19 มิ.ย. เวลา 08:27 • ไลฟ์สไตล์
มีเรื่ิองราว หนึ่งมีพระท่านมาจากแดนไกล มาสอน เรื่องราวขอวชองการ ที่เราได้เรือมา..คือ กายบิดามารดาที่เป็นมนุษย์ ที่เราได้มา ให้จิตเราอาศัยอยู่ในกายนี้ ก็นำ นำกายที่เป็นเหมือนเรือ จิตนั้น ก็นั่งอยู่ในเรือ ก็นำกายนี้ มาลงน้ำ คือปฏิบัติธรรม เดินจงกรม ไปเส้นทาง เดินตามรอย องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เดินกายนิ่ง จิตนิ่ง เดินเหยียบไปตามพื้น ที่ใช้เทป ติดเป็นเครื่องหมาย การเดิน . มีการกราบพระอธิษฐาน จิตข้าพเจ้าอาศัยอยู่ ในเรือนกายของคุณบิดามารดาของข้าพเจ้าม ข้าพเจ้าขอนำเรือกาย มาฝึกหัด เดืนจงกรรม พายเรือ
เมื่่อจะก่อนจะเดิน จงกรม มืซ้ายวางลงไปที่เหนือสะดือ..มารดา มือขวาบิดาวางลงไป ทับมทอซ้าย..บิดา ก็พระท่านมาสอน เรื่องการพายเรือ พายเรือค้วยจิต มีสติอยู่บมหายใจเข้าออก อยู่ที่ปลายจมูก เหมือนเป็นหัวเรือ .แล้วก็พายเรือไป .ตรงที จิตนั้น อยู่ที่ปลายจมูก ที่เป็นเสมือนหัวเรือ ที่อยู่กับคำว่า ดินฟ้าอากาศ นั่น เวลาเดืน ก็อาศัย วิญญาณหูหัง คำบรรยาย ของพระ จับเสียง ที่ท่านพูด แล้วก็เดินจงกรม ไป .เสียงที่เราจับ นั่น
ท่านก็มีการเปิดโค้ด ระหัส เป็นหมายเลข ต่างๆ ที่เป็นเรื่องราวของ ปรมัตถ ที่หูเราฟัง ก็จะที่เรื่องราว ที่ว่า จิตเจ้าไปอยู่ใน โค้ระหัส ที่ท่านสอนบรรยาย เรื่องราว ที่พายเรือทวนน้ำ พายทวนกระแสน้ำ กระแสอารมณ์ ที่ลอยมา ตามน้ำ มีทั้งหมาเน่า ลอยมา วัตถุสิ่งของเงินทอง ชื่อเสียง ลาภยศ ของสวย รูปสวย เราก็หยิบของเหล่านั้น เก็บเข้ามใส่ในเรือ
อีกทั้งมีคลื่นลม อุปสรรคต่าง ที่เราจะต้องฝ่าฟัน ทิฐิ ความคือเห็นต่างๆ มันมีเรื่องกระแสน้ำ ต่างๆมากมาย ที่จิตเรา ที่อยู่หัวเรือ .มองไป รับรู้ได้ .เช่น เราไปพายเรือในสายน้ำที่ ขุ่น หมอง .. น้ำเขียว มีคลื่นลมต่างๆ ไหลมาปะทะที่หัวเรือ เราก็ประคับประคองเรือยาก
บางทีก็นำหัวเรือ มุดลงไปในน้ำคลำ น้ำขุ่น คือ ไปเจอะเจอ หมาเน่า ลอยมา เราก็เอาหัวเรือไปปะทะ กลิ่นมาเน่า ก็ติดที่หัวเรือ ยิ่งไปเอาของเน่า ของไม่ดีใส่มาในเรือ จิตที่อาศัยในเรือ ก็ไม่มีความสุขเพร่าะของเน่าเหม็นมันรบกวน จิตที่อยู่ นั่งอยู่ในเรือ
เรื่องราวที่พระท่านสอน เรื่องราวการพายเรือ ครั้งละสองชั่วโมง นั้นก็ทำให้เรารู้เรื่องราวทุกข์ ที่เราไปหามาใส่ในกายนี้เองใจ คือ บรรทุกของหนักในเรือ ที่เราก็เก็บมาทุกวันๆ ไป เรือมันก็หนัก มุดหัว จมลงไป ๆ อยู่ใต้น้ำ . ความรู้สึกแย่ มันก็เกิดขึ้น เหมือนคนกำลังจะจมน้ำ .
คราวนี้ ..การที่จะทำให้เรือมันเบา จะหยิบของหนัก ออกไปจาเรือ ของเน่า ของเสีย ที่อยู่ในเรือ ปัญหาตรงนี้ แหละที่เราก็มองไม่เห็น สิ่งที่ ..จิตเรสไปยึดเก็บมาไว้ในเรือ ในกายนี่ แล้วเราจะทำอย่างไรให้เรือ ให้กายน้ สะอาดสะอ้าน ไม่รกรุงรัง . จะทำอย่างไร ดีหนอ .
นั้นเราก็ต้องรู้จัก สิ่งที่เรา นำเข้ามา กองๆไว้ ขนเข้ามาในเรือ ทำให้เรือมันหนัก วัตถุสิ่งของที่เราหามายึด จิตมันยึด .เข่น สะสมทอง อุตส่าห์ไปแอบไปซ่อน เจ็บป่วยก็นึกถึง ที่เอาทองไปซ่อน วางตรงไหน ใครจะมาเห็น ฉกเอาไป แหวนเพชรง อยู่ตรงไหน จิตมันก็นึกถึง เฝ้าทองเฝ้าแหวนม เอ..ไอ้ลูกคนนั้น ไปไหนน่ะ คนที่ว่ารักเราไปไหนน่ะ นันแหละ ความว่า ความว่า ความยึดถือ แหม.อยู่ห่าง จิตมันยึดก็ห่วง มันเป็นอารมณ์ทั้งนั่น ที่พาไปยึด พาจิตไปยึดถือ .
นั่น ก็คือ เค้าก็อนะนำ ให้สละความยึดถือ ตัวยึดถือ ออกไป เจียดแย่งปั้นแัจจัยเงินทอง หยิบออกมา แปรสภาพให้เกิดเป็นทาน เป็นบุญเกิดขึ้น เพื่อสลัด ได้อารมณ์ตัวยึดออก แล้วก็กระจาย บุญกุศลออกไป เพื่อเอาตัวยึดนั้นออกไปจากกายจากจิต โยนสิ่งของที่บรรทุกมาในเรือ โยนลงน้ำไป ให้เกิดเป็นทาน เป็นบุญมเป็น อาหารให้กับ กุ้งหอย ปูปลาในน้ำ ให่เค้าได้มีกินมีใช้ เรื่องของเรา กายเราก็จะได้เบา ไม่แบกของหนัก
โฆษณา