เมื่อวาน เวลา 13:06 • บันเทิง

"ลูกศร BNK48: จุดหมาย ปลายฝัน คันธนู"

หากเปรียบชีวิตคนเหมือนการยิงธนู
เราคงไม่เคยได้พุ่งไปถึงเป้าหมาย
ด้วยแรงฮึดเพียงครั้งเดียวเสมอไป 🏹
เมื่อทุกครั้งที่ยืนอยู่บนแท่นยิง
เราต้องเรียนรู้ตั้งแต่การวางเท้าให้มั่น
กางขาให้สมดุล และยกคันศรอย่างพอดี
ไปจนถึงจังหวะการดึงสายที่ต้องนิ่งพอ
จะไม่สั่นไหวไปพร้อมกับความคาดหวังในใจ
ชีวิตการทำงานก็ไม่ต่างกันนัก
เราอาจไม่ได้ต้องการเพียง "ยิงให้โดน"
แต่ต้องเข้าใจว่าจะยืนยังไง ฝึกมาแบบไหน
จึงจะยิงได้ดีซ้ำๆ ทำจนเป็นหนึ่งเดียวกับคันศร
จะปรับท่าแค่ไหนจึงยังคงทรงตัวได้
จะเล็งยังไงก็ไม่เผลอให้ความกลัว
เบี่ยงทิศลูกศรออกจากทิศทางที่ควรเป็น
ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่เรื่องราว
ของ “ลูกศร BNK48” รุ่นที่ 6
ผู้เป็นทั้งพี่สาวคนโตและ
เซ็นเตอร์คนแรกของรุ่น
และยังคงเฉิดฉายขึ้นมาเรื่อยๆ
จนแฟนคลับหลายคนต่างยกให้
เป็น 1 ในดาวรุ่งดวงใหม่ที่น่าจับตามองสุดๆ
เพราะสิ่งที่เธอทำให้เราเห็นตลอดการเดินทางหลักปี
ไม่ใช่เรื่องของไอดอลที่สำเร็จชั่วข้ามคืน
แต่เป็นเรื่องของคนธรรมดาคนหนึ่งที่ค่อยๆ
ปลุกศักยภาพตัวเองให้ตื่น สะสมความกล้า
ประสบการณ์ และความสามารถให้กล้าแกร่ง
จนแสงแห่งความฝันสาดส่องมาไม่หยุด
น่าคิดเหลือเกินว่าอะไรที่ทำให้เด็กสาว
สายวิทย์หัวใจศิลป์จากรั้ว มธ. คนนี้
ก้าวข้ามความผิดหวังในวันวานจนมีวันนี้
ไม่แน่ว่าตัวตนความเป็นเธออาจช่วยให้
คนทำงานแบบเราๆ ได้ปรับศูนย์เล็งในชีวิตตัวเอง
ให้เฉียบคมและมั่นคงยิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว
.
.
.
1. ซื่อสัตย์ต่อฝัน แม้โดนปฏิเสธซ้ำๆ
- จากจุดเริ่มต้นบนถนนหนทางสาย 48 ที่ผ่านมา ภาพเป้าหมายในใจของลูกศรนั้นชัดเจนจนไม่ยอมละสายตาจากมันง่ายๆ ตัวตนข้อนี้พิสูจน์ได้จากเส้นทางที่ต้องเจอความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเธอโดนปฏิเสธจากวงมาตั้งแต่สมัครออดิชัน BNK48 รุ่น 3 ที่ตกรอบแรก พอรุ่น 4 ขยับเข้าใกล้ขึ้นมาอีกนิดแต่ก็ไปจบลงที่รอบไฟนอลและแอบเสียใจ
ซึ่งหากมองในมุมทั่วไป การโดนปฏิเสธติดกัน 2 ครั้งในสายงานที่มุ่งหมาย อาจทำให้ใครหลายคนถอดใจ เปลี่ยนสายหรือเปลี่ยนเป้าไปที่องค์กรอื่น อาจจะมีโอกาสได้มากกว่าทู่ซี้พยายามที่เดิมอยู่สองนาน แต่ลูกศรเลือกที่จะซื่อสัตย์กับสิ่งที่ใจต้องการ
แอบไปเก็บชั่วโมงบิน ซ้อมเต้น และหางานแสดงขึ้นเวที ออดิชันข้างนอกให้บ่อยขึ้น เพื่อรอจังหวะง้างคันศรยิงออกไปใหม่ให้แม่นยำยิ่งกว่า ขณะที่ตอนเปิดรับรุ่น 5 ติดสอบเข้ามหาลัยพอดี เมื่อสบโอกาสถัดมาก็ทำได้สำเร็จสมใจในนามไอดอลสายเลือดใหม่ รุ่นที่ 6 โดยเธอได้นิยามตัวตนเอาไว้ว่า
“ลูกศร BNK48 คือ คนที่มีความพยายามแล้วก็ซื่อสัตย์กับความฝันของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะผิดหวังมาหลายครั้ง แต่ก็ยังสู้เพื่อความฝันตรงนี้จนได้มาเป็น BNK48 ในที่สุด” สะท้อนให้เห็นว่าลูกแม่โดมคนนี้เป็นประเภทที่เข้มแข็ง ไม่เสียขวัญ ไม่หวั่นไหวจากความผิดพลาด ไม่อยากเปลี่ยนเส้นทางไปมาเรื่อยๆ แต่จะหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างให้ได้ ในเป้าหมายเดิมที่วางตรงหน้า
เฉกเช่นนักธนูระดับโลกไม่ได้ง้างสายมั่วซั่วตามอารมณ์ แต่พวกเขามีตำแหน่งมือใต้คางที่ต้องดึงมาแตะให้โดนจุดเดิมเป๊ะๆ ห้ามเบี้ยวแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ความฝันของลูกศรก็เหมือนจุดล็อกนั้น ไม่ว่าเธอจะตกรอบกี่ครั้งหรือเจอลมพัดแรงแค่ไหน เธอก็ดึงตัวเองกลับมาตั้งหลักที่ท่าเดิม ดึงความตั้งใจกลับมาที่จุดอ้างอิงเดิม เพิ่มเติมคือฝึกมาจนเชี่ยวพอ และรอจังหวะปล่อยลูกธนูให้พุ่งเข้าเป้าไป!
โดยสรุปคือ “ไม่ยอมแพ้ - เก็บประสบการณ์ให้มั่นใจ - ทำใหม่ให้ดีกว่าเดิม”
2. เลือกจุด “โฟกัส” ให้เป็น
- ลูกศรยังนิยามตัวเองว่าเป็นคน Introvert มากๆ เป็นเด็กเรียนวิทย์-คณิต ต้องพยายามอ่านหนังสือให้มาก แต่พอได้เห็นงานร้องรำทำเพลงจากการแสดงในงาน รร. เลยบอกพ่อแม่ว่าอยากลองไปอยู่ตรงนั้นบ้าง เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เข้าชมรมนาฏศิลป์ตอนมัธยม ก่อนจะหาทางออดิชัน ก้าวเป็นไอดอลที่มีเสน่ห์โดดเด่นเป็นตัวเองในปัจจุบัน
แน่นอนว่าบทบาทการเป็นไอดอลหรือบุคคลสาธารณะที่ต้องเจอกับผู้คนและความคิดเห็นที่หลากหลาย มีแง่ลบมากมายในวงการบันเทิงจนอาจสร้างความบั่นทอนในการทำงาน แต่สำหรับลูกศรที่โดยพื้นฐานเป็นคนคิดบวก ไม่ค่อยเก็บอะไรมาคิดเยอะเท่าไหร่ โดยเธอใช้วิธีสแกน กรอง และเก็บเฉพาะสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาตัวเองในสายงานมากกว่า
เธอเลือกใช้แนวคิดแบบตัดช่องสัญญาณรบกวน เปิดรับเฉพาะคอมเมนต์ที่ช่วยพัฒนาซ่อมแซมงาน ส่วนคอมเมนต์ไหนที่เป็นเชิงลบ แซะ หรือจงใจปั่นทอนจิตใจเธอจะปล่อยผ่านทันที
เพราะรู้ดีว่าพลังงานและเวลาในแต่ละวันมีจำกัด แค่ทำงานกับซ้อมมันก็เยอะพออยู่แล้ว ถ้าเก็บเรื่องพวกนี้มาคิดอีกมันจะแบบไม่ไหว อะไรที่แบบรู้สึกว่าไม่ใช่ เราก็ปล่อยผ่านไปบ้างก็ได้ สไตล์การทำงานของเธอจึงเป็นคนประเภทที่เลือกโฟกัสให้ตรงจุด ไม่หยุดเก็บเอาคำพูด Toxic มาบั่นทอนโดยใช่เหตุ
คล้ายสภาวะที่นักธนู หูดับลง ตั้งมั่นตรงไปข้างหน้าตน เพียงมองผ่านศูนย์เล็งชิ้นเล็กๆ ไปยังเป้าหมาย สายตาและสมองจะตัดเสียงรบกวนรอบสนามออกไป แม้แต่เสียงลม เสียงใบไม้ไหว ก็จะไม่เหลือเลย นอกจากเสียงแห่งความเงียบงัน และลูกศรก็ใช้วิธีเดียวกันนี้ในการทำงาน
“เลือกที่จะรับ” และปรับ “เฉพาะจุด” ที่เป็นประโยชน์จริงๆ
3. แยกให้ขาด ระหว่าง “กายล้า” กับ “ใจท้อ”
- การเป็นนักศึกษา มธ. (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) ควบคู่ไปกับการเป็นไอดอลวง BNK48 ที่ต้องซ้อมเต้นทุกวัน จนถึงสี่ทุ่ม ตื่นเช้าไปเรียน วนลูปอยู่แบบนี้เป็นปีๆ ลองนึกภาพพนักงานออฟฟิศทั่วไป เวลาเจอฝนตก รถติด งานหนัก ทำโอทีดึกๆ สิ่งแรกที่เรามักจะใช้ขับเคลื่อนตัวเองคือ "พลังใจ หรือ อารมณ์" วันไหนตื่นมาแล้วอารมณ์ดี มีไฟ เราก็อยากไปทำงาน แต่วันไหนเหนื่อย ล้า โดนด่า เราจะเริ่มรู้สึกดิ่ง ท้อ และไม่อยากทำอะไรเลย เพราะเราเอาความรู้สึกไปผูกกับเนื้องานตลอดเวลา
แต่สิ่งที่ทำให้ลูกศรยังไม่หมดไฟง่ายๆ คือความสามารถในการแยกประเภทความเหนื่อยล้าที่ต้องเจอ ว่าอะไรคือความเหนื่อยกาย อะไรคือเหนื่อยใจ บางทีชีวิตมันอาจจะล้าจากการทำงานทั้งวัน แต่ว่าเดี๋ยวพักตื่นมามันก็หายไป แล้วเราก็กลับมาทำใหม่ในสิ่งที่ชอบได้เหมือนเดิม
หรือถ้ายังไม่แน่ใจว่าฝันที่ทำอยู่มันใช่-ไม่ใช่ ก็ลองให้เวลาตัวเองสัก 1 วัน แล้วมองย้อนกลับไปว่า “ถ้าเราเลือกจะทำแล้วมันต้องมีความสุข ถ้าทุกข์แปลว่ามันไม่ใช่ตัวตนเราหรือสิ่งที่เราทำจริงๆ แล้วล่ะ แบบตอนเรียนวิทย์-คณิต หนูทำแล้วไม่มีความสุข ก็มาร้องเต้นดีกว่า มันก็จะไม่ได้เหนื่อย หรือถ้าเหนื่อยก็จะฮีลตัวเองกลับมาได้ไวกว่า ทำต่อไป คงพลังไว้ให้ได้”
สไตล์การทำงานของเธอจึงขับเคลื่อนด้วยระบบมากกว่าอารมณ์ รู้จักลิมิตของตัวเอง วันไหนร่างกายล้าก็แค่พักผ่อนให้เต็มที่เพื่อรีเซ็ตพลังงาน โดยไม่ปล่อยให้ความเหนื่อยล้านนั้นลามมาทำลาย Passion ที่มีต่องาน
นั่นเอง
ถ้าเป็นวงการยิงธนู มือใหม่ส่วนใหญ่มักใช้นิ้วง้างสายธนูตรงๆ ยิงไปไม่กี่ตานิ้วก็พังและบาดเจ็บ แต่โค้ชจะสอนให้ใช้แรงจากกระดูกและกล้ามเนื้อสะบักหลัง ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่และอึดกว่ามากในการดึง ลงสนามได้ในระยะยาว
วิธีของลูกศรจึงง่ายๆ ตรงไปตรงมาคล้ายกัน คืออาศัยวินัยทำงานให้สุด หยุดที่พักผ่อน แล้วไปต่อ ไม่ต้องคิดให้มากมาย และเก็บ "พลังใจ" ที่สดใสเอาไว้สนุกกับความฝันให้นานๆ ทำมันต่อไปจนสำเร็จสมดั่งใจ
4. การเตรียมตัวที่ดี จะทำให้เรานิ่งพอ
- ลูกศรเคยบอกว่า “อยากให้คนมองเธอเป็นต้นแบบบางอย่าง เช่นถ้านึกถึงสิ่งนี้ จะนึกถึงเธอเป็นอันดับแรก ซึ่งระหว่างทางในการทำงาน ก็จะคอยเตือนตัวเองตลอดเวลา ไม่ให้เหลิงหรือรู้สึกว่าฉันเก่งแล้ว พอใจแค่นั้น แต่จะใส่สุดกับความฝัน และพัฒนาตัวเองในทุกวันเสมอ
ที่สำคัญคือการนำตัวตนในอนาคต มองกลับมายังตัวเองในปัจจุบันตอนนี้ ถ้าจะก้าวไปเป็นลูกศรในเวอร์ชันที่นิ่งพอ มั่นใจ ลงตัวกับชีวิตและการทำงานได้จริงๆ เธอย่อมต้องฝึกฝนจนพร้อมรับมือกับมัน เอาให้เข้มข้นเอาให้มั่นใจ เพื่อถึงวันหนึ่งที่ครูหรือผู้ใหญ่ให้โจทย์อะไรมาก็ทำได้ ไม่ว่าร้อง เต้น การแสดงซีรีส์ ก็พร้อมจะทำให้ดู ถึงแม้ตอนนี้ยังต้องไปอีกไกล ก็จะขอปรับพัฒนาต่อไปจนสุดทาง (ปธ.เก๋ เริ่ดเลยล่ะ ไฮโซ!)
5. ฉลาดคิด รู้จักพลิกแพลง
- สิ่งที่ผมชอบมากๆ ในตัวลูกศร คือ การนำ “ภาพจำ” จากความเป็นสาวมารยาทงาม ไหว้แฟนคลับแทบทุกที แต่ท่าไหว้ดูเป็นแนวตั้งเกินจนเหมือนเป่าแคน ฮ่าา ก่อนจะหยิบมีมนั้นมาสร้างเป็นลายเซ็นของตัวเองได้อย่างฉลาด แนบเนียน เปลี่ยนมุกแซวขำๆ เป็นไอเดียสร้างสรรค์เฉพาะตัว (Creative Adaptability)
ตั้งแต่การออกแบบดีไซน์เสื้อวันเกิดที่ใส่ตัวตนและชั้นเชิงการเล่นคำเอาไว้ โดยวางประโยค "YOU แคน DO IT!" สื่อถึงคำว่า "Can" ในภาษาอังกฤษที่แปลว่าสามารถ และแคนที่เป็นเครื่องดนตรีแดนดินถิ่นอีสาน อันเป็นซิกเนเจอร์
กลายเป็นคำส่งต่อพลังบวกอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวว่า You แคน(can) do it! เปลี่ยนกระแสความเอ็นดูให้กลายเป็นชิ้นงานลิมิเต็ดในแบบตัวเอง พร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจถึงแฟนคลับทุกครั้งที่สวมใส่เสื้อวันเกิดเธอและอ่านข้อความ บางทีก็แอบรู้สึกเหมือนมีเธอคอยยิ้ม เติมแป๋วส่งกำลังใจให้กัน
รวมถึงในเพลง “แค่เพียงมีเธอ” ลูกศรก็ได้ขยายสเกลไอเดียนี้ให้ไปไกลกว่าเดิม ด้วยการจัดเต็มในชุดพื้นถิ่นประยุกต์พร้อมสะพายเครื่องดนตรีแคนของจริงเป็นไอเทมหลักประจำตัว พลิกเรื่องเล่าสนุกๆ ในวันนั้นให้กลายเป็นจุดขายที่ทำให้เธอเปล่งประกายและน่าจดจำไม่แพ้ใครใน MV
6. “ลูกศร” ที่พุ่งไปข้างหน้า!
- ตลอดระยะเวลาที่ได้สัมผัสกับตัวตนความเป็นเธอ เชื่อเหลือเกินว่าทั้งผมและแฟนคลับหลายๆ คน ย่อมสัมผัสได้ถึงตัวตน เสน่ห์ และพลังแห่งความมุ่งมั่นที่มีอยู่ข้างในเด็กสาวคนนี้อย่างเต็มกำลัง
อย่างในงาน 2-shot ล่าสุด ระหว่างที่ผมรอคิวในเลนอื่น และรอบนั้นเลนลูกศรยังไม่ได้มีคนเยอะนัก ภาพที่เห็นคือเธอใช้เวลาว่าง เดินออกมาเล่นหูเล่นตา โบกมือทักทายทุกคนหน้าเลน สิ่งที่เห็นคือภาพของสาวผมยาว ขาวสวยออร่าพุ่งสาดออกมาแต่ไกล เหมือนมีศรรักปักกลางใจก็มิปาน จนแอบนึกเสียดายที่ไม่ได้กดบัตรไปถ่ายรูปด้วยคน และตั้งเป้าแล้วว่าจะไปถ่ายด้วยและไปจับมือบอกความในใจสักวัน
จากคืนวันที่ได้เป็นเซ็นเตอร์ของรุ่น จนมาเป็น 1 ในเซ็มบัตสึเพลง “Ponytail to Shushu” อย่างมาดมั่น เธอทำให้พวกเราได้เห็นถึงตัวตนของเด็กสาวที่สนุก สุข และเรียนรู้ไปกับความฝัน พร้อมรับฟังฟีดแบ็ก หาทางพัฒนาตัวเองในทุกวันเสมอ ทุกวันนี้ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะติดเซ็มอีกและเรียนให้ดีขึ้นด้วย ไม่ว่าอยากจะก้าวไปอยู่จุดไหน ก็จะทำให้ตัวเองพร้อมจะไปถึงจุดนั้น เหมือนดั่ง “ลูกศร” ที่เมื่อหลุดจากคันธนู ย่อมพุ่งทะยานไปสู่ใจกลางเป้าหมายอย่างหนักแน่นและสง่างาม
จะทำให้เต็มที่ และตั้งใจทำงานอย่างสุดความสามารถ ฝากสนับสนุนหนูต่อไปด้วยนะคะ เย้,,,
ลูกศร BNK48
ที่มา:
- รายการ “STAY HI, STAY NICE” EP.1 PART 1-2 (วันที่ 28 พ.ค.69) ทางช่อง “PopCycle”
- Side-Stories of (N)EXTENSION episode [Luksorn] Luksorn ที่พุ่งออกไป "ไม่ย้อนกลับ" (วันที่ 7 ก.พ.69) ทางช่อง BNK48
- เป้าหมายปี 2026 ของลูกศร BNK48 จากเพจ Spacebar VIBE (วันที่ 24 มิ.ย.69)
โฆษณา