22 มิ.ย. เวลา 09:47 • หุ้น & เศรษฐกิจ

หุ้นโลกปรับขึ้น หลังสหรัฐฯ–อิหร่านลงนาม MOU ยุติความขัดแย้ง

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นโลกปรับขึ้น หลังสหรัฐฯ–อิหร่านลงนาม MOU ยุติความขัดแย้ง ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลง ขณะที่ Fed ยังคงส่งสัญญาณ Hawkish
  • ประเด็นสหรัฐฯ–อิหร่านเริ่มคลี่คลาย หลังทั้งสองฝ่ายเปิดกรอบเจรจา 60 วัน และกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ตลาดยังติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิด
  • Fed คงดอกเบี้ย 3.50–3.75% แต่ส่งสัญญาณ Hawkish มากขึ้น หนุน Bond Yield และดอลลาร์ปรับขึ้น ขณะที่หุ้นและทองคำอ่อนตัวระยะสั้น
  • BOJ ขึ้นดอกเบี้ยสู่ 1.0% เดินหน้าปรับนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป ตลาดหุ้นตอบรับบวก พร้อมคาดดอกเบี้ยปลายทางราว 1.5% และขึ้นต่อในปี 2027
  • BOE คงดอกเบี้ย 3.75% ตามคาด แม้ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ผ่อนคลาย แต่ยังกังวลเงินเฟ้อสูง จึงเลือกคงนโยบายไว้ต่อเนื่อง
สถานการณ์ตลาด
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ผ่อนคลายลง หลังทั้งสองฝ่ายลงนามใน MOU เพื่อยุติความขัดแย้งและเปิดการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันลดลงและช่วยบรรเทาความกังวลเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม ท่าที Hawkish ของ Fed ยังคงกดดันให้ตลาดผันผวนระหว่างสัปดาห์
  • ประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มผ่อนคลาย หลังทั้งสองฝ่ายลงนามข้อตกลงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเริ่มกรอบการเจรจา 60 วัน เพื่อนำไปสู่ข้อตกลงระยะยาว
- ราคาน้ำมันเช้าวันนี้ (22 มิ.ย. 69) ยังคงผันผวนจากความไม่แน่นอนของการเจรจา หลังทรัมป์ส่งสัญญาณขู่โจมตีเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันปรับลดลงอีกครั้ง หลังมีรายงานการจัดตั้งคณะกรรมการระดับสูงเพื่อกำหนดโรดแมปการเจรจา
- ตลาดยังคงติดตามความคืบหน้าของการเจรจาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงานและบรรยากาศการลงทุนในระยะถัดไป
  • การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed)
- Fed คงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50–3.75% ตามคาดในการประชุมครั้งแรกภายใต้การนำของ Kevin Warsh พร้อมส่งสัญญาณเชิง Hawkish มากขึ้น โดย Dot Plot สะท้อนโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
- Fed ปรับลดคาดการณ์ GDP ปีนี้เหลือ 2.2% และปรับเพิ่มคาดการณ์ Core PCE สู่ 3.3% สะท้อนความกังวลต่อแรงกดดันเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
- Kevin Warsh เน้นการรักษาเสถียรภาพด้านราคา (Price Stability) และส่งสัญญาณให้น้ำหนักกับการควบคุมเงินเฟ้อมากขึ้น พร้อมจัดตั้งคณะทำงานเพื่อทบทวนกรอบการดำเนินนโยบายของ Fed
- หลังการประชุม Bond Yield และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นและราคาทองคำเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น
  • การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
- BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.0% ตามคาด โดยตลาดตอบรับเชิงบวกและตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นหลังการประชุม
- BOJ ยังคงดำเนินนโยบายการเงินแบบค่อยเป็นค่อยไป (Policy Normalization) โดย Goldman Sachs คาดว่าอัตราดอกเบี้ยปลายทางอาจอยู่ที่ 1.5% และคาดว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปจะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2027 ก่อนปรับขึ้นอีกครั้งในช่วงกลางปี 2027
  • การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
- BOE มีมติ 7 ต่อ 2 เสียง คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 3.75% ตามที่ตลาดคาดการณ์
- แม้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะเริ่มผ่อนคลาย แต่ BOE ยังคงกังวลต่อเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง จึงสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้
นโยบายการลงทุนและคำเตือน
  • เอกสารฉบับนี้จัดทำขึ้นจากแหล่งข้อมูลต่างๆ ที่น่าเชื่อถือได้ ณ วันที่แสดงข้อมูล แต่บริษัทฯ มิอาจรับรองความถูกต้องความน่าเชื่อถือ และ ความสมบูรณ์ของข้อมูลทั้งหมด โดยบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์เปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ผู้ลงทุนสามารถขอข้อมูลหนังสือชี้ชวนได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือจาก www.krungsriasset.com หรือตัวแทนสนับสนุนการขาย หรือเจ้าหน้าที่ขายหน่วยลงทุน
ติดตามกองทุนกรุงศรี อัปเดตข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ ได้ที่
#KrungsriAsset #กองทุนกรุงศรี #Weeklymarketview #สรุปภาวะตลาดรายสัปดาห์
โฆษณา