วันนี้ เวลา 03:46 • นิยาย เรื่องสั้น

ตอนที่ 2: สัญชาตญาณในร่างกลายพันธุ์

"เฮือก!"
ธันสะดุ้งสุดตัว ร่างหนากระเด้งขึ้นมาจากพื้นคอนกรีตราวกับคนเพิ่งฝันร้ายลืมตาตื่น เสียงหอบหายใจรัวเร็วสั่นสะท้านไปทั้งอก ความรู้สึกแรกที่แล่นเข้าสู่สมองคือความร้อนลุ่มเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านอยู่ใต้ผิวหนัง
ชายหนุ่มเหลียวมองรอบกายด้วยความสับสน... ฝุ่นควันเริ่มจางลงแล้ว เสียงกรีดร้องแว่วดังมาจากระยะไกล แต่บริเวณเขตก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้ากลับตกอยู่ในความเงียบงันชวนขนลุก
"เรา... ยังไม่ตาย?"
ธันพึมพำพลางใช้มือขวาแตะแผ่นหลังและไหล่ที่จำได้แม่นว่าเคยถูกกรงเล็บเลเซอร์ของสัตว์ประหลาดฟันจนขาดสะบั้น แต่ผิวหนังตรงนั้นกลับแห้งสนิท ไร้ซึ่งหยาดเลือด จะมีก็เพียงรอยแผลเป็นนูนหนาสีไหม้เกรียมจางๆ ที่ลากยาวเป็นทางยาวเท่านั้น
บอบช้ำปางตาย แต่กลับฟื้นฟูเสร็จสิ้นในเวลาไม่กี่นาที?
ทว่า สิ่งที่ทำให้ธันต้องดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลน คือเมื่อสายตาของเขาเลื่อนลงมามอง "แขนซ้าย" ของตัวเอง
"นี่มัน... อะไรกันวะ..."
ตั้งแต่ช่วงใต้ข้อศอกลงไปจนถึงปลายนิ้ว ผิวหนังมนุษย์ได้อันตรธานหายไปอย่างสิ้นเชิง มันถูกทดแทนด้วยผลึกคริสตัลหนาทึบสีม่วงเข้มด้าน ผิวสัมผัสของมันเรียบเนียน ทว่าแข็งแกร่งและเย็นเยียบราวกับเพชรพลอยที่ถูกเจียระไนอย่างหยาบหนา แขนซ้ายของเขาในตอนนี้ดูหนาและใหญ่กว่าแขนขวาเกือบเท่าตัว น้ำหนักของมันถ่วงจนไหล่ซ้ายลู่ลง
ธันลองขยับนิ้ว... นิ้วผลึกคริสตัลสีม่วงทั้งห้าขยับงอเข้าหากันตามใจนึกเสียงดัง แกร๊ก... แกร๊ก... ราวกับแร่หินบดบังกัน
ข้างๆ ร่างของเขา มีซากเอเลี่ยนตั๊กแตนตำข้าวมนุษย์ตัวเมื่อครู่นอนแน่นิ่งอยู่ สภาพของมันคือหน้ากากเกราะชีวภาพแตกยับเยิน สมองสีเขียวข้นไหลทะลักออกมาตามพื้นปูน แสดงให้เห็นว่าก่อนที่สติของเขาจะดับวูบลงไป ร่างกายที่กลายพันธุ์นี้ได้ทุบหัวมันจนแหลกเหลวด้วยหมัดเดียว
"อึ่ก... ไอ้ธัน... เอ็ง... เอ็งจริง ๆ ใช่ไหม..."
เสียงครางแผ่วเบาปลุกธันออกจากภวังค์ เขาหันไปตามเสียงแล้วรีบพุ่งตัวเข้าไปหา ลุงมานิตยังคงนอนอยู่ที่เดิม ใบหน้าซีดเซียวจากการเสียเลือด ขาซ้ายของแกยังถูกแผ่นคอนกรีตทับจนผิดรูป ลุงแกมองแขนคริสตัลสีม่วงของธันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว แต่ในส่วนลึกของดวงตาคู่นั้นกลับมีความหวังริบหรี่
"ผมเองลุง อย่าเพิ่งพูดมากเลย ผมจะช่วยยกไอ้ปูนนี่ออกให้"
ธันกัดฟันสลัดความสับสนทิ้งไป ตอนนี้การรอดชีวิตสำคัญที่สุด เขาเดินไปขนาบข้างแผ่นปูน สั่งการให้แขนคริสตัลสีม่วงข้างซ้ายเตรียมออกแรง ทว่า ทันทีที่เขาตั้งท่าจะยก พลังงานสีม่วงที่เคยไหลเวียนอยู่ในแขนกลับส่งแสงวูบวาบอย่างบ้าคลั่ง
ตึก! เสียงหัวใจเต้นผิดจังหวะหนึ่งครั้ง
"อัก...!" ธันร้องคราง เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มใบหน้า ความเจ็บปวดล้าอย่างรุนแรงแล่นริ้วเข้าสู่สมองจนตาพร่ามัว แขนคริสตัลสีม่วงที่เคยแข็งแกร่งกลับค่อยๆ หดตัวและจางลง ร่างกลายพันธุ์สลายไปคืนสภาพเป็นแขนมนุษย์ปกติที่ไร้เรี่ยวแรงภายในเวลาไม่กี่วินาที
ขีดจำกัดงั้นเหรอ...? ธันคิดในใจพลางหอบหายใจถี่
ดูเหมือนว่า 'ยีนวิวัฒนาการ' นี้จะทำงานอย่างเต็มที่เฉพาะตอนที่ร่างกายเข้าสู่สภาวะปางตายหรือสัญชาตญาณป้องกันตัวตื่นขึ้นเท่านั้น ในเวลาปกติที่สมองขับเคลื่อนด้วยเหตุผล เขาไม่สามารถควบคุมมันได้ตามใจชอบ แถมการฝืนใช้ยังสูบพลังงานชีวิตจนแทบกระอัก
"โธ่เว้ย!" ธันสบถ กัดฟันใช้แรงกายหยาบของมนุษย์ปกติ หยิบเหล็กเส้นหนามาทำเป็นคานดีดคานงัด ค่อยๆ ออกแรงเบียดงัดเศษปูนหนาหน่วงออกอย่างสุดกำลังจนเส้นเลือดปูดโป่ง ในที่สุดเขาก็สามารถลากร่างของลุงมานิตออกมาได้สำเร็จ
ชายหนุ่มพยุงลุงคนงานขึ้นหลัง ร่างกายท่อนบนที่เสื้อผ้าฉีกขาดสะพายร่างของชายวัยห้าสิบกว่า ก้าวเท้าเดินออกจากเขตก่อสร้างมุ่งหน้าหาที่หลบภัย
ทัศนียภาพภายนอกทำเอาธันใจหายวาบ... กรุงเทพมหานครที่เคยเต็มไปด้วยแสงสีและเสียงแตรอื้ออึง บัดนี้กลับดูเหมือนป่าดงดิบจากต่างดาว ท้องฟ้าด้านบนเป็นสีม่วงขุ่นคล้ายแผลพุพอง ไม่มีแสงตะวัน มีเพียงแสงเรืองรองน่าขนลุกจากต้นไม้หนามยักษ์ที่ชอนไชทะลุตึก ควันไฟและซากรถยนต์ชนวินาศสันตะโรจน์เกลื่อนถนน
โลกมันจบสิ้นแล้วจริงๆ...
แซ่ก... แซ่ก...
สัญชาตญาณในร่างกายของธันสั่นพ้อง ยีนในกระแสเลือดเริ่มส่งสัญญาณเตือนภัยอีรอบ ชายหนุ่มรีบพาร่างลุงมานิตหลบเข้าข้างทางเบื้องหลังซากรถบัส ทันใดนั้น สายตาของเขาก็มองผ่านกระจกรถเห็น เอเลี่ยนตั๊กแตนอีกสองตัว พวกมันกำลังใช้ใบมีดเลเซอร์ตัดแทะซากศพมนุษย์อยู่บนพื้นถนน
ห่างออกไปไม่ถึงสามสิบเมตร และที่ร้ายกว่านั้น... จมูกของพวกมันขยับไปมา ก่อนจะหันขวับมาทางซากรถบัสที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ทันที พวกมันได้กลิ่นเลือดของลุงมานิต!
"ไอ้ธัน... ทิ้งข้าไว้" ลุงมานิตกระซิบน้ำเสียงสั่นเครือ "ข้าขาหัก หนีไม่พ้นหรอก เอ็งมีความสามารถประหลาดนั่นแล้ว เอ็งต้องรอดไปให้ได้"
"เงียบหน่าลุง" ธันกวาดสายตามองรอบตัวอย่างรวดเร็ว ข้างทางมีตู้คอนเทนเนอร์เก็บเครื่องมือก่อสร้างเหล็กหนาที่ประตูยังเปิดอ้าอยู่ ธันไม่ฟังคำทัดทาน เขาใช้แรงทั้งหมดพยุงลุงมานิตวิ่งยัดเข้าไปในตู้คอนเทนเนอร์นั้นทันที ก่อนจะดึงประตูปิดล็อกลงกลอนจากด้านนอกเพื่อความปลอดภัยของแก
"ไอ้ธัน! เอ็งจะทำอะไร?!" เสียงลุงมานิตทุบประตูถล่มทลายจากด้านใน ธันไม่ตอบ เขาหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับถนนโล่ง ความเร็วในการวิ่งของเอเลี่ยนพวกนี้เหนือมนุษย์ ถ้าเขาแบกลุงหนี... ตายคู่แน่นอน และถ้าเขาแอบอยู่ในตู้ด้วยกัน พวกมันก็คงพังประตูเหล็กเข้ามาฉีกร่างพวกเขาเป็นชิ้นๆ อยู่ดี ทางรอดเดียวคือ ต้องฆ่าพวกมันให้หมด
แต่ตอนนี้... แขนของเขายังคงเป็นแขนมนุษย์ธรรมดา ยีนวิวัฒนาการยังคงหลับใหล
"เงื่อนไขของแกคือความเจ็บปวดใช่ไหม..." ธันพึมพำ แววตาสีดำสนิทเริ่มเปลี่ยนเป็นบ้าคลั่ง เขากางแขนทั้งสองข้างออก ล่อเป้าอยู่กลางถนน ประจันหน้ากับผู้รุกรานทั่งสองตัวที่พุ่งทะยานเข้ามาหา ขากรรไกรของพวกมันส่งเสียงขู่ฟ่ออย่างย่ามใจ
"งั้นก็เข้ามา... เอาให้เจ็บที่สุด!"
ฟุ่บ!
เอเลี่ยนตัวแรกมาถึงในพริบตา ใบมีดเลเซอร์สีม่วงตวัดวูบผ่านอากาศอย่างโหดเหี้ยม ตัดฉีกเข้าที่สีข้างและหน้าท้องของธันจนเนื้อแทรก เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดเป็นสาย ชายหนุ่มทรุดเข่าลงกระแทกพื้นคอนกรีต ร่างกายส่วนกลางแทบจะขาดออกจากกัน ความเจ็บปวดแสนสาหัสขัดแย้งทำลายล้างระบบประสาทจนแทบจะขาดใจตายในวินาทีนั้น
"อ๊ากกกกกกกก!"
ธันแผดเสียงร้องลั่น ทว่าในความเจ็บปวดปางตายนั้น ริมฝีปากของเขากลับฉีกยิ้มกว้างอย่างวิปลาส แววตาที่เคยหม่นแสงพลันสว่างวาบเป็นสีม่วงจัดจ้าเรืองรอง
ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!
หัวใจสูบฉีดเลือดสีม่วงข้นไหลเวียนไปทั่วร่าง สัญญาณยีนกู่ร้องตอบรับภัยความตายกระตุ้นการปฏิวัติเซลล์อีกครั้ง! เสียงกระดูกและกล้ามเนื้อแขนซ้ายลั่นเปรี๊ยะลั่นปรอด ผลึกคริสตัลสีม่วงหนาทึบระเบิดงอกเงยออกมาครอบคลุมแขนซ้ายเร็วกว่าครั้งแรกเป็นเท่าตัว พร้อมกับบาดแผลที่สีข้างที่มีเส้นใยแสงเรืองรองกำลังเย็บสมานเนื้อหนังอย่างบ้าคลั่ง
ธันยันตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางออร่าสีม่วงทมิฬที่ลุกโชนรอบตัว เขามองเอเลี่ยนทั้งสองตัวด้วยสายตาราวกับยมทูต
"เข้ามาเลยไอ้พวกเศษสอย... ยิ่งพวกแกทำฉันเจ็บเท่าไหร่... พวกแกก็ยิ่งตายไวเท่านั้น!"

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา