26 มิ.ย. เวลา 09:27 • ความคิดเห็น
ช่วงเวลา ที่ปลีกตัว มาเป็นเวลา ของตัวเอง ก็คงเป็นเวลาที่ไปนั่งหน้าพระ ห้องพระน้อยๆ ที่ไม่มีใครไม่ไปวุ่นวายอะไรกับใคร แล้วก็ ไม่มีใครเข้ามารบกวน จะมีก็แต่อารมณ์ นึกคิด ที่เกาะติดตามมาไม่ยอม ออกไปจากกายนี้
เมื่อเราเข้าห้องพระ ก็สวดมนต์ กราบพระ เราก็ เข้าไปนั่งพับเพียบ หน้าพระ สำรวจตัวเอง นั่งกายนิ่งๆ จิตเฉยๆ รวบรวมกายให้นิ่ง ไม่มีอารมณ์นึดคิดอะไรทั้งหมด แล้วจึงกราบพระสวดมนต์ เราไม่ไปคุยกับตัวเอง ที่มันก็ เป็นอารมณ์ทั้งนั้น เราเข้ามา กราบพระสวดมนต์ เราทำเพื่อปลดเปลี้ยง อารมณ์นึกคิดต่างๆออกไป วางมันให้หมด .ไม่มีอารมณ์นึกคิด
แม้ในตอนที่สวดมนต์ บางครั้ง ปากก็สวดไป แต่สติสัมปชัญญะ ไม่อยู่ที่ปาก ที่ตัวเองกำลังสวดมนต ไม่ได้สังเกตุ ลมที่ออกมาจากลมป่กที่สวด . จิตไปไหรไม่รู้ ขาดสติสัมปชัญญะ . เอ้า .บางที่ก็ กว่าจะรู้สึกตัว เอ้า ..ใกล้จะจบการสวดมนต์
แม้ในการภาวนา ที่ว่า ให้จิตอยู่กับพุทโธ สองคำ ง่าย นั่งกายตรง จิตนิ่งๆ ภาวนาพุทโธไป พอภาวนาไปได้นิดเดียว . จิตไปโหน ..ไปอยู่กับอารมณ์ เค้ายอกให้อยู่กับบมหายใจ หายใจเข้า ออกยาว หรือสั้น มันก็อยู่กับลมหายใจไม่ได้ .จิตไปยึดอารมณ์นึกคิด
. เค้าบอกว่า ให้วาง ยังไม่ต้องพิจารณาอะไรหรอก มันอยากรู้อยากเห็น . มันก็ยึดอารมณ์ที่อุปโลกน์เรื่องนั้นเรื่องนี้ บางที นั่งตั้งนาน เป็นชั่วโมง .จิต .นึกคำว่า พุทโธ ไม่ได้เลย .ไหนล่ะ ที่ว่า มานั่งปลดเปลื้องอารมณ์นึกคิด . .ไปนั่งปล่อยวาง แล้วไปนั่งคิดนึก ก่อเป็นอารมณ์ กิเลสทำไม ยึกอารมณ์นึกคิดเป็นกิเลสทำไม
เมื่อเราปฏิบัติธรรม อาศัยรอยทั้งสี่ ของพระพุทธเจ้า รอยของพระสิทธัตถะ . ยื่น เดืน นั่ง นอน ไม่นึกคิดอะไรทั้งนั้น ทำให้เหลือเพียงกาย ที่ไม่มีอารมณ์ปรุงแต่ง ในกายไม่มีอารมณ์นึกคิดอะไรทั้งนั้น รอยของท่าน ไม่อะไรมายึดถือ . ภาวนา..สองคำ จำง่าย ๆพุทโธๆ ทำก็ง่ายๆ ไม่ต้องนึกคิดอะไร เมื่อปฏิบัติธรรม .ในรอยของท่าน .
การที่ปฏิบัติธรรมอย่างนี้ เรารวบรวบจิตให้เข้มแข็งเสียก่อน ให้จิตมีความขันติ มีสติรักศากายนิ่ง จิตนิ่ง ให้ได้ก่อน สิ่งที่ทำให้กายไม่นิ่ง จิตไม่นิ่ง ก็คือ อารมณ์นึกคิดที่ปรุงแต่งกาย หากเราปลดเปลื้องไม่ได้ จิตก็ต้องเป็นทาสของอารมณ์นึกคิด .
มีเรื่องราวหนึ่งเพิ่ง นึกคิดได้ ครั้งหนึ่ง นั่งสมาธิ .ก็เกิดเป็นภาพนิมิต เป็นลิง สองตัว หันหน้าชนกัน นั่งที่ใบหู. เราก็ไม่เข้าใจ ในความหมาย เราก็ไปเรียนถาม พระที่นับถือ ท่านก็ว่า นั่นเป็นเรื่องที่เรียกว่า ศดายุ ..เป็นเรื่องราว ทำนองว่า ไปทำดี ไอ้ตัวไม่ดี ก็ถึง ..จะทำไม่ดี .ไอ้ตัวก็ดึง .เป็นเรื่องราว ของอารมณ์ทั้งนั้น ยุแยง ปั้นให้สับสน วุ่นวาย . นั้นก็เรื่องราวอารมณ์ทั้งนั้น . ก็ทิ้งมันไป สลัดทิ้งมันไป เรื่องราวทำนองนี้ ที่เค้าว่า คนเรามันมีทั้งตัวดีตัวร้าย ที่เป็นอารมณ์นึกคิด อยู่ในตัวตน .
โฆษณา