Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าเมาเมาแมน
•
ติดตาม
23 มิ.ย. เวลา 10:18 • การเมือง
ทุกอย่างเริ่มจากถาดหลุมในโรงเรียน….
ทีมชาติญี่ปุ่นมีพัฒนาการที่ดีขึ้นทุกครั้งที่ไปบอลโลกจริงๆ
รอบนี้ พวกเขาไม่ใช่ไม่ประดับอีกแล้ว
แต่เป็นทีมที่ถูกคาดว่าน่าจะเข้ารอบลึก
และสร้างเซอร์ไพรส์ได้ ราคาต่อรองในบ่อนอังกฤษ
ซึ่งคำนวณโดยผู้เชี่ยวชาญ และคอมพิวเตอร์ บอกมางั้น
ไม่มีใครอยากเจอพวกเขาแน่ในตอนนี้
แม้แต่มหาอำนาจลูกหนัง อย่าง บราซิล เยอรมัน
หรือแม้แต่แชมป์โลก อาร์เจนติน่าก็เถอะ
บอลแบบนี้เล่นด้วยยากครับ ขยัน วิ่งไม่หมด
แต่ไม่ใช่วิ่งแบบเลอะเทอะ การบีบพื้นที่ มีการวิเคราะห์
มาอย่างดี ว่าต้องวิ่งลักษณะไหน ถึงจะตัดพื้นที่ของคู่แข่ง
และเอาบอลมาได้มากที่สุด
แม้จะบอกว่าคล้ายสเปนอยู่บ้าง แต่จริงๆบอลญี่ปุ่น
มีลักษณะเฉพาะ การถ่ายบอลเร็ว ที่ต่างไป และค่อนข้าง
เป็นเอกลักษณ์ มันถูกสร้างขึ้นมา ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ
ที่พวกเขาเสียเปรียบทางกายภาพนั่นเอง
แต่รู้ไหมครับ ที่ทีมชาติญี่ปุ่นมาถึงตรงนี้ได้
มันไม่ใช่แค่เรื่องของฟุตบอล
แต่ทุกอย่างมันเริ่มจากการคิดเป็นระบบ
ในเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในทุกมิติ
โดยทุกอย่างมันเริ่มจากถาดหลุมอาหารกลางวันของเด็ก
ในโรงเรียนทั่วประเทศของพวกเขานั่นเอง….
…ความสำเร็จด้านกีฬาของพวกเขา จริงๆมันแค่ผลพลอยได้
จากการพัฒนากรรมพันธุ์เท่านั้นเอง….
เป็นที่รู้กันว่า สมัยก่อนคนญี่ปุ่นตัวเล็ก
สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง คนไทยยังว่าพวกเขาเตี้ย
ชายไทยยังล้อเรื่องความจิ๋ว ของไอ้นั่นของทหารบูชิโด
เวลาทหารพวกเขาแก้ผ้าอาบน้ำกันอยู่เลย
ส่วนชาวจีนนั้น เรียกญี่ปุ่นว่าสลัดเตี้ยมานานมากแล้ว
นั่นน่าจะยืนยันได้ดี ว่าก่อน 100 ปีก่อน คนญี่ปุ่นตัวเล็กจริงๆ
มันดูเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้
ยิ่งหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นแพ้สงคราม
ทุกอย่างขาดแคลนไปหมด แม้แต่แป้งสาลี เนื้อสัตว์
ก็แทบจะไม่มีกินกัน มันยิ่งดูเป็นไปไม่ได้
ช่วงนั้น สิ่งที่เหลือเฟือที่สุดสำหรับญี่ปุ่น
กลายเป็นของที่พวกเขาไม่เคยมีมากนัก คือ นมผง
ที่พวกอเมริกันเอามาให้กินกัน แก้ปัญหาความอดอยาก
แล้วก็พวกไข่ ซึ่งไอ้กันก็ซื้อจากไทยนี่แหละ เยอะสุด
ใกล้หน่อย ขนง่าย แล้วเอาไปแจก
ไอ้กันกับพวก คือ ออสเตรเลีย มันผลิตนมล้นมาตลอด
ก็เลยเหลือทิ้ง แจกเขาไปทั่วแหละ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง
กลายเป็นว่า ญี่ปุ่นมามีของที่ตัวเองไม่ค่อยจะมี
หรือนิยมกินนัก เข้ามาเปลี่ยนนิสัยการบริโภคโปรตีน
ให้กลายเป็นอาหารหลักคู่ไปกับพวกปลา ที่กินมานาน
(สมัยก่อนญี่ปุ่นวัวน้อย เพราะพื้นที่น้อย แถมไม่ใช่สัตว์
พื้นถิ่นดั้งเดิม วัวเนื้อ และวัวนม จึงถือเป็นของแพง
ไม่แพร่หลาย การมีกินโดยทั่วถึงเป็นใหม่ของพวกเขา)
จะด้วยความแค้นจากการถูกล้อเรื่องเตี้ยไหม
อันนี้ผมไม่แน่ใจ แต่ญี่ปุ่นก็ตั้งเป้าว่าจะพัฒนาการ
ด้านกายภาพของประชาชน ด้วยอาหาร
โดยส่งเสริมการกินโปรตีนกันให้มากขึ้น
และสร้าง หรือรับเมนูโปรตีน จากต่างประเทศมา
แล้วปรับสูตรให้เป็นที่นิยม ให้คนกินกัน
โดยเป้าหมายหลัก คือ เด็ก
เพราะพวกเขารู้ดีว่า กับคนรุ่นเก่า มันเปลี่ยนอะไรไม่ได้
ทั้งตัวร่างกาย และรสนิยมการกิน
พวกเขาจึงไปเน้นที่เด็ก อาหารเมนูเพื่อเป้าหมายนี้
แทบจะเรียกว่าถูกยัดเยียดให้เด็กก็ว่าได้
ง่ายๆในญี่ปุ่นตอนนั้น คนมีอายุ ต้องเสียสละ
ของกินดีๆให้เด็กนั่นแหละครับ
ราเมงในตอนนั้นเลยเป็นอาหารระดับล่าง
ทีาคนมีอายุชอบกินกัน เพราะไม่มีอะไรมากนัก
นอกจากแป้ง และเนื้อสัตว์นิดหน่อย บางทีก็ไม่มี
เนื้อสัตว์เลย มันไม่ใช่เมนูไฮโซเหมือนทุกวันนี้
ว่าไปก็คล้ายๆต้นกำเนิดผัดไทยนั่นแหละ
เนื้อ นม ไข่ ถูกสงวนไว้ให้เด็ก เป็นสัดส่วนมากกว่า
ถือเป็นความเสียสละในเวลาที่ประเทศยากลำบาก
ของผู้ใหญ่ชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้
ผลจากการทำแบบนั้น หลายปีผ่านไป เด็กรุ่นหลังมา
จึงมีพัฒนาการด้านร่างกายที่ดีขึ้น จากหลักโภชนาการ
ที่พัฒนาอย่างจริงจัง
แม้จะไม่ใหญ่โตแบบฝรั่งขาวหรือคนดำ แต่ก็ใกล้เคียงคนจีน
ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ตัวใหญ่ของเอเซียมากขึ้นเรื่อยๆ
และถึงจะเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกรรมพันธุ์ของกล้ามเนื้อ
ไม่ได้ก็ตาม แต่ขนาดของร่างกายโดยเฉลี่ย และความแข็งแรง
ก็มีมากขึ้นกว่าคนสมัยก่อน
นั่นทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ ในด้านการกีฬามากขึ้น
ในทางสังคม ก็ไม่ใช่เผ่าพันธุ์คนแคระแบบก่อนอีกต่อไป
พัฒนาการด้านสมองก็ดีตามไปด้วย ไม่ใช่ฉลาดขึ้น
แต่การกินดี มันช่วยให้ในช่วงเจริญเติบโต
สมองก็ถูกพัฒนาอย่างเต็มที่ได้มากกว่า เด็กที่กินแต่
อาหารไร้สาระ เอาแค่อิ่มเป็นพอ
…พัฒนาการด้านร่างกายเหล่านี้เองทำให้ญี่ปุ่นมีศักยภาพ
ของบุคคลโดยเฉลี่ยดีขึ้นเรื่อยๆ และพาพวกเขายิ่งใหญ่
ในด้านต่างๆ อย่างที่เราเห็นในปัจจุบัน…
…ฟุตบอล หรือความโดดเด่นในกีฬาอื่นๆ ว่าไป มันเป็น
เพียงผลพลอยได้ จากแนวคิดภาพรวมนี้เท่านั้นเอง….
ตัดกลับมาที่บ้านเรา….
ผมพูดตรงๆนะ คนไทยแท้ๆ มีนิสัยเสียมากๆอย่างหนึ่ง
คือ หวงกินกับเด็ก
มันตลกนะ คนไทยชอบบอกว่า เป็นเด็กอย่ากินเยอะอะไรงั้น
แต่กับคนไทยเชื้อสายจีนจะไม่เป็น พวกเขาชอบเด็กอ้วน
ซึ่งถ้าไม่อ้วนเกินขนาด เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ก็มักจะเข้าที่เอง
คนไทยเชื้อสายจีน มีข้อดีมากๆอย่างนึง ก็คือไม่หวงกินเด็ก
แม้ว่าจะไม่ใช่ว่าบ้านรวยก็ตาม
ภาพลักษณ์ความประหยัด และเลี้ยงลูกแบบโอ๋น้อยกว่าคนไทยจริงๆมาก แต่กับของกินลูกหลาน พวกเขาจะไม่หวง
ไม่ว่าจะรวยหรือไม่ก็ตาม เด็กจะกินดีกว่าผู้ใหญ่เสมอ
…สมัยเด็กๆ ผมอยู่ที่ภูเก็ตในย่านคนจีนเลย
เวลาไปเล่นบ้านเพื่อนสนิท ซึ่งมีฐานะพอสมควร
จะเจออาม่าเพื่อนผม ท่านมาจากเมืองจีนช่วง
ปลายราชวงศ์ชิงเลย
ผมเห็นท่านกินข้าวต้มกับจับฉ่าย แบบไม่เปลืองกับเป็นประจำ
ราดๆมา มีกุนเชียงสองสามชิ้น อะไรงั้น
แต่กับไอ้เพื่อนผม หรือกระทั่งผมที่ไปเล่นบ้านมัน
จะได้กินของดีตลอด โดยเฉพาะพวกปลา เพราะไอ้นี่
บ้านมันทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทะเล
คือเรียกว่า ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในบ้านอย่างฮูหยินผู้เฒ่า
ก็กินแต่ผักอะไรของท่านไปตามเรื่อง แต่เด็กๆได้กินของดี…
กับคนจีนที่อื่นก็เป็นแบบนี้ เวลาเราดูหนังจีนเราก็เห็น
ว่าคนจีนมักชอบพูดกับลูกหลานว่า เป็นเด็กต้องกินเยอะๆ
ซึ่งกลับกับของเราอย่างสิ้นเชิง
ผลก็อย่างที่เห็น คนไทยเชื้อสายจีน ตัวใหญ่กว่า
มันพัฒนาการด้านสมองดีกว่า อย่างชัดเจน
ทุกอย่าง มันคือเรื่องของอาหารล้วนๆเลยล่ะนะ
…ถ้าเด็กไทยยังกินแบบนี้ต่อไป ก็คงได้แค่นี้จริงๆแหละ…
มาดูทางภาครัฐไทยกัน ก็ยิ่งสลดใจ
เรารู้กันดี ว่าเด็กไทยจำนวนมาก มาจากครอบครัวยากจน
พวกนี้ บางทีอาหารดีๆ ก็อาจจะหวังได้แค่จากโรงเรียน
วันละสักมื้อก็ยังดี และเช้า เย็น มีนม มีน้ำเต้าหู้ให้กิน
แล้วมันได้ไหมล่ะ
ใช่ มันอาจมีโครงการ มีงบประมาณจริงๆ
แต่มันไม่ใช่เพื่อเด็ก แต่เป็นเพื่อผู้ใหญ่เอาไว้โกงมากกว่า
อาหารแย่ๆ มีแต่ผัดผัก กับวิญญาณเนื้อสัตว์
ไข่ยังตัองแบ่งครึ่งใบ
นมก็โกงกัน มีข่าวทุกปี
มันโคตรตลกเลยนะ รัฐบาลไทยทุกยุค บอกเราเป็นครัวโลก
แต่ดูของที่เด็กเราได้กินสิ มันสมกับที่พูดไหม
เราเป็นประเทศเกษตรกรรม ทุกปี ต้องมีปัญหาผลิตทางการเกษตรล้น แม้แต่นม เดี๋ยวก็มีปัญหาราคาตก เอามาเททิ้งประท้วงกันเป็นประจำ
ผลผลิตล้น แต่เด็กไม่มีของดีกิน นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ???
มันเป็นแบบนี้มาทุกรัฐบาล ผมก็แปลกใจนะ
ที่มันไม่มีใครแก้ปัญหานี้ได้ ทั้งที่มันไม่ยากเลย
และไม่ต้องใช้งบประมาณอะไร เพราะแก้ปัญหาที่การจัดการ
แบบเป็นภาพรวมเสียมากกว่า
หรือก็เพราะมันไม่ต้องใช้งบรึเปล่าก็ไม่รู้นะ เลยไม่แก้กัน
ไม่มีเงินทอน ทำไปก็เหนื่อยสิ…555
แล้วพอเด็กไทย ไม่มีอาหารดีๆกิน
ผลมันก็คือการเจริญเติบโตที่ไม่ดีนักในทุกด้าน
ไม่ใช่เรื่องเล็กนะครับ นี่ซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำ
เพราะเมื่อพัฒนาการด้านร่างกาย สมอง
ดีสู้เด็กมีฐานะ หรือเด็กเชื้อสายจีนไม่ได้
มันก็ยิ่งทำให้พวกเขา ยิ่งหมดโอกาสในการสร้างฐานะ
ให้ดีขึ้นได้ในหลายทาง
สมองเติบโตไม่เต็มที่ จากอาหารไม่ดี เมื่อสอบแข่งขัน
ก็เสียเปรียบ ร่างกายไม่แข็งแรง ป่วยง่าย
ก็ขาดโอกาสทางการศึกษามากขึ้น
ซึ่งมันก็มีผลกับงานในอนาคตของพวกเขา
อย่าว่าแต่สมองเลย ร่างกาย ภาพลักษณ์ บุคลิกเองก็เถอะ
มันสำคัญพอสมควรเลย ในการหางานทำในบางตำแหน่ง
และเด็กเหล่านี้ คือเด็กส่วนมากของประเทศ
เมื่อพวกเขาด้อยศักยภาพแล้ว ประเทศมันจะเจริญได้ยังไงล่ะ ?
ทั้งหมด มันเริ่มจากเรื่องง่ายๆ อย่างอาหารกลางวันเด็กนี่เอง…
…แต่ก็นั่นแหละ งบอาหารเด็ก มีไว้โกง อนิจจา ประเทศนี้…
1
เรื่องไทยจะไปบอลโลกน่ะ ชาติหน้าเลยครับ ถ้ายังเป็นแบบนี้
มันอาจจริง ที่คนไทยตัวใหญ่ แข็งแรง มันมี
แต่มันน้อยไป และส่วนมาก ไม่ได้เลือกเส้นทางกีฬา
เราจำเป็นต้องมีตัวเลือกมากๆ เพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งครับ
ไม่ใช่จะหาแต่คนยีนเด่นมาเล่น เพราะมันน้อย และพวกเขา
เองก็พัฒนาได้ยาก เพราะไม่มีคู่แข่งให้ลับฝีมือ เจอแต่พวก
อ่อนแอกว่าตลอดเวลาแบบที่เป็นอยู่
เราไม่ใช่แบบพวกแอฟริกัน ที่ไม่ต้องกินดีก็แข็งแรง
นั่นคือสิ่งที่พวกเขาเป็นอยู่แล้ว เป็นพรสวรรค์ของเผ่าพันธุ์
เราจำเป็นต้องเริ่มที่อาหารการกินของเด็กทั่วประเทศ
และหากทำได้ มันจะเป็นผลดี ไม่แค่ด้านกีฬาหรอก
แต่มันจะดีกับทั้งระบบ รวมถึงเกษตรกร ก็จะได้ประโยชน์
….ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าเมื่อไหร่ประเทศเราจะทำ….
ก็อะไรที่มันเยอะ ก็ไปขายให้โรงเรียนซะ ดึงออกจากตลาด
เด็กได้กิน คนปลูกได้ราคา มันไม่ดีกว่าเหรอ
แต่ไอ้นี่ไม่เอาอ่ะ
…เด็กไม่มีดีๆกินไม่สำคัญ มีเอไอฟรีใช้ก็พอแล้ว ….
…ใช่ไหมล่ะ ทั่นนายกฯ 🤣🤣🤣….
2
2
ความคิดเห็น
เรื่องเล่า
ฟุตบอล
บันทึก
12
2
2
12
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย