เมื่อวาน เวลา 05:40 • ปรัชญา
จิตผจญมาร . อารมณ์จร .มีมายามากมาย .จรไหลไปตามวิญญาณทั้งหก ที่จิตนั้นอยู่ในกาย .อารมณ์วิญญาณหก เสมือนท้องฟ้า จิตมองขึ้นที่วิญญาณทั้งหก .เปลี่ยนแปลง สีไปตามวาระอารมณ์ที่เกิดขึ้น .ปกคลุมจิต เหมือนท้องฟ้า . มีอะไรเกิด มีอะไรบินผ่าน มีอะไรมากมาย
เหมือนท้องฟ้าภายนอกที่มองดูสายตา แต่เมื่อหลับตา มองท้องฟ้าภายใน . มีอะไรบ้าง .มืดครึ้ม ฝนตก ลมพัด ม่านหมอก . ก้อนเมฆ . อารมณ์นั้น อารมณ์นี่ ไหลมา เทมา ร้อน หนาว สะบัดร้อนสะบัดหนาว ยังกับไข้จับสั่น ยังมี สัตว์. โอ้ว.สัตว์สามหาว โลภโกรธหลง สาระพัดสัตว์ มี..นางตัณหา นางอรดี ..โอ้ว .มากมาย ยังมีอีกหลายตัว จาระไนไม่หมด .พอจิตไปยึดปุ๊บ เช่น เสือ เดินมา มันก็ออกอาการดุร้าย ทำตัว แสดงกิริยาเป็นเสือ เป็นอันธพาล นักเลงใหญ่โต เอ้า พอมีคำสรรเสริญ ลอยมา ก็ ดีใจ .มีมากมาย ดูไม่จบสิ้น จนสิ้นลม
.ระหว่างที่ดูท้องฟ้ว หลับตาดู เอ้า..ใครเอาเข็มจิ้ม ที่ผิวกาย เจ็บจิ้ด ก็วื่ิงไปรับ รับมาที่จิต จิตก็ส่งขึ้นข้างบน บนหัว .ขยับเขยื้อนหน้า .เจ็บ.. จะลืมตาดูดีมั้ย ใครมาทำให้เจ็บ หงิดหงุดโมโห ดูท้องฟ้าภายในต่อไม่ได้เลย
กามวจร อารมณ์ต่างๆ ราคะตัณหา จรไปตาม วิญญาณทั้งหก . เกิดสิ่งที่เค้าเรียกว่า กามาวจร อารมณ์ปรุงแต่ง อารมณ์นึกคิด .แล้วที่หน้าสมอง ก็มีเรื่องที่ว่า ศูนย์ของจิตอยู่ ที่จะเป็นเรื่อง ว่า อะไรเกิดขึ้น วาระจิตนั้น มีอารมณ์อะไรอยู่ ที่จะแผ่น กระจายปกคลุมเกาย ปกคลุมจิตที่อาศัยในกาย อารมณ์ที่ปกคลุม มันก็เรื่องราวของสีต่างๆ สีดำ สีม่วง สีฟ้า สีน้ำเงิน มีความอ่อนแก่ขิงสี แตกต่างกันไป
เรื่องราว ตาเห็นภาพ มันมีอารมณ์ปรุงแต่ง อยู่ที่ตา นัยน์ตา นั้น มีวิญญาณ มีเรื่องอารมณ์ ที่ให้ความรู้สึก ที่เค้าว่า ตาเห็นภาพ ส่งเป็นคลื่น ไปที่สมอง สมองก็เปคลื่นลงไปให้จิต จิตก็ส่งเป็นคลื่นลงไปที่ธาตุทั้งสี่ ที่มีเรื่องราวสัญญา ต่างๆ ส่งขึ้นม ที่จิต ผ่านขึ้น กลับไปที่สมอง มีพระท่านเคย อธิบายเรื่องเหล่านี้ ที่ทำงาน เป็นล้านรอบต่อวินาที . แล้ว เรื่องราว นี้ ก็มีเรื่องราวของคำว่า ขันธ์ห้า ที่มีการเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้น ตามอารมณ์ที่ปรุงแต่งขึ้นมา เป็นอารมณ์
ที่ว่า สุขหรือทุกข์ ที่เค้าว่า นี้ ให้เวทนา สุขหรือทุกข์ ไปตามอารมณ์ที่ปรุบแต่งกาย ที่ว่า สุขเวทนา ทุกขเวทนา ที่เกิดขึ้น ในอารมณ์จร. จรไปตามวิ่งทั้งหก .แล้วก็สี่ สีเวรกรรม สีดำสีม่วง สีน้ำตาย สีกรมท่า สีไพลเน่า ที่เป็นสีของกรรม หากเรารู้จักเรื่องราวเหล่านี้ได้ เราก็จะรู้จัก คำว่า บ่่ิผโคลน ปลักควายชัดเจนขึ้น ค่อยๆแง้มดู มองไปเป็นปลักควาย
คราวนี้ตาเรามอง อะไร นั่นว่างเปล่าที่ ไม่มีความยึดถืออะไรต่างเกิดขึ้น ไม่อารมณ์ปรุงแต่ง จิตเราก็ มีความสุข จิตที่จะทำอย่านั้นได้ ก็ต้ิงมีการฝึกหัด ปฏิบัติขึ้นมา ให้กายนิ่ง จิตนิ่งได้ เรื่องเหล่านี้หากจิตมีกำลัง จิตที่อาศัยในกาย ก็จะค่อยแยก เรื่องราวรูปผธรรม นามธรรมได้ชัดเจนขึ้น นั้นต้องอาศัย สิ่งเรียกว่า ปฏิบัติธรรมขึ้นมา ให้จิตมีกำลัง จิตลดละอารมณ์โลภโกรธหลง ไปได้มาก จึงจะไปเรียนรู้จัก เรื่องราววิญญาณทั้งหกได้ ตัวอย่างเช่น เมื่อจิตอาศัยในกาย ปดติเมื่อหลับตา เราไม่เห็นอะไรภายนอก
คราวนี้ทเมื่อจิตที่ว่าอยู่ในกาย เป็นเหมือนบ้าน หรือ ถ้ำ .เมื่อจิตมีกำลัง มองขึ้นทีหัว ที่ลผลูกนัยน์ตา เราก็จะเก็สีดำ ที่หลังลผุในตา มันมีอะไร เกิดขึ้น มาบ้าง ตรงนี้มหากทำกายนิ่งไม่ได้ จิตนิ่งไม่ได้ ก็ไม่สามารถเรียนรู้จัก เรื่องราวของวิญญาณทั้งหกได้เลย
เราเคยถามพระ ในเรื่องราวของวิญญาณหก ท่านบอกว่าอย่าเพิ่งไปเรียน เหราะมันมีแต่เรื่องตัวหลงทั้งนั้น ฝึกหัดทำสมาธิให้จิตเข้มแข็ง ให้กายเป็นบุญเกิดขึ้นก่อน จิตที่อาศัยในกายบุญ นำกายบุญมาสร้างบุญกุศล เราก็จะเห็นชัดเจนขึ้น
.ยิ่งเรื่องราว ของกายบารมี เป็นเรื่องราว ของจิตที่เดินไต่ ขึ้นเป็นอริยะบุคคล ก็จะเรียนรู้ในรายละเอียดได้ชัดเจนขึ้น ที่ว่า ไต่ขึ้นขั้นโสดาบัน สักกายทิฐิ ความยึดถือกาย นั้นไม่มีแล้ว มันก็ไปเรียนอีกขั้นหนึ่ง ในเรื่องราวขันธ์ห้า .
เรื่องราวจิตที่มีขันติเป็นบารมี สลัดทิ้งทุกข์ออกไปจากกายและจิต ทั้งสร้างบุญกุศลบารมี มุ่งมั่นให้จิตหลุดพ้น ต้องใช้กายชดใช้กรรม เพื่อปิดบัญชีกรรม .ทำให้เกิดเป็นอโหสิกรรม ไม่มีบัญชีกรรมติดค้าง ต้องมาเกิดอีก เป็นเรื่องราวสะสางธาตุทั้งสี่ ให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง .ยุติการเกิด. มีกายเป็นแก้ว . เป็นเรื่องราวของจิต สะสางกาย สะสาง ธาตุทั่งสี่ให้บริสุทธิ์ผุดผ่อง ด้วยแสงรัตนะ .อาศัยเรื่องราว รวบรวบจิตให้เป็นหนึ่ง .ด้วยคำว่า บุญกุศลบารมี .มีปัญญาเป็นธรรม.
ที่นำมาเขียนได้ ก็ด้วยมีพระอเสขะ ท่านช่วยแนะนำ สอนให้ฝึกหัด ที่ว่า สร้างบุญกุศลบารมี ตามรอยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า .เราก็ฝึกหัดของเรา ตามที่ท่านบอก ก็เรียนรู้จดจำพอเป็นเงาๆ ทำได้ร้อยนิด .เพราะมีตัวขี้เกียจปฏิบัติธรรม มาเป็นอุปสรรคใหญ่ . ก็ได้รู้ .ที่ว่า รู้นิดรู้หน่อย พลอยรำคาญ .คือ อารมณ์มันกวนจน น่ารำคาญ .ยังแก้ไขอะไรไม่ได้เลย ก็เสียทีมาร บ่อยๆ ที่อารมณ์จรมา .ในท้องฟ้า . เป็นสมมุติ . เข้าห้องพระวิมุตติไม่ได้เลย
โฆษณา