22 มิ.ย. เวลา 15:20 • ปรัชญา

พิพิธภัณฑ์แห่งหยดน้ำตา

ปรัชญาความรักความสูญเสีย
และความหมายของการร้องไห้
ใครต่อใครก่ะพูดกันไปในเรื่อง
เล่าของความผิดหวังเสียใจ
บางครั้งปะต้าก็คิดเล่นๆว่า
ถ้าวันหนึ่งมี“สมาคมคนเจ้าน้ำตา” เกิดขึ้นจริงหรือมี“พิพิธภัณฑ์
คนเจ้าน้ำตา”สักแห่งบนโลกนี้
อีกสักที่นึง
คงมีผู้คนเดินคอตกหดหู่เข้าออกไม่ขาดสายเพราะน้ำตาเป็นภาษาที่มนุษย์ทุกคนพูดได้แม้ไม่ต้องเอ่ยคำใดเลย
ห้องร่ำไห้หยดน้ำตาโปรยปราย
ในพิพิธภัณฑ์แห่งนั้นอาจมีห้อง
จัดแสดงน้ำตาของคนที่ถูกทิ้ง
ห้องของคนที่รักแต่ไม่ได้ครอบ
ครองห้องนึง
ห้องของคนที่ต้องยิ้มทั้งที่หัวใจแตกสลายและห้องของคนที่ยัง
รอใครบางคนกลับมาแม้รู้ว่าจะ
ไม่มีวันแต่สิ่งที่น่าสนใจมากๆ
พิพิธภัณฑ์น้ำตา
คือไม่มีใครร้องไห้ให้ความรัก
ที่ไร้ความหมาย
ยิ่งรักมากเท่าไรน้ำตาก็ยิ่งมีค่ามากเท่านั้น
นักปรัชญาหลายคนต่างมองว่าความรักคือการยอมให้คนอีก
คนมีอำนาจบางส่วนเหนือหัวใจ
เราเมื่อเรารักเรากำลังเปิดประตูให้ใครสักคนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน
รักตัวเองให้มากๆเถอะเนาะ
เมื่อเขาจากไปความเจ็บปวดจึงไม่ใช่แค่การเสียคนคนหนึ่งแต่
เป็นการสูญเสียส่วนหนึ่งของตัวเราเองน้ำตาจึงไม่ใช่สัญลักษณ์ของความอ่อนแอ ปะต้าว่านะ!
แต่มันเป็นหลักฐานของการเคย
รักอย่างจริงจัง
มีทฤษฎีทางจิตวิทยาที่อธิบาย
ว่าการร้องไห้เป็นกลไกพิเศษ
ของมนุษย์ในการปลดปล่อยความเครียดทางอารมณ์
ให้น้ำตามันหลั่งไหลออกมาเถอะจะได้คลาย
ร่างกายหลั่งน้ำตาออกมาเพื่อ
ช่วยปรับสมดุลความรู้สึกเหมือนธรรมชาติสร้างทางระบายน้ำไว้
ไม่ให้หัวใจแตกสลายจากแรงกดดันที่มากเกินไป
บางคนพยายามกลั้นน้ำตา
เพราะกลัวถูกมองว่าอ่อนแอ
แต่ในความเป็นจริงคนที่กล้าร้องไห้ออกมานั่นละเป็นคนที่กล้ายอมรับความจริงของหัวใจตนเอง
หยดน้ำตาไหลรินเพราะความรัก
ความรักในเชิงปรัชญาไม่เคย
รับประกันความสุขมันเป็นการ
เดินทางที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน
เราไม่สามารถบังคับให้ใครรัก
เราได้ตลอดไปไม่สามารถรับประกันได้ว่าคนที่จับมือเราใน
วันนี้จะอยู่ในวันพรุ่งนี้

ไม่สามารถป้องกันความผิดหวังได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ถึงอย่างนั้น มนุษย์ก็ยังเลือกที่จะรักเพราะว่าคุณค่าของความรักไม่ได้อยู่ที่
การครอบครองแต่อยู่ที่การได้สัมผัสความรู้สึกรักข้างในใจ
ลึกเข้าไปข้างในมันเศร้าเสียใจมากๆเชียวละ
เหมือนเจ้าดอกไม้ที่บานเพียงฤดูกาลเดียวแม้รู้ว่าจะร่วงโรย
เราก็ยังชื่นชมความงดงามของ
มันบางคนเสียใจเพราะคิดว่าน้ำตาคือความพ่ายแพ้
แต่ถ้ามองให้ลึกกว่านั้นน้ำตา
อาจเป็นเหรียญเกียรติยศของ
คนที่กล้ารักคนที่ไม่เคยร้องไห้ อาจเป็นเพราะไม่เคยเปิดใจมากพอให้ใครเข้ามา
ส่วนคนที่ร้องไห้จนหมดแรงอาจเป็นเพราะเขาเคยรักด้วยหัวใจทั้งหมดที่มี
อย่างน้อยป่ะได้รับรู้ได้ว่าครั้งนึงเคยรักใครที่สุด
ปะต้าคิดนะ!
หากวันหนึ่งสมาคมคนเจ้าน้ำตาเกิดขึ้นจริงกฎข้อแรกของสมาคมคงเขียนไว้ว่า
ห้ามดูถูกน้ำตาของใคร
เป็นเด็ดขาด
มนุษย์เจ้าน้ำตาบอก
เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าหยดน้ำตาหยดนั้นต้องผ่านความหวังความฝันความผูกพันและความทรงจำของเค้าคนนั้นมามากแค่ไหน
ถ้ามีพิพิธภัณฑ์คนเสียน้ำตาจริง
บางทีห้องที่ใหญ่ที่สุดอาจไม่ใช่ห้องแห่งความสูญเสียดอก
แต่เป็นห้องแห่งความกล้าหาญ
เพราะทุกคนที่เคยร้องไห้จากความรักล้วนเป็นคนที่เคยกล้าเสี่ยงเอาหัวใจของตัวเองไปฝาก
ไว้กับใครบางคนที่ไร้หัวใจอย่างคนชื่อ“เฮีย”รึดีเกินไปกระมังน้อ!
ปรบมือให้หัวใจที่กล้าหาญ
ความหมายที่แท้จริงของน้ำตา
อาจไม่ใช่ความเศร้าแต่มันคือเครื่องยืนยันว่าเราเคยมีชีวิต
เคยรู้สึกเคยรักและเคยทุ่มเท
ให้บางสิ่งอย่างสุดหัวใจ
และแม้ว่าวันนี้น้ำตาจะยังไหล
วันหนึ่งเมื่อเวลาผ่านไปเราอาจ
มองกลับมาแล้วพบว่าคุณค่าว่า
สิ่งที่มีค่าที่สุดไม่ใช่คนที่จากไป
คืนอิสระภาพให้ตนเองอีกครั้ง
แต่คือความสามารถของหัวใจ
เราที่ครั้งหนึ่งเคยรักใครได้มาก
ถึงขนาดนั้นเพราะคนที่ยังร้องไห้ได้ยังมีหัวใจที่มีชีวิตอยู่และหัวใจที่ยังมีชีวิตอยู่ย่อมมีวันที่จะรักใครได้อีกอย่างเป็นสุขและยิ้มได้อีกครั้งเสมอ
เป็นกำลังใจให้ครับ
เขียนใบสมัครรอยื่นยู้!
โฆษณา