เมื่อวาน เวลา 06:20 • ความคิดเห็น
ถ้าเราลองหันไปดู ประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ อย่างคนไทยที่อาศัยอยู่สหรัฐ มันก็จะมีการเลือกปฏิบัติเรื่องอายุอยู่บ้างในทางปฏิบัติ แต่ห้ามทำอย่างเปิดเผยแบบที่เห็นกันทั่วไปในไทยครับ ลองไปดูช่อง YouTube ที่คนไทยอาศัยอยู่สหรัฐอเมริกาจนได้สัญชาติอเมริกา อย่างช่อง YouTube ที่ชื่อว่า Mr JiroChan เป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในอเมริกานานมากๆจนตอนนี้เขาเป็นคนอเมริกาไปแล้ว ช่อง YouTube หลาย EP ของเขาก็เคยอธิบายไว้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เหมือนกัน ลองไปหาๆดูนะครับ
สำหรับประเทศไทย
ประกาศรับคนมีประสบการณ์ แต่ตั้งเพดานอายุ 35–40 ปี
นี่คือสิ่งที่ย้อนแย้งชัดเจนมาก บริษัทจำนวนมากอยากได้คนที่ทำงานเป็นเลย ไม่ต้องสอนเยอะ รับแรงกดดันได้ มีประสบการณ์ 5–10 ปี แต่ในขณะเดียวกันกลับบอกว่าอายุห้ามเกิน 35 หรือบางที่ 40 คือเพดานสูงสุด
คำถามคือ
ถ้าคนๆหนึ่งสั่งสมประสบการณ์มา 15–20 ปี จนอายุ 42 แล้วทำไมเขาถึงถูกตัดสิทธิ์ตั้งแต่ยังไม่เริ่มสมัคร
มันสะท้อนว่าระบบไม่ได้มองประสบการณ์เป็นคุณค่าจริงๆ แต่มองต้นทุนแรงงานมากกว่า เพราะคนอายุมากขึ้นมักจะ
คาดหวังเงินเดือนสูงขึ้น
มีอำนาจต่อรองมากขึ้น
ไม่ยอมถูกใช้งานหนักแบบไม่มีขอบเขตง่ายๆ
กล้าตั้งคำถามกับระบบมากกว่าคนอายุน้อย
ประเทศพัฒนาแล้วมันจะมีกฎหมายมักห้ามเลือกปฏิบัติเรื่องอายุ ยกตัวอย่าง
ใน United States มี Age Discrimination in Employment Act of 1967 (ADEA)
กฎหมายนี้ห้ามนายจ้างเลือกปฏิบัติกับคนอายุ 40 ปีขึ้นไป เช่น ห้ามเขียนประกาศว่า รับไม่เกิน 30 ปี
คือห้ามปฏิเสธเพียงเพราะอายุ
ใน Germany และหลายประเทศใน European Union ก็มีหลัก anti-discrimination คล้ายกัน
ใน Japan แม้บริษัทบางแห่งจะชอบคนอายุน้อย แต่การระบุอายุแบบโจ่งแจ้งในประกาศรับงานถูกจำกัดมากขึ้น
ประเทศพัฒนาแล้วก็มี ageism แต่ซ่อนกว่า
ต้องพูดตรงๆว่าไม่ได้มีประเทศไหนสมบูรณ์แบบ
หลายบริษัทใน South Korea United States หรือ United Kingdom บางแห่งก็ยังแอบ prefer คนอายุน้อย
แต่ต่างกันตรงที่
เขาไม่กล้าเขียนประกาศโต้งๆว่า
รับไม่เกิน 35 ปี
เพราะเสี่ยงโดนฟ้องหรือเสียชื่อเสียงองค์กร
ปัญหาของไทยอาจไม่ใช่แค่เรื่องอายุ แต่เป็นมุมคิดเรื่องแรงงานใช้แล้วทิ้งครับ
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ
บางองค์กรไม่ได้อยากได้คนเก่งที่สุด
แต่อยากได้คนที่คุมง่ายที่สุด
คนอายุ 22–30 ปี
มักเรียกเงินเดือนต่ำกว่า
ทำ OT ง่ายกว่า
ยังไม่กล้าต่อรอง
ยังไม่กล้าชนกับหัวหน้า
ในขณะที่คนอายุ 45 ที่ผ่านโลกมาเยอะ
อาจมีความสามารถสูงกว่า แต่บริษัทบางแห่งมองว่า
บริหารยากกว่า
ถ้ามองแบบวิพากษ์สังคมหน่อย มันมีคำถามที่แทงใจมากข้อหนึ่งคือ ประเทศไทยบอกว่าต้องการคนมีประสบการณ์ แต่ในความเป็นจริง เราอาจต้องการแค่แรงงานที่มีประสบการณ์พอให้ทำงานได้… แต่ยังเด็กพอที่จะต่อรองอะไรไม่ได้
นี่แหละความย้อนแย้ง
หรืออาจเรียกอีกแบบว่า
ตลาดแรงงานที่ไม่ได้ให้คุณค่ากับประสบการณ์ แต่ให้คุณค่ากับความสามารถในการควบคุมคน
และนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนจำนวนมากพออายุ 40+ จึงเริ่มถูกผลักออกจากระบบ ทั้งที่จริงๆแล้วพวกเขาอาจอยู่ในช่วงที่มีทักษะสูงที่สุดของชีวิตการทำงาน
คำถามที่น่าคิดต่อคือ...
ถ้าสังคมตัดคนออกจากตลาดแรงงานเพียงเพราะอายุ แล้วเรากำลังสร้างเศรษฐกิจที่ให้คุณค่ากับความสามารถ… หรือแค่ระบบที่เลือกคนตามความสะดวกของนายจ้างกันแน่
โฆษณา