดใน Cognitive Psychology, จิตวิทยาพฤติกรรม, จิตวิทยาสังคม จิตวิเคราะห์ของฟรอยด์ ซึ่งคำสอนของพระองค์นี้ เกิดก่อนทฤษฎีทางจิตวิทยา หรือก่อนที่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ จะถูกขนานนามว่า 'บิดาแห่งจิตวิเคราะห์' รวมทั้ง คาร์ล ยุง หรือนักจิตวิทยาทั้งหลายจะเกิดอีก นอกจากนี้ ยังมี Emotional Intelligence อีกด้วย
บุดด้าไม่ได้เพียงบอกให้คนทำตาม แต่ชี้ให้เห็นความจริงบางอย่างที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจมนุษย์ ซึ่งหลายครั้งเราเองก็พยายามหลีกเลี่ยงที่จะยอมรับ
รวมทั้งตั้งคำถามให้ผู้คนได้ฉุกคิด กลับมาสังเกตตัวเอง ค้นหาคำตอบ ออกไปใช้ชีวิต เรียนรู้ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จริงด้วยตัวเอง เมื่อเขาได้เรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงก็จะเกิดขึ้นจากภายในใจ ไม่ใช่เขาถูกคอนโทรลหรือบังคับ แต่เพื่อประโยชน์ของตัวเขาเอง
และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนศรัทธาและเลื่อมใสในพระพุทธเจ้า นำคำสอนไปปฏิบัติ เพราะชีวิตของตัวเองดีขึ้น เข้าใจตัวเองมากขึ้น และมีความทุกข์ใจน้อยลง
นี่อาจเป็นหนึ่งในอิทธิพลที่ยั่งยืนที่สุด ที่ไม่ได้เกิดจากอำนาจทางการเมือง เงินทอง หรือยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่มาจากความสามารถในการเข้าใจมนุษย์อย่างแท้จริง
เป็น Soft Power ที่ไม่ได้บังคับใคร แต่ค่อยๆ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงจากภายในสู่ภายนอก
บทความโดย : Mananya S. | HappyNowJournal
โฆษณา