26 มิ.ย. เวลา 12:51 • บันเทิง

🌌 ตัวตนชั่วนิรันดร์ กับสายน้ำที่แห้งขอด (The Immortal and the Dried River)

🎬 เสียงกระซิบจากความว่างเปล่า
ท่ามกลางความมืดมิดสนิทใต้เนินดินอันเป็นที่ตั้งของสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ แสงเรืองรองสีครามสายหนึ่งได้ลอยทะลุชั้นดินหนาลงมาอย่างเงียบเชียบ
นั่นคือ กายทิพย์ของ "เซเลส" (Caeles) สิ่งมีชีวิตรูปแบบพลังงานบริสุทธิ์จากห้วงอวกาศ (Celestial) ผู้มีอายุขัยยาวนานผ่านร้อนผ่านหนาวมาพร้อมกับการกำเนิดบิ๊กแบง เขาไม่ได้มาเพื่อทำลายล้างหรือตามหาขุมพลังใด ๆ ทว่าสิ่งที่นำพาเขามาที่นี่คือ "ความไม่เข้าใจอย่างสุดซึ้ง"
สายตาคอสโมกของเซเลสมองดิ่งลงไปยังแม่น้ำปรอทแวววาวที่กำลังไหลหมุนเวียนรอบโลงศพเหล็กหนาตามกลไกโบราณ เขาตั้งคำถามกับตัวเองในใจถึงสิ่งที่มนุษย์ขี้เหม็นโหยหามาตลอดสองพันปี
“ทำไมสิ่งมีชีวิตที่เปราะบางเหมือนฝุ่นผง ถึงได้ดิ้นรนไขว่คว้าโซ่ตรวนที่เรียกว่า 'ความไม่ตาย' กันนักนะ?”
สำหรับเซเลสแล้ว การมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์คือคำสาปที่ทรมานที่สุด เขาเห็นดวงดาวเกิดและดับมานับแสนล้านดวง จนความงดงามทั้งมวลกลายเป็นความน่าเบื่อหน่ายอันซ้ำซาก
ใบไม้ผลิแล้วร่วง
จักรวาลหมุนวนไม่สิ้นสุด
ความเหงาคือกาลเวลา
(โคลงไฮกุโดย: เซเลส)
🔍 : เส้นเวลา 600 ปี และปมปรัชญา
เซเลสใช้กระแสจิตกระตุ้นวิญญาณที่หลงเหลืออยู่ในฮวงซุ้ย จนเกิดเป็นร่างจำลองพลังงานของ "จิ๋นซีฮ่องเต้" ในชุดฉลองพระองค์เต็มยศ ทั้งสองเผชิญหน้ากันท่ามกลางไอปรอทที่เดือดพล่าน จักรพรรดิผู้เกรียงไกรประกาศก้องด้วยความทนงตนว่าพระองค์ทรงเอาชนะความตายและสร้างแผ่นดินอมตะไว้ใต้โลกนี้ได้สำเร็จ
เซเลสส่ายหัวช้า ๆ ด้วยความเวทนา
“ท่านไม่ได้ชนะความตายหรอก มหาบุรุษแห่งฉิน ท่านเพียงแต่กลัวจนต้องขังตัวเองไว้ในคุกดินเผา... ความหมายของการมีชีวิตไม่ได้อยู่ที่การคงอยู่ตลอดไป แต่อยู่ที่ 'ข้อจำกัด' ของมันต่างหาก”
เพื่อพิสูจน์สัจธรรมข้อนี้ เซเลสจึงใช้พลังระดับคอสโมกสร้าง "เส้นเวลาเทเลแกรมสมมุติ" ขังจิตของจิ๋นซีฮ่องเต้ให้ไปเผชิญกับอนาคตแห่งความเป็นอมตะยาวนานถึง 600 ปี และนี่คือสิ่งที่จักรพรรดิได้เผชิญ...
ศตวรรษที่ 1 (ปีที่ 1 - 100): ยุคเห่อความอมตะ
จิ๋นซีตื่นตาตื่นใจกับร่างกายที่ไม่รู้จักแก่เจ็บตาย ทรงใช้เวลาไปกับการเสวยสุข ขยายอำนาจ และท่องราตรี ทรงคิดว่านี่คือสวรรค์บนดินที่แท้จริง
แก้วแหวนและเงินทอง
แผ่นดินกว้างสุดสายตา
ข้าคือผู้ชนะ
(ไฮกุแห่งความโอหัง)
ศตวรรษที่ 2 (ปีที่ 101 - 200): รอยร้าวแรกและการจากลา
ความจริงอันโหดร้ายเริ่มทำงาน จิ๋นซีต้องยืนมองมเหสีอันเป็นที่รัก ลูกหลาน และเหลนโหลน ทยอยแก่ชราและสิ้นใจไปทีละคน ทรงเริ่มตระหนักว่าความอมตะไม่ได้มอบให้คนที่พระองค์รัก สุดท้ายทุกความผูกพันจบลงที่การฝังศพ
ใบหน้าอันงดงาม
ร่วงโรยกลายเป็นเถ้าถ่าน
ข้ายืนมองลำพัง
(ไฮกุแห่งความสูญเสีย)
ศตวรรษที่ 3 (ปีที่ 201 - 300): ความเบื่อหน่ายที่ไร้รสชาติ
ความเจ็บปวดเปลี่ยนเป็นความชาชิน อาหารเลิศรสกลับไร้รสชาติ การเมืองและการสงครามกลายเป็นเรื่องซ้ำซากที่เดาทางได้หมด ไม่มีอะไรแปลกใหม่ในโลกนี้อีกต่อไป
ศตวรรษที่ 4 (ปีที่ 301 - 400): การล่มสลายของทุกสิ่ง
ราชวงศ์ฉินที่ทรงสร้างด้วยน้ำพักน้ำแรงล่มสลายลงต่อหน้าต่อตา เกิดการผลัดแผ่นดินใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า วังหลวงกลายเป็นซากปรักหักพัง ความยิ่งใหญ่ในอดีตเป็นเพียงฝุ่นผงที่ถูกสายลมพัดผ่าน
ศตวรรษที่ 5 (ปีที่ 401 - 500): คำสาปอันโดดเดี่ยว
จิ๋นซีขังตัวเองอยู่ในความมืด ทรงกลายเป็นเหมือนท่านเคาน์แดรกคูลาผู้โดดเดี่ยว ทรงเกลียดแสงตะวันและเบื่อหน่ายมนุษย์เพราะพวกเขาสั้นเกินไป ทรงตระหนักว่าความอมตะไม่ได้ทำให้พระองค์เป็นเทพ แต่ทำให้กลายเป็น "สัตว์ประหลาด" ที่ไม่มีวันเข้าพวกกับใครได้อีกเลย
กาลเวลาหมุนไป
แต่ข้ายังคงหยุดนิ่ง
คุกที่ไร้กรงขัง
(ไฮกุแห่งความโดดเดี่ยว)
🕯️ ตอนจบ: บิ๊กดีลหักมุม... สะเทือนไปถึงศตวรรษที่ 22
ในวินาทีสุดท้ายของปีที่ 599 จิ๋นซีฮ่องเต้ในเส้นเวลาจำลองคุกเข่าร้องไห้ฟูมฟายด้วยความแตกสลาย ทรงอ้อนวอนขอความตายจากเซเลสอย่างน่าเวทนา เซเลสผู้ใจอ่อนคิดว่ามนุษย์ตนนี้บรรลุสัจธรรมแล้ว จึงดีดนิ้วเปรี้ยง! สลายภาพลวงตาทั้งหมดกลับมาสู่ความจริงในห้องโถงสุสานปีที่ 0
แต่ทันทีที่ลืมตาขึ้นมา... แววตาของจิ๋นซีกลับเปลี่ยนจากโศกเศร้าเป็นเจ้าเล่ห์ดุจพยัคฆ์!
ที่แท้ จักรพรรดิผู้เจนโลกใช้ละครความทรมานเพื่อแอบศึกษาโครงสร้างพลังงานของเซเลส! พระองค์อาศัยจังหวะที่ท่านเทพผ่อนคลายพลังงาน รวบรวมค่ายกลปรอทโบราณล็อกตัวเซเลสไว้ แล้วยื่นข้อเสนอ "บิ๊กดีล" สลับร่างสะเทือนจักรวาล:
“สลับร่างกับข้าซะ เซเลส! ท่านเบื่อหน่ายความอมตะจนอยากตายไม่ใช่รึ? มารับร่างมนุษย์ของข้าไปซะ ร่างที่พร้อมจะแก่และดับสูญ... ส่วนข้า จะขอรับร่างพลังงานอวกาศของท่าน ออกไปโบยบินดูจุดจบของจักรวาลนี้เอง!”
เซเลสที่โหยหาความดับสูญตอบตกลงทันที ทั้งสองทำสัญญาทางจิตวิญญาณสลับขั้วพลังงานกันอย่างเป็นปริศนา
สองจิตสลับขั้ว
ฟากฟ้าสลับสู่แดนดิน
จักรวาลเปลี่ยนผัน
(ไฮกุแห่งบิ๊กดีล)
.
.
เวลาผ่านไปเนิ่นนานจนกระทั่งโลกหมุนมาถึง ปี ค.ศ. 2100 มนุษยชาติก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีขั้นสุดยอด นักโบราณคดีได้พัฒนาเทคโนโลยีสแกนโมเลกุลจนสามารถเปิดและขุดค้นห้องโถงสุสานหลักของจิ๋นซีฮ่องเต้ได้โดยไม่มีสิ่งใดเสียหาย
ทั่วโลกต่างจับตาดูการถ่ายทอดสดวินาทีประวัติศาสตร์ในการเปิดฝาโลงศพเหล็กหนาของจักรพรรดิองค์แรก ทุกคนคาดหวังว่าจะได้เห็นร่างมัมมี่อันเกรียงไกร... แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า ทำเอาคนทั้งโลกต้องหงายเงิบ!
ภายในโลงศพโบราณไม่มีร่างของมนุษย์ชื่อจิ๋นซีฮ่องเต้... หากแต่เป็นร่างจำลองพลังงานกึ่งโปร่งแสงขนาดมหึมาที่ทอแสงระยิบระยับราวกับเนบิวลาในอวกาศ นอนนิ่งแผ่รังสีคอสโมกอ่อน ๆ ออกมา
ใช่ครับ... นั่นคือ เซเลส ที่นอนหมดสภาพอยู่ (เพราะระบบบิ๊กดีลเกิดข้อผิดพลาด ร่างคอสโมกดันถูกพลังเหนี่ยวนำของแร่ปรอทโบราณล็อกติดอยู่กับโลงจนออกไปไหนไม่ได้ ส่วนจิ๋นซีในร่างมนุษย์ที่ตายได้นั้น... ได้หนีไปเสวยสุขและสลายตัวไปตามธรรมชาติอย่างเป็นสุขนานแล้ว!)
เซเลสค่อย ๆ ลืมตาส่องแสงสีฟ้าครามขึ้นมามองเหล่านักวิทยาศาสตร์ในชุดอวกาศปี 2100 พลางถอนหายใจยาวเหยียด และส่งกระแสจิตทักทายมนุษย์อนาคตด้วยความเหนื่อยหน่ายใจสุดขีดว่า...
“พวกเจ้าจะขุดขึ้นมาทำไมกัน... ข้าอุตส่าห์นอนรอวันดับสูญอยู่ที่นี่ตั้งสองพันปี... แล้วนี่เจ้ามนุษย์หน้าเหลี่ยมคนนั้น มันหนีไปเกิดใหม่บนดาวดวงไหนแล้วเนี่ย?!”
มนุษย์เปิดฝาโลง
เจอเทพต่างดาวนอนงง
จิ๋นซีอยู่ไหน
โฆษณา