24 มิ.ย. เวลา 08:19 • ความคิดเห็น
การที่เราได้ เจอะเจอพระที่ท่านปฏิบัติธรรม ท่านอธิษฐานบวขตลอดชีวิต เมื่อท่านบวช ท่านก็ตัดขาด จากเรื่องราวทางโลก ไม่กลับบ้าน ไม่ติดต่อ ภรรยา ญาติพี่น้อง อะไรเลย เมื่อออกพรรษา รับกฐิน ท่านก็ออกธุดงค์ ไปจนใกล้เข้าพรรษา ก็กลับวัด พอเราเจอท่านครั้งแรก ท่านก็บอกว่า นอนพักที่นี่แหละ ท่านถามแปลกๆ ว่า รู้มั้ย ว่า สำเร็จธรรม เป็นพระอรหันต์ นั่นเป็นอย่างไร เราก็บอก ไม่ทราบครับ ท่านก็บอกว่า ต้องเรียนรู้ทุกอย่าง ไม่อย่างนั้น จะบอกว่า สำเร็จธรรมได้อย่างไร แล้วที่บรรลุธรรม สำเร็จธรรม ใครรับรองให้ ว่าสำเร็จ .
ท่านก็เมตตาค่อยๆสอนให้ บอกกล่าว ในเรื่องราวต่างๆ เ ทั้งรูปธรรม นามธรรม ท่านพูดสห้ฟังบ่อย ว่า เวลาเราสวดมนต์ ก็ไม่ได้ มีเราทำคนเดียวน่ะ มีผู้ที่เป็นนามธรรม เค้ามาสวดด้วยน่ะ การประพฤติปฏิบัติธรรม กเหมือนกัน พอเราพูดกล่าวอธิษฐาน หน้าพระปฏิมากร เสียงที่เราเปล่งออกไป นั้น ลอยดีงขึ้นไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า
มีพระผู้ใหญ่ ท่านหนึ่ง ท่านลงมาบอกว่า ไหนพูดให้ฉันฟังหน่อย ฉันอยากได้ยิน สิ่งที่โยมพูด ด้วยตัวฉันเอง คำนี้หายจากโลกไปนาน .ที่ว่า คำว่า ..จิตของข้าพเจ้า อาศัยอยู่ในเรือนกายของคุณบิดามารดา ของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้นำธาตุทั้งสอวของคุณบิดามารดา มากราบพระ สร้างบุญกุศล .พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ข้าพเจ้าได้นำธาตุทั้งสองของคุณบิดามารดา มากราบองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พูดเสร็จเราก็ บรรจงกราบ . เราก็ทำให้ท่านดู ท่านก็อนุโมทนา แล้วก็ให้พร .
การที่เราเกิดมาชาตินี้ ได้นำธาตุทั้งสองของคุณบิดามารดา มาสร้างบุญกุศลบารมี ก็มีพระผู้ใหญ่ .ตลอดเรื่องราวขององค์เทพ ที่สูงๆ ท่านก็มาช่วย ..สงเคราะห์อนุโมทนา ช่วยชี้แนะเรื่องราวต่างให้เรา นำไปฝึกหัด ปฏิบัติธรรม ขึ้นมา .มันมีเรื่องราว มิติต่าง ๆ ที่ว่าจิตไปเวียนว่ายตายเกิด อยู่สถานที่ต่างๆ เรื่องราวการไป.ชดใชกรรม เรื่องราวของการ ที่จิตไปสู่สถานที่ดีๆ กายเทพยดาอินทร์พรหม เราก็ได้อาศัย ได้พึ่ง เรื่องราวของจิต ที่พ้นจากโลกไปแล้ว ที่ต่างก็เคยมีกายเป็นมนุษย์
ท่านก็ช่วยสงเคราะห์แนะนำให้ ในเรื่องราว การประพฤติปฏิบัติธรรม เรื่องราวเหตุผลของโบก เหตุผลของธรรม ท่านท่านก็ บางที่ก็เล่าเรื่องราวของท่านให้ฟังพอสัง เขป ในการบฏิบัติ เพื่อไปถึง ที่หมาย คือ บรรลุธรรม นั้นต้องเจออุปสรรค มากมาย แต่ท่านก็อาศัยความเพียร ต่างๆ
เรื่องราวของเทพยดาอินทร์พรหมนั่น ท่านเป็นผู้ที่เรียกว่า หูทิพย์ตาทิพย์ คราวนี้ เรื่องราว ที่ว่า เค้าสร้างกรรมกัน บนบาน ทำพิธีกรรมเรียกร้องทหากรรมให้เพิ่มพูนขึ้น มาการบรวงสรวง กระทำเรื่องราวต่าง ให้กรรมเพิ่มพูน ท่านก็ไม่มาร่วมด้วยไม่มายุ่งเกี่ยวด้วย
เรื่องราวขององค์พระนเรศวร ท่านก็เล่าว่าที่ไปแสดงอิทธิฤทธิ์อิทธเดช ทีเค้าบรวงสรวงอ่านโอวการต่าวๆ นั้น เป็นบริวารท่านก็มี แต่องค์ท่านไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวด้วย นั่นมันเป็นเรื่องราวไสยศาสตร์ ไม่ใช่สร้างบุญกุศล หากว่า อวค์ท่านเคยเราให่ฟัง .เราบอกไปใครจะเชื้อ ซไอ้นี่มันอุปโลกน์เองนี่น่ะ มันต้องหลงแน่ๆเลยเขียว..
เรื่องราวของกษัตริย์ องค์เดียว ครั้งอยุธยา ที่ พระท่านบอกว่า เป็นองค์เดียวที่ขึ้นไปถึงขั้น พรหม ฉันเห็นท่านอยูที่ขั้นพรหม เราก็สงสัย .ทำไม ท่านถึงขึ้นชั่นนั้นได้ พอเรียนรู้มาเข้า ท่านก็เหมือนเรื่องราวองค์นารายณ์ อวตารลงมา ท่านเป็นองค์หนึ่ง ที่จะไปถึงทธรรมที่สูง .ท่านมีเมตตามาก .มีบุญญาธิการมาก ท่านก็เป็นองค์หนึ่ง ที่สะสมบุญกุศลบารมี ไปถึงคำว่าพระพุทธเจ้าในกาลข้างหน้า
เรื่องราว การผจญทุกข์ ผจญอารมณ์ ทำทำไปจนชนะทุกข์ ชนะอารมณ์ กายก็เปลี่ยนแปลงไป เป็นกายของธรรม จิตมีธรรม .เมื่อจิตท่านละสังขาร ธาตุ ธาตที เป็นเถ้ากระดูก ก็มีการเปลี่ยนแปลง เกิดเป็นธาตุ เหมือน แผ่นสำลี
เรื่องราวต่างๆนั้น ก็มีเรื่องราวทของจิตที่สูงๆ ทั้งพระ ทั้งฆราวาส ที่ท่านไม่มีกายมนุษย์ ท่านก็ข่วยสงเคราะห์ แนะนำให้ นี่ก็อาศัยผู้ที่มท่านก็ เคยมาอาศัยกายมนุษย์ ช่วยชี้ ช่วยแนนำให้ ที่ว่า นำกายบิดามารดา ที่จิตอาศัย อยู่มาสร้างบุญกุศล นั่นทำอย่างไร จึงเกิดเป็น บุญกุศลเกิดขึ้น
เรื่องราวของเทพ ท่านก็ เป็นจิตที่มีแต่ความสุข ไม่มีอารมณ์โลภโกรธหลง ท่านก็รู้จักเรื่องราว ของคำว่า บุญกุศล หนุนนำให้เป็น มีกายบุญ เป็นเทพยดาอินทร์พรหม ต่างก็ . อนุโมทนา เมื่อมนุษย์ นำกายมาสร้างเป็นบุญบารมีเกิดขึ้น การทำบุญถวายท่าน มีเครื่องหมายธรรม นำถวาย ท่านต่างก็ มาอนุโมทนา ด้วยตัวท่านเอง ก็เป็นที่ประจักษ์ ได้สัมผัส ในเรื่องราวของเทพ .ที่ท่านก็ต่างต้องการ ไปถึงดินแดน พระนิพพานกัน่ทั้งนั่น เทพทุกพระองค์ รู้จัก อวค์พระสัมสัมพุทธเจ้า .เรื่องของธรรม แสวสีของธรรมดี .
เมื่อกายสร้างบุญกุศลอล้ว ก็มีการกระจายบุญกุศล ไปให้ ผู้ที่มีกาย ไม่มีกายเป็นมน ท่านก็สิอนให้เรียนรู้จักขึ้นมา ที่ว่า จิตไม่มีกายเกิดมนุษย์ ต่างกผีต้องการบุญ บุญนั้น เป็นอย่างไร ที่ว่า ทำแล้ว เกิดมาแสงสีบุญเกิดขึ้น มีแสงรัตนะเกิดขึ้น ที่จ้ตไม่มีกายเป็นมนุษย์ ท่านก็อนุโมทนา
เรื่องราวของเทพ .ก็มีเรื่องราว ที่ว่า อยู่กับสุขยาวนาน จนลืมทุกข์ คราวนี้ ก็เกิดเรื่องราว ที่ว่า บุญกุศล นั้น ที่หนุนนำจิต ค่อยๆ ละลายไป เหมือนก้อนน้ำแข็ง พอหมดบุญ หนุนนำ ถึงคราวเกิด ก็ต้องลงมาเกิด เกิดแต่บะครั้ง ได้กายเป็นมนุษย์ มันเสี่ยงทาย เพราะในโลกนั่น มมีพฃญามารเป็นใหญ่ เกิดมาได้กายเป็นมนุษย์ หลงลืม หลงทรัพย์สินอำนาจวาสนา หลงลืมสร้างบุญกุศล ปฏิบัติธรรม . จิตออกจากกาย ไม่มีบุญ ก็ลงที่ต่ำ ลงนรกได้
เรื่องราวเหล่านี้ ล้วนมองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ เราก็ได้อาศัย ผู้ที่ไม่มีกายเป็นมนุษย์ช่วยเหลือแนะนำ บอกกล่าวให้นำไปทบทวน พิจารณา ให้บ่อยๆ แล้วปฏิบัติขึ้นมา ในขณที่กายนี้ ยังมีลมหายใจ ท่านก็เตือนให้สติ เหมือนว่า กายนี้ ต้องแก่ต้องเจ็บ
. ท่านบอกให้รีบฝึกหัด เพราะกายป่วยกายเจ็บป่วย มันก็ใข้กายมาประพฤติปฏิบัติธรรม สวดมนต์ เดินจงกรม นั่งสมาธิ ให้เกิดปัญญามันก็ทำไม่ได้ แล้วเราก็ได้รู้จัก ว่า จิตของเทพนั่น ท่านก็สงเคราะห์ ช่วยแนะนำ หนุุนนำกาย ใช้กายมาสร้างบุญกุศล ท่านก็หนุนนำอย่าวนี้ ที่ว่า ทำกายกรรม ให้เกิดเป็นกายบุญ กายเทพยดาอินทร์พรหม
แล้วคำว่า ครูบาอาจารย์ ก็มีเรื่องราว ของคำว่า อุปการะ อุปถัมภ์ แม้ว่า จากกายมนุษย์ไปท่านก็ ยังช่วย แนะนำสอนให้ คราวนี้ ก็มีเรื่องราวอีก ที่ว่า คนเรานั้น เกิดมามีกายเป็นมนุษย์ เคยร่วมทุกข์ร่วมสุข ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมา ท่านก็ช่วยเหลือเกื้อกูลให้ แม้ท่านไม่ปรากฏกายให้เห็น เราก็ได้ เรื่องราวที่พระ ที่ท่านไม่มีตัวตน ไม่มีกายเป็นมนุษย์
ท่านช่วยแนะนำ แม้ในการสร้างบุญกุศล ที่ว่าเจาะจง ถวายเทพองค์นั้นองค์นี้ ท่านก็บอกว่า ถึงเวลา ก็จะรู้เอง ต้องทำบุญ ถวายใครบ้าง แบบเจาะจง . เรื่องราวเหล่านี้ เราก็ได้เรียนรู้จัก ว่า ผู้ที่ที่ว่า เป็นเทพ ท่านเป็นอย่างไร ก็
นั่น.ทำให้เรารู้จัก เรื่องราวของเทพจริงๆ ที้ไม่ใข้่จากคำภีร์ตำรา ที่เค้่าเขียน ปรุงแต่งอุปโลกน์ เกินเลย . . มันก็ทำให้เราแยกแยะได้ ถูก ในสิ่งที่ว่า เทพยดาอินทร์พรหม หรือ เปรตอสุรกาย เจ้าพ่อเจ้าแม่ ไม่มีบุญเป็นของตนเอง ต้องคอยกิน ของที่เค้าเฃ่นไหว้ แท้จริง ทีเช่นไหว้นั้น มันไม่เกิดเป็นบุญ มีแต่เปรตอสุรกายมากิน . เรื่องราวที่เรียนรู้จัก ที่เมื่อไม่กาย เปลื่ยนชาต เปลี่ยนภพ ท่านก็ให้เรียนรู้จัก ให้ประจักษ์ด้วยจิตของตนเอง
โฆษณา